🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าเที่ยวสิงห์บุรีแล้วอยากได้บรรยากาศที่ไม่เหมือนเดินห้าง ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันคือคำตอบ ตลาดนี้อยู่ในพื้นที่วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน ชุมชนเลยจับเอาเรื่องราววีรชนบางระจันมาทำเป็นตลาดเชิงวัฒนธรรม จำลองวิถีไทยสมัยก่อนทั้งย่าน คนขายแต่งชุดไทยกันจริงจัง บางร้านยังพูดสำเนียงโบราณเล่นกับลูกค้า ของที่ขายก็เป็นของกินพื้นบ้านกับขนมไทยโบราณที่หากินยากในเมือง ราคาย่อมเยาเริ่มต้นแค่ 20 บาท เดินสบายมือ
ข้อดีที่ทำให้คนแวะคือมันอยู่ติดวัดโพธิ์เก้าต้นและไม่ไกลจากอุทยานค่ายบางระจัน เลยจัดเป็นจุดเดียวที่ได้ทั้งไหว้พระ เดินดูประวัติศาสตร์ และกินของอร่อยในทริปเดียว ที่จอดรถกว้าง รับได้หลายร้อยคัน และไม่มีค่าเข้า เสียแค่ค่าของกินที่อยากลอง
ตลาดนี้มาจากไหน ทำไมต้องย้อนยุค
ค่ายบางระจันคือพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ชาวบ้านรวมตัวกันสู้กองทัพพม่าช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ชุมชนเลยเอาความภูมิใจตรงนี้มาต่อยอดเป็นตลาดที่เล่าเรื่องผ่านบรรยากาศ คนขายแต่งกายแบบชาวบ้านบางระจัน เรือนร้านทำจากไม้และไม้ไผ่ มุงจาก ให้ความรู้สึกเหมือนหมู่บ้านเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน เดินไปก็เหมือนได้เรียนประวัติศาสตร์ไปในตัว ไม่ใช่แค่มาเดินกิน
เสน่ห์อีกอย่างคือมันเป็นตลาดของคนในพื้นที่จริง ไม่ได้ทำเพื่อนักท่องเที่ยวล้วน ๆ ของกินหลายอย่างเป็นสูตรชาวบ้านที่ขายต่อกันมา ราคาเลยยังจับต้องได้ และคนขายส่วนใหญ่เป็นคนแถวนั้นที่ยินดีเล่าให้ฟังว่าของแต่ละอย่างทำยังไง
อยากเที่ยว สิงห์บุรี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ของกินพื้นเมืองที่ต้องลอง
หัวใจของตลาดนี้คือของกิน มีร้านเกินร้อยร้านกระจายตามทางเดินและริมน้ำ เน้นของพื้นบ้านกับขนมไทยโบราณที่ในเมืองหากินยาก ราคาส่วนใหญ่อยู่ที่ 20–50 บาท พกเงินหลักร้อยก็เดินกินได้ทั้งวัน นี่คือของที่เราว่าน่าลองก่อน
ขนมโปกควาย
ขนมโบราณประจำตลาดนี้ที่หลายคนตามมากินโดยเฉพาะ แป้งย่างกลิ่นหอม เนื้อนุ่มหนึบ กินเล่นเพลินและเป็นชื่อที่คนพูดถึงบ่อยเวลานึกถึงตลาดบ้านระจัน ถ้ามาแล้วต้องเริ่มจากอย่างนี้
ขนมโป่งเหน่ง
ขนมพื้นบ้านอีกอย่างที่หากินยากนอกตลาดนี้ ทอดหรือย่างจนหอม กินตอนร้อน ๆ อร่อยที่สุด เป็นของกินเล่นคู่กับขนมโปกควายที่คนนิยมซื้อเป็นชุด
ทองม้วนสด
ทองม้วนทำสด ๆ หน้าร้าน หอมกลิ่นกะทิและงา กรอบนอกนุ่มใน ซื้อกินตอนนั้นได้รสที่ต่างจากแบบใส่ถุงขาย เป็นทั้งของกินเล่นและของฝากที่ห่อกลับบ้านได้
เกาเหลาต้มยำ / ก๋วยเตี๋ยวเรือ
ของคาวเติมพลังระหว่างเดิน น้ำซุปจัดจ้านแบบบ้าน ๆ ราคาชามย่อมเยา สิงห์บุรีขึ้นชื่อก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่แล้ว ในตลาดก็มีร้านให้ซดร้อน ๆ ระหว่างทาง
ห่อหมก / ของย่างพื้นบ้าน
ห่อหมกใบตอง ไก่ย่าง หมูปิ้ง และของย่างกลิ่นหอมตามแผง เป็นกับข้าวพื้นบ้านที่ซื้อกินตรงนั้นหรือห่อกลับก็ได้ เหมาะคนอยากกินของคาวจริงจังไม่ใช่แค่ขนม
วุ้นกะทิลูกตาล
ของหวานดับร้อน วุ้นกะทินุ่ม ๆ ใส่เนื้อลูกตาลหวานหอม เย็นชื่นใจกำลังดีหลังเดินกลางแดด เป็นของหวานที่คนซื้อกลับไปฝากกันบ่อย
น้ำสมุนไพร / น้ำใบเตย
เครื่องดื่มพื้นบ้านใส่กระบอกไม้ไผ่หรือแก้วโบราณ ทั้งน้ำตะไคร้ ใบเตย อัญชัน รสไม่หวานจัด เข้ากับบรรยากาศย้อนยุค จิบเดินไปดูร้านไปได้สบาย
เคล็ดลับสายกิน
ของในตลาดนี้ราคาถูกแต่ของหมดเร็วในวันคนเยอะ ขนมโบราณอย่างขนมโปกควายมักขายดี ถ้าตั้งใจมากินอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ มาช่วงสายก่อนเที่ยงจะมีให้เลือกครบกว่าช่วงบ่ายแก่
บรรยากาศและสิ่งที่ได้เจอ
นอกจากของกิน จุดที่ทำให้ตลาดนี้สนุกคือบรรยากาศย้อนยุคที่จัดเต็มกว่าตลาดทั่วไป มีร้านให้เช่าชุดไทยสำหรับคนอยากแต่งเข้าฉาก เดินถ่ายรูปกับเรือนไม้และมุมริมน้ำได้สวย ๆ หลายมุม เด็ก ๆ ก็มีของให้ดูเยอะ
- เช่าชุดไทยถ่ายรูป — มีร้านให้เช่าชุดไทยโบราณ ใส่เดินตลาดเข้ากับบรรยากาศ ถ่ายรูปออกมาเหมือนย้อนเวลา
- โชว์การแสดงพื้นบ้าน — ปกติมีการแสดงให้ดูเป็นรอบ ๆ ในวันเปิดตลาด หลายครั้งเล่าเรื่องวีรชนบางระจัน เช็กรอบหน้างานหรือในเพจตลาดได้
- มุมริมน้ำ — มีที่นั่งกินริมน้ำให้พักขา รับลมเย็น ๆ ระหว่างเดิน เหมาะนั่งกินของหวานชิล ๆ
- ของฝากงานมือ — นอกจากของกินยังมีเครื่องจักสาน ผ้าพื้นเมือง และของใช้แบบโบราณให้เลือกซื้อกลับเป็นของฝาก
เรื่องโชว์การแสดง
วันเปิดตลาดมักมีรอบการแสดงพื้นบ้านให้ดู หลายช่วงจัดราวสาย ๆ กับบ่าย ๆ แต่รอบเวลาปรับได้ตามแต่ละช่วง ถ้าอยากดูโชว์ให้สอบถามจุดประชาสัมพันธ์หน้าตลาดหรือเช็กเพจก่อน จะได้จับเวลาเดินกินรอรอบได้พอดี
วันเวลาเปิดและค่าเข้า
เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทางคือตลาดนี้ไม่ได้เปิดทุกวัน ถ้าไม่เช็กก่อนอาจไปเก้อได้ สรุปข้อมูลที่ต้องรู้ไว้ให้แล้ว
- วันเปิด — เปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ติดกับเสาร์–อาทิตย์ วันธรรมดาตลาดปิด
- เวลา — เปิดราว 9:00 ถึงช่วงเย็น (ประมาณ 16:30–17:00) ช่วงสายถึงบ่ายต้น ๆ ของครบและคนกำลังคึกคัก
- ค่าเข้า — ไม่มีค่าเข้าชม จ่ายเฉพาะค่าของที่ซื้อ
- ที่จอดรถ — มีลานจอดกว้าง รับได้หลายร้อยคัน วันคนเยอะอาจต้องเดินจากลานเข้ามาบ้าง
เช็กก่อนไป
วันเปิดของตลาดชุมชนแบบนี้ปรับได้ตามเทศกาลและช่วงโลว์ซีซัน ถ้าตั้งใจมาเดินตลาดนี้เป็นจุดหลักของทริป แนะนำเช็กเพจเฟซบุ๊กของตลาด (ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น) ก่อนออกจากบ้านสักวันสองวัน จะชัวร์กว่า
เที่ยวต่อแถวนี้ได้อะไรอีกบ้าง
ข้อดีของตลาดนี้คืออยู่รวมโซนกับจุดเที่ยวประวัติศาสตร์ของค่ายบางระจัน เดินต่อหรือขับไม่กี่นาทีก็ถึง จัดเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้สบาย
วัดโพธิ์เก้าต้น (วัดไม้แดง)
วัดเก่าสมัยอยุธยาที่อยู่ติดตลาด มีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ผู้นำทางใจของชาวบ้านบางระจัน เดินจากตลาดเข้าไหว้พระต่อได้เลย
อุทยานค่ายบางระจัน
สวนร่มรื่นที่มีอนุสาวรีย์วีรชนทั้ง 11 คน และอาคารพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องการรบ อยู่ไม่ไกล เหมาะพาเด็กมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
พระนอนองค์ใหญ่ยาวราว 47 เมตร ฝีมือช่างสมัยอยุธยา เป็นวัดหลักของสิงห์บุรีที่ขับต่อไปไหว้ในวันเดียวกันได้
จัดเวลาเดินตลาดให้คุ้ม
ถ้ามาจากกรุงเทพแบบเช้าเย็นกลับ ตลาดนี้เหมาะเป็นจุดกินมื้อสายถึงกลางวัน แล้วต่อด้วยวัดและอุทยานในโซนเดียวกัน นี่คือเส้นที่ลื่นไม่ย้อนทาง
ตลาด → วัด → ประวัติศาสตร์
เดินทางมาตลาดบ้านระจันยังไง
- รถยนต์ส่วนตัว — จากกรุงเทพใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ออกเข้าตัวเมืองสิงห์บุรีแล้วต่อไปอำเภอค่ายบางระจัน ตลาดอยู่ในพื้นที่วัดโพธิ์เก้าต้น รวมแล้วราว 2 ชั่วโมงครึ่ง คล่องที่สุดเพราะตลาดอยู่นอกเมือง
- รถสาธารณะ — นั่งรถตู้หรือรถทัวร์มาตัวเมืองสิงห์บุรีก่อน แล้วต่อรถรับจ้างไปค่ายบางระจัน ในพื้นที่รถสาธารณะน้อย มีรถส่วนตัวจะสะดวกกว่ามาก
- เที่ยวรวมจุดเดียว — เพราะตลาด วัดโพธิ์เก้าต้น และอุทยานค่ายบางระจันอยู่โซนเดียวกัน จอดรถจุดเดียวเดินเก็บได้หลายที่ ประหยัดเวลาขับวน
อยากได้ที่พักทำเลดีไว้เป็นฐานเที่ยวสิงห์บุรี
ดู Top 10 โรงแรมสิงห์บุรี →