🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
อ่างทองอยู่ห่างกรุงเทพฯ ราว 100 กิโลเมตร ขับรถทางสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ชั่วโมงครึ่งก็ถึง จุดเด่นของจังหวัดนี้คือวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยที่เก่าแก่จริง หลายวัดมีพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์ใหญ่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงอยุธยา เราจัดเส้นทางให้ไล่จากเหนือลงใต้ตามลำน้ำ จะได้ไม่ต้องวนรถไปมา
ภาพรวมเส้นทาง 2 วัน
- วันที่ 1 (เหนือ → เมือง) — วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย → วัดขุนอินทประมูล อ.โพธิ์ทอง → ตัวเมืองอ่างทอง พักค้างคืน
- วันที่ 2 (เมือง → ใต้) — วัดต้นสนในเมือง → วัดป่าโมกวรวิหาร อ.ป่าโมก → หมู่บ้านทำกลองเอกราช → ก๋วยเตี๋ยวเรือ + คาเฟ่ริมน้ำก่อนกลับ
- ระยะทางรวม — วัดทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากตัวเมือง ขับสบายทั้งทริป
ช่วงเวลาที่ดี
ไหว้พระให้เริ่มเช้า ๆ ก่อน 9–10 โมง แดดยังไม่แรงและคนยังน้อย วิหารพระนอนหลายแห่งเปิดโล่ง ช่วงสาย ๆ จะร้อนพอสมควร ถ้ามาหน้าฝนพกร่มไว้เพราะลานวัดเป็นที่โล่ง
🎟️จองกิจกรรมในแผนเที่ยว อ่างทอง ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม อ่างทอง ทั้งหมด (Klook) วันที่ 1 — เลาะเหนือเข้าเมือง
วันที่ 1
ไชโย · โพธิ์ทอง · ตัวเมือง
08:30
ออกจากกรุงเทพฯ ทางสายเอเชีย (32)ขับราว 1 ชั่วโมงครึ่ง แวะปั๊มกินกาแฟได้ตามทาง ก่อนถึงสิงห์บุรีมีป้ายแยกเข้าวัดไชโย
10:00
วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) อ.ไชโยไหว้หลวงพ่อโต พระมหาพุทธพิมพ์ปางสมาธิองค์ใหญ่ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างสมัยรัชกาลที่ 4 พระอุโบสถหันหน้าออกแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างตัวเมืองราว 18 กม. เข้าฟรี
11:30
วัดขุนอินทประมูล อ.โพธิ์ทองกราบพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ยาวราว 50 เมตร เป็นพระนอนกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย องค์พระอยู่กลางลานโล่ง ถ่ายรูปสวยตอนแดดเฉียง เข้าฟรี มีร้านของกินหน้าวัด
13:00
พักกินกลางวันในตัวเมืองอ่างทองตัวเมืองมีร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เลือก เลือกร้านที่มีระเบียงเห็นน้ำจะได้พักคลายร้อน
15:00
เดินเล่นริมเขื่อนหน้าเมือง / เช็กอินที่พักช่วงบ่ายแดดแรง พักเอาแรงที่โรงแรมก่อน แล้วค่อยออกมาเดินเลียบแม่น้ำตอนเย็นที่ลมเริ่มเย็น
18:00
มื้อเย็นริมน้ำ + พักค้างคืนหาร้านอาหารไทยริมเจ้าพระยาในเมือง สั่งปลาแม่น้ำกับต้มยำ บรรยากาศเย็นสบายปิดท้ายวันแรก
เรื่องการแต่งกาย
เข้าวิหารพระนอนต้องถอดรองเท้าและแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงเลี่ยงกางเกงขาสั้นมาก ๆ พกผ้าคลุมไหล่ติดไว้เผื่อบางวิหารเคร่ง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาเช่า
วันที่ 2 — เมืองลงใต้สู่ป่าโมก
วันที่ 2
วัดต้นสน · ป่าโมก · กลองเอกราช
08:00
อาหารเช้า แล้วแวะวัดต้นสน ในตัวเมืองไหว้สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดี (หลวงพ่อโต) พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อโลหะลงรักปิดทอง องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากลางเมือง
09:30
ขับลงใต้สู่วัดป่าโมกวรวิหาร อ.ป่าโมกวัดเก่าริมเจ้าพระยา ไฮไลต์คือพระพุทธไสยาสน์ศิลปะสุโขทัย ยาวราว 22–24 เมตร มีตำนานว่าองค์พระลอยน้ำมาจมหน้าวัด ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเก่า บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เข้าฟรี
11:00
ก๋วยเตี๋ยวเรือชามดินเผา ย่านป่าโมกแถวป่าโมกมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเก่าแก่อย่างเจ๊แหว๋ว เสิร์ฟในชามดินเผาเล็ก ราคาเริ่มหลักสิบบาทต่อชาม เครื่องแน่น สั่งหลายชามได้สบายกระเป๋า เปิดเช้าถึงบ่ายต้น ๆ
13:00
หมู่บ้านทำกลองเอกราช ต.เอกราชหมู่บ้านหัตถกรรมทำกลองมือที่ทำสืบทอดกันมานาน เดินดูขั้นตอนขึงหนังกลอง ซื้อกลองเล็กเป็นของฝากได้ ใกล้กันมีคาเฟ่ริมน้ำให้นั่งพัก
14:30
คาเฟ่ริมน้ำ พักก่อนกลับแถบเอกราช–ป่าโมกมีคาเฟ่ริมแม่น้ำน้อยอย่างบ้านรักน้ำคาเฟ่ นั่งจิบกาแฟชมน้ำให้หายเหนื่อย ก่อนขับกลับเข้าทางสายเอเชีย
16:00
เดินทางกลับกรุงเทพฯจากป่าโมกขึ้นทางหลวง 32 กลับเข้าเมืองได้เลย ถึงกรุงเทพฯ ก่อนค่ำพอดี
ตลาดเก่าตลาดศาลเจ้าโรงทอง (วิเศษชัยชาญ)
ตลาดเก่าอายุร้อยปีตั้งแต่สมัยอยุธยา มีของกินโบราณ ขนมไทย และศาลเจ้าจีนเก่า เดินชิมเพลิน ๆ ช่วงเช้า
แลนด์มาร์กวัดม่วง (พระใหญ่)
พระพุทธรูปองค์ใหญ่มากสีทองที่เห็นแต่ไกล อยู่ฝั่งวิเศษชัยชาญ ถ้าอยากเก็บแลนด์มาร์กดังของอ่างทองก็แวะได้
วางแผนให้พอดีวัน
ถ้ามีแค่วันเดียว เลือกสามจุดหลักคือวัดขุนอินทประมูล วัดป่าโมก และก๋วยเตี๋ยวเรือป่าโมก ก็ได้ครบทั้งพระนอนองค์ใหญ่และของกินขึ้นชื่อ แล้วค่อยกลับช่วงบ่าย