🔄 อัปเดตล่าสุด 11 มิ.ย. 2026
ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2308–2309 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียให้พม่าครั้งที่สอง ชาวบ้านบางระจันและหมู่บ้านใกล้เคียงได้รวมตัวกันตั้งค่ายต้านทัพพม่าที่ยกผ่านมา สู้กันยืดเยื้อหลายครั้งด้วยกำลังคนและอาวุธที่น้อยกว่ามาก แม้สุดท้ายค่ายจะเสียให้พม่า แต่วีรกรรมของชาวบ้านกลุ่มนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความสามัคคีที่คนไทยจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ อุทยานวีรชนค่ายบางระจันสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเรื่องราวตรงนั้น และเป็นจุดหมายหลักที่คนมาสิงห์บุรีตั้งใจมาดู
เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้า
- เวลาเปิด — เปิดทุกวัน 08:00–17:00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ตัวอุทยานและลานอนุสาวรีย์เดินชมได้ตลอดวัน ส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์เปิดตามเวลาทำการ)
- ค่าเข้า — เข้าชมฟรี ทั้งบริเวณอุทยานและอาคารพิพิธภัณฑ์
- ที่จอดรถ — มีลานจอดกว้างหน้าพื้นที่ มาด้วยรถส่วนตัวสะดวก
- การแต่งกาย — เป็นพื้นที่กลางแจ้งและมีลานอนุสาวรีย์ แต่งตัวสบาย ๆ ได้ แต่ควรเตรียมหมวกและน้ำเพราะแดดค่อนข้างแรงตอนกลางวัน
อยากเที่ยว สิงห์บุรี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
อนุสาวรีย์วีรชน 11 คน
จุดที่คนตั้งใจมาดูเป็นอันดับแรกคือ อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประติมากรรมรูปหล่อหัวหน้าชาวค่ายทั้ง 11 คน ยืนเรียงกันในท่าพร้อมรบ ผลงานของกรมศิลปากร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาทรงเปิดด้วยพระองค์เอง ตรงนี้เป็นลานโล่งกว้าง มีฉากหลังเป็นองค์อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ คนนิยมมาวางพวงมาลัยสักการะและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ชื่อที่หลายคนคุ้นจากในหนังและบทเรียน เช่น นายจันหนวดเขี้ยว นายแท่น นายโชติ นายดอก นายทองเหม็น และพระอาจารย์ธรรมโชติที่เป็นขวัญกำลังใจของชาวค่าย ก็อยู่ในกลุ่มหัวหน้าทั้ง 11 นี้ ถ้าพาเด็ก ๆ มา ตรงนี้เป็นจุดเล่าเรื่องได้ดี เพราะเชื่อมกับสิ่งที่เรียนในห้องเรียนพอดี
บอกตรง ๆ
ลานอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ค่อยมีร่มเงา ถ้ามาช่วงสายถึงบ่ายแดดจะแรงมาก แนะนำมาช่วงเช้าหลังเปิดใหม่ ๆ หรือช่วงเย็นก่อนปิด จะเดินชมสบายกว่าและถ่ายรูปได้แสงนุ่มกว่า
อาคารพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติ
ถัดจากลานอนุสาวรีย์คือ อาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์วีรชนค่ายบางระจัน ข้างในจัดนิทรรศการเล่าเรื่องตั้งแต่ภูมิหลังของเมืองสิงห์บุรี การตั้งค่าย ไปจนถึงการรบกับพม่าทีละครั้ง มีทั้งหุ่นจำลอง ฉากจำลองค่าย และแผนผังเส้นทางเดินทัพ ช่วยให้เห็นภาพว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจเรื่องราวมากกว่าแค่มาถ่ายรูปหน้าอนุสาวรีย์
- ห้องประวัติวีรชน — เล่าประวัติหัวหน้าชาวค่าย พร้อมหุ่นจำลองค่ายบางระจัน เส้นทางเดินทัพพม่า และกลยุทธ์ที่ชาวบ้านใช้สู้
- ห้องสิงห์บุรีในประวัติศาสตร์ — จัดแสดงเรื่องราวเมืองสิงห์บุรีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องปั้นดินเผา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
- ฉากจำลองการสร้างค่ายและการฝึกรบ — เรือนไทย ยุ้งข้าว และฉากจำลองการรบทั้งหลายครั้ง ให้เดินชมเป็นลำดับ
- โซนวิถีชีวิตริมน้ำ — เล่าเรื่องการตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำของคนสิงห์บุรีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเมื่อมีถนนเข้ามา
วัดโพธิ์เก้าต้น — ค่ายเก่าตัวจริง
ใกล้กับอุทยานคือ วัดโพธิ์เก้าต้น หรือที่คนเรียกกันว่า วัดไม้แดง วัดนี้คือพื้นที่ตั้งค่ายบางระจันจริงในอดีต และเป็นที่ที่พระอาจารย์ธรรมโชติจำพรรษาในช่วงสู้ศึก ภายในมีวิหารเก่าและพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพ คนที่มาอุทยานส่วนใหญ่จะแวะวัดนี้ต่อในรอบเดียวกัน เพราะอยู่ใกล้กันมาก ทำให้ได้เห็นทั้งฝั่งอนุสรณ์สมัยใหม่และพื้นที่ประวัติศาสตร์จริงในทริปเดียว
เที่ยวสองจุดต่อเนื่อง
อุทยานวีรชนกับวัดโพธิ์เก้าต้นอยู่ในละแวกเดียวกัน เดินหรือขับต่อกันได้ในไม่กี่นาที วางแผนเผื่อเวลารวมประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงสำหรับสองจุดนี้ จะได้ทั้งดูอนุสาวรีย์ เดินพิพิธภัณฑ์ และไหว้พระที่วัดค่ายเก่า
การเดินทางไปอุทยานวีรชนค่ายบางระจัน
อุทยานตั้งอยู่ที่ตำบลบางระจัน อยู่นอกตัวเมืองสิงห์บุรีไปทางทิศตะวันตก ห่างจากตัวเมืองราว 15 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3032 พื้นที่กว้างราว 115 ไร่ เป็นทั้งสวนพักผ่อนและพื้นที่อนุสรณ์ในตัว
- รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพ — ขับมาทางถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ถึงสิงห์บุรีราว 1.5–2 ชั่วโมง แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวง 3032 ไปอีกราว 15 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัด เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
- รถทัวร์/รถตู้มาลงสิงห์บุรี + รถในเมือง — นั่งรถมาลงตัวเมืองสิงห์บุรีก่อน แล้วต่อรถสองแถวหรือเหมารถ/มอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปที่อุทยาน เพราะตัวอุทยานอยู่นอกเมือง ไม่มีรถประจำทางเข้าถึงโดยตรง
- เช่ารถ/มอเตอร์ไซค์เที่ยวเอง — ถ้าตั้งใจเที่ยวสิงห์บุรีหลายจุด เช่ารถขับเองคล่องที่สุด เพราะที่เที่ยวกระจายอยู่นอกเมือง
- วันเดย์ทริปจากกรุงเทพ — สิงห์บุรีอยู่ใกล้กรุงเทพพอที่จะไปเช้าเย็นกลับได้สบาย จับคู่กับอ่างทองหรือลพบุรีในทริปเดียวก็ลงตัว
เที่ยวต่อแถวนั้นได้อะไรบ้าง
วัดโพธิ์เก้าต้น (วัดไม้แดง)
พื้นที่ค่ายบางระจันจริงในอดีต อยู่ใกล้อุทยาน แวะไหว้พระและดูวิหารเก่าต่อได้ในรอบเดียว
วัดพระนอนจักรสีห์
พระนอนองค์ใหญ่ที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายหลักของสิงห์บุรี คนนิยมไปไหว้ขอพรในทริปเดียวกัน
ของกินริมแม่น้ำในเมือง
กลับเข้าเมืองแล้วหาก๋วยเตี๋ยวเรือหรือปลาแม่น้ำกินเติมพลัง ของขึ้นชื่อของสิงห์บุรี
เคล็ดลับเล็ก ๆ
ช่วงปลายฝนต้นหนาว (พฤศจิกายน–มกราคม) อากาศกำลังดี เดินกลางแจ้งสบายที่สุด ส่วนช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีคนมาวางพวงมาลัยสักการะเยอะเป็นพิเศษ เพราะตรงกับวันที่เปิดอนุสาวรีย์และเป็นช่วงรำลึกวีรชน
อยากเที่ยวสิงห์บุรีให้ครบทั้งวัด ค่ายบางระจัน และของกินในทริปเดียว
ดูคู่มือเที่ยวสิงห์บุรี →