🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดถึงสุรินทร์ คนส่วนใหญ่นึกถึงช้างก่อนอย่างอื่น และต้นทางของภาพนั้นก็คือบ้านตากลาง หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวกูย (บางที่เขียนกวย) กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความชำนาญเรื่องคล้องช้างและเลี้ยงช้างสืบทอดกันมายาวนาน วันนี้การคล้องช้างป่าเลิกไปนานแล้ว แต่ความผูกพันระหว่างคนกับช้างยังอยู่ ช้างที่นี่จึงไม่ได้ถูกเลี้ยงเป็นสินค้า แต่เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว
สิ่งที่ทำให้ตากลางต่างจากปางช้างทั่วไปคือบรรยากาศของหมู่บ้านจริง ๆ เดินไปตามถนนในชุมชนก็เห็นช้างผูกอยู่ข้างบ้าน บางบ้านมีช้างนอนพักใต้ร่มไม้ คนกับช้างเดินสวนกันเป็นเรื่องปกติ ส่วนศูนย์คชศึกษาคือพื้นที่หลักที่จัดไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว มีลานแสดงช้าง พิพิธภัณฑ์ และจุดให้อาหารช้างรวมอยู่ในที่เดียว
ไปบ้านตากลางยังไง ไกลจากตัวเมืองแค่ไหน
บ้านตากลางอยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 60 กิโลเมตร ไปทางอำเภอท่าตูม ใช้เวลาขับรถราวชั่วโมงเศษ เส้นทางหลักคือออกจากเมืองไปตามถนนสายสุรินทร์–ร้อยเอ็ด แล้วเลี้ยวเข้าทางตำบลกระโพ มีป้ายบอกทางเป็นช่วง ๆ ถ้าขับรถเองสบายสุด เพราะจุดเที่ยวในละแวกนี้กระจายตัวพอสมควร
- รถส่วนตัว / รถเช่า — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองราวชั่วโมงเศษ จอดในศูนย์คชศึกษาได้สบาย เผื่อแวะวังทะลุและจุดใกล้เคียงต่อได้
- เหมารถ / สองแถว — ถ้าไม่มีรถ เหมารถจากตัวเมืองหรือต่อรถจากอำเภอท่าตูมเข้าหมู่บ้านได้ ควรนัดเวลารับกลับให้ชัดเพราะรถประจำทางเข้าหมู่บ้านมีไม่บ่อย
- ทัวร์ครึ่งวัน–เต็มวัน — บางที่พักในเมืองและชุมชนจัดโปรแกรมพาเที่ยวหมู่บ้านช้างพร้อมไกด์ท้องถิ่น เหมาะคนอยากฟังเรื่องวิถีชาวกูยแบบลึก
วางแผนเวลาให้ตรงรอบแสดง
การแสดงช้างของศูนย์คชศึกษามีวันละ 2 รอบ คือช่วงสาย ราว 10 โมง และช่วงบ่าย ราวบ่าย 2 ขับมาจากตัวเมืองตั้งชั่วโมงเศษ แนะนำออกแต่เช้าให้ทันรอบสาย จะได้ดูการแสดง ให้อาหารช้าง และเดินพิพิธภัณฑ์ในทริปเดียวแบบไม่ต้องรีบ ก่อนไปลองโทรเช็กรอบแสดงกับทางศูนย์อีกครั้ง เพราะรอบอาจปรับตามฤดูและช่วงเทศกาล
อยากเที่ยว สุรินทร์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ค่าเข้าและสิ่งที่ได้เห็นในศูนย์คชศึกษา
ศูนย์คชศึกษาเปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าไม่แพง คิดแยกผู้ใหญ่กับเด็ก ส่วนการแสดงช้างจัดในลานกลางแจ้ง มีทั้งโชว์ความสามารถของช้างและช่วงให้นักท่องเที่ยวเข้าใกล้ป้อนอาหาร นอกรอบแสดงก็ยังเดินดูช้างตามจุดต่าง ๆ ได้
- ค่าเข้าชม — ผู้ใหญ่ราว 50 บาท เด็กโตราว 20 บาท เด็กเล็กราว 10 บาท ชาวต่างชาติราว 100 บาท (อาจปรับได้ ควรเช็กหน้างาน)
- การแสดงช้าง — วันละ 2 รอบ สายและบ่าย โชว์ช้างแสนรู้ ทั้งความสามารถและความน่ารักของช้างกับควาญ
- อ้อย/กล้วยให้อาหารช้าง — มีขายหน้างาน อ้อยมัดละราว 20 บาท ซื้อเดินป้อนช้างได้ตามอัธยาศัย
- ติดต่อสอบถาม — โทรเช็กรอบแสดงและรายละเอียดล่วงหน้าได้ที่เบอร์ของศูนย์คชศึกษา 044-517461
ให้อาหารช้าง — ช่วงที่หลายคนชอบที่สุด
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดของที่นี่คือการได้ป้อนอาหารช้างเอง ตรงทางเข้าและรอบลานแสดงมีคนขายอ้อยกับกล้วยเป็นมัด ราคาย่อมเยา ซื้อแล้วเดินเข้าไปยื่นให้ช้างได้เลย ช้างจะใช้งวงม้วนรับอย่างนุ่มนวล เด็ก ๆ มักตื่นเต้นกับจังหวะที่งวงมาแตะมือ เป็นภาพที่ได้ใกล้ชิดกว่าสวนสัตว์ทั่วไปมาก
ขอบอกตรง ๆ ว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่และมีอารมณ์ ควรทำตามที่ควาญช้างบอกเสมอ ยื่นอาหารช้า ๆ อย่าแกล้งหรือเข้าไปด้านหลังช้าง และดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด ถ้าอยากถ่ายรูปคู่ช้างหรือมีกิจกรรมพิเศษอย่างนั่งงวงช้าง มักมีกล่องบริจาคให้หยอดสมทบค่าดูแลช้างตามสมัครใจ ถือเป็นการช่วยค่าอาหารช้างที่กินจุมากในแต่ละวัน
วิถีชาวกูยกับช้าง — เรื่องที่ทำให้ที่นี่พิเศษ
ชาวกูยที่ตากลางเลี้ยงช้างมาแบบรุ่นสู่รุ่น สมัยก่อนเป็นนักคล้องช้างที่มีพิธีกรรมและภาษาเฉพาะของตัวเอง ที่เรียกว่าภาษาผีปะกำ เวลาออกไปจับช้างป่าจะมีหมอช้างเป็นผู้นำ มีเชือกปะกำที่ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูล แม้วันนี้ไม่มีการคล้องช้างป่าแล้ว แต่ความเชื่อและความเคารพต่อช้างยังส่งต่อกันอยู่ในชุมชน
ความผูกพันนี้ลึกถึงขั้นที่เมื่อช้างตาย ชาวบ้านจะทำพิธีบังสุกุล นิมนต์พระมาสวดให้เหมือนคนในครอบครัว แล้วนำกระดูกไปเก็บไว้ที่สุสานช้าง ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเดินชมได้และสะท้อนว่าที่นี่มองช้างเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง การได้ฟังเรื่องเหล่านี้จากคนในชุมชนทำให้ทริปมีน้ำหนักกว่าการมาดูช้างเฉย ๆ
พิพิธภัณฑ์ช้างและจุดเที่ยวในละแวกเดียวกัน
ในศูนย์คชศึกษามีพิพิธภัณฑ์ช้างจัดแสดงเรื่องราวของคนกับช้าง ตั้งแต่ประวัติการคล้องช้าง อุปกรณ์อย่างเชือกปะกำ ไปจนความเชื่อและพิธีกรรมของชาวกูย เดินดูเพลิน ๆ ได้ความรู้ก่อนหรือหลังดูการแสดง พอเดินครบในศูนย์แล้ว ยังมีจุดน่าแวะใกล้ ๆ ให้ต่อทริปได้อีก
พิพิธภัณฑ์ช้าง
อยู่ในศูนย์คชศึกษา จัดแสดงเรื่องคนกับช้าง การคล้องช้าง เชือกปะกำ และวิถีชาวกูย เดินชมเอาความรู้ก่อนไปดูช้างจริง
สุสานช้าง
ที่เก็บอัฐิช้างที่ล้มไปแล้ว สะท้อนความผูกพันที่ชาวกูยมีต่อช้างเหมือนคนในครอบครัว เป็นจุดที่ทำให้เข้าใจหมู่บ้านมากขึ้น
วังทะลุ
จุดที่แม่น้ำมูลกับลำน้ำชีไหลมาบรรจบ ห่างจากหมู่บ้านราว 3 กิโลเมตร เหมาะแวะนั่งริมน้ำพักผ่อน บางช่วงนั่งรถอีแต๊กไปได้
ร้านอาหารริมน้ำ
แถวหมู่บ้านมีสวนอาหารริมน้ำให้นั่งกินมื้อกลางวันหลังดูช้าง บรรยากาศสบาย เป็นจุดพักก่อนขับกลับเมือง
เที่ยวบ้านตากลางแบบไม่รีบ — จัดเวลายังไงดี
เพราะบ้านตากลางไกลจากเมืองพอสมควร การไปเช้ากลับเย็นในวันเดียวคุ้มสุด เราลองวางจังหวะให้ดูสองแบบ ทั้งแบบครึ่งวันเน้นดูช้างอย่างเดียว และแบบเต็มวันที่เผื่อเที่ยวจุดรอบ ๆ ด้วย
ครึ่งวันเช้า — เน้นช้างล้วน
เต็มวัน — ช้าง + วังทะลุ + ริมน้ำ
เตรียมตัวก่อนไป
แดดที่ลานแสดงร้อนจัดช่วงสาย ๆ ถึงบ่าย เตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ใส่รองเท้าที่เดินสบายเพราะต้องเดินในลานดินและรอบหมู่บ้าน พกเงินสดย่อยไปเผื่อค่าอ้อย ค่าเข้า และกล่องบริจาค เพราะร้านในหมู่บ้านหลายจุดยังรับแต่เงินสด
วางแผนเที่ยวสุรินทร์ต่อแบบเต็มทริป ทั้งที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก
ดูคู่มือเที่ยวสุรินทร์ →