หน้าแรก จุดหมาย กรุงเทพ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยกรุงเทพกรุงเทพ 3 วัน 2 คืน เมืองเก่า คาเฟ่ ตลาด รูฟท็อป
🌆 แพลนเที่ยวกรุงเทพ

กรุงเทพ 3 วัน 2 คืน
เมืองเก่า คาเฟ่ ตลาด รูฟท็อป

กรุงเทพมีหลายหน้าในเมืองเดียว แพลน 3 วัน 2 คืนนี้เลยจัดให้แต่ละวันมีคาแรกเตอร์ชัด ไม่วิ่งวนซ้ำที่เดิม — วันแรก เดินวัดเก่าฝั่งรัตนโกสินทร์ตอนเช้าก่อนแดดแรง วันสอง ตื่นสายหน่อยแล้วไปนั่งคาเฟ่ย่านตลาดน้อย–เจริญกรุงที่เป็นชุมชนจีนเก่าผสมงานอาร์ต บ่ายต่อตลาด วันสาม เก็บตลาดนัดกลางคืนกับรูฟท็อปบาร์ดูพระอาทิตย์ตกริมเจ้าพระยา เราเขียนแบบลงเวลาจริง ราคาจริง และบอกตรงว่าตรงไหนต้องเผื่อเวลาหรือจองล่วงหน้า

🛕 วัดเก่ารัตนโกสินทร์☕ คาเฟ่ตลาดน้อย–เจริญกรุง🌃 ตลาดนัด + รูฟท็อป
กรุงเทพ 3 วัน 2 คืน เมืองเก่า คาเฟ่ ตลาด รูฟท็อป

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

สามวันคือความยาวที่กำลังพอดีกับกรุงเทพ มีเวลาเก็บวัฒนธรรม กิน เดินเล่น และนั่งชิลโดยไม่ต้องรีบจนเหนื่อย หัวใจของการจัดทริปกรุงเทพให้สนุกคือ จับกิจกรรมที่อยู่ย่านเดียวกันไว้ในวันเดียวกัน เพราะเมืองนี้รถติดหนัก การวิ่งข้ามเมืองไป–กลับกินเวลามากกว่าที่คิด แพลนนี้แบ่งเป็นโซน เดินและใช้รถไฟฟ้า/เรือต่อกันได้ทั้งวัน

เรื่องที่พัก ถ้าอยากเดินวัดสบายในวันแรกและนั่งเรือง่าย แนะนำพักย่านเมืองเก่า (ท่าเตียน–พระอาทิตย์–ข้าวสาร) ส่วนใครเน้นเดินทางสะดวกด้วย BTS/MRT และอยากใกล้รูฟท็อปกับห้าง ให้พักย่านสีลม–สาทร หรือสยาม–ราชเทวี แล้วต่อเรือ/รถไฟฟ้าเอา ทั้งสองโซนทำตามแพลนนี้ได้หมด

วันแรก — วัดเก่ารัตนโกสินทร์ เช้าถึงบ่าย

วันแรกเก็บสามวัดหลักที่อยู่ติดกันริมแม่น้ำ คือ พระบรมมหาราชวัง+วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ และวัดอรุณ ทั้งหมดเดินและนั่งเรือข้ามฟากถึงกันได้ ไม่ต้องนั่งรถข้ามเมือง กุญแจสำคัญคือไปให้เช้าที่สุด เพราะสาย ๆ ทั้งแดดแรงและคนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

วันที่ 1

รัตนโกสินทร์ — สามวัดริมน้ำ

08:30
เริ่มที่พระบรมมหาราชวัง + วัดพระแก้วขายตั๋ว 08:30–15:30 ตัวพระราชวังเปิดถึง 16:30 ค่าเข้าชาวต่างชาติ 500 บาท คนไทยฟรีพกบัตรประชาชน ไปเช้าสุดเพราะคนเยอะขึ้นทั้งวัน แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ห้ามกางเกง/กระโปรงสั้นและเสื้อสายเดี่ยว ถ้าชุดไม่ผ่านมีจุดให้ยืมผ้าคลุม
10:30
เดินต่อไปวัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพน)อยู่ถัดจากพระบรมมหาราชวังลงมาทางใต้ เดินราว 10 นาที เปิด 08:00–18:30 ค่าเข้าชาวต่างชาติ 300 บาท ไฮไลต์คือพระนอนองค์ใหญ่ยาว 46 เมตร และที่นี่เป็นต้นตำรับนวดแผนไทย จะนวดเท้าพักขาสักหน่อยก็ได้
12:00
พักกินเที่ยง + ของหวานแถวท่าเตียนเดินจากวัดโพธิ์ไปท่าเตียนไม่ถึง 5 นาที มีร้านอาหารริมน้ำและร้านของหวาน เช่น Make Me Mango (เปิด 10:30–20:00) ข้าวเหนียวมะม่วงเริ่มราว 150–250 บาท นั่งหลบแดดเติมพลังก่อนข้ามเรือ
13:30
ข้ามเรือจากท่าเตียนไปวัดอรุณเรือข้ามฟากท่าเตียน–วัดอรุณ ค่าโดยสาร 5 บาท ออกทุก 5–10 นาที นั่งไม่ถึง 3 นาทีถึงฝั่ง วัดอรุณเปิด 08:00–18:00 ค่าเข้าชาวต่างชาติ 200 บาท ปรางค์ประดับกระเบื้องเคลือบสวยมากเมื่อโดนแดดบ่าย ปีนชั้นล่างถ่ายรูปได้
15:30
กลับฝั่งพระนคร เดินเล่นย่านท่าเตียน–ปากคลองตลาดถ้ายังมีแรง เดินเล่นตลาดดอกไม้ปากคลองตลาด (อยู่ไม่ไกล เปิดทั้งวันแต่คึกตอนค่ำ–ดึก) หรือนั่งคาเฟ่ริมน้ำชมวิววัดอรุณฝั่งตรงข้าม
18:00
กลับที่พัก พัก แล้วหามื้อเย็นเบา ๆ ใกล้ที่พักวันแรกเดินเยอะและร้อน ไม่ต้องอัดมื้อค่ำหนัก เก็บแรงไว้ลุยวันสอง–สาม ถ้าพักย่านพระอาทิตย์–ข้าวสารมีร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เดินถึง

เคล็ดลับวันวัด

พกร่มหรือหมวกกับน้ำดื่ม แดดกรุงเทพช่วงสายแรงจริง สวมรองเท้าที่ถอดง่ายเพราะต้องถอดก่อนเข้าโบสถ์/วิหารหลายจุด และระวังคนแอบอ้างว่า "วันนี้วัดปิด" แล้วชวนไปทัวร์เรือ/ร้านเพชร — วัดเหล่านี้เปิดทุกวัน เดินเข้าทางประตูหลักได้เลย

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว กรุงเทพ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม กรุงเทพ ทั้งหมด (Klook)

วันที่สอง — คาเฟ่ตลาดน้อย–เจริญกรุง บ่ายเดินย่านเก่า

วันสองเปลี่ยนจังหวะให้ช้าลง ตื่นสายได้ ย่าน ตลาดน้อย–เจริญกรุง คือชุมชนจีนเก่าริมเจ้าพระยาที่กลายเป็นแหล่งคาเฟ่และสตรีทอาร์ตในตึกแถวเก่า เดินซอกแซกตามตรอกได้ทั้งวัน ใกล้ MRT สถานีหัวลำโพง เดินเข้าได้ หรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าราชวงศ์/มารีนเดอปาร์ค

วันที่ 2

ตลาดน้อย–เจริญกรุง — คาเฟ่ + ย่านเก่า

09:30
คาเฟ่เช้าที่ Mother Roaster หรือร้านกาแฟในตรอกตลาดน้อยMother Roaster เป็นร้านกาแฟเล็กในตึกแถวเก่าริมน้ำย่านตลาดน้อย คั่วเองเสิร์ฟเอง บรรยากาศชุมชน เปิดเช้า ที่นั่งน้อยอาจต้องรอ ถ้าเต็มมีร้านกาแฟในซอยเดียวกันให้เลือกอีกหลายร้าน
10:30
เดินเล่นตลาดน้อย ถ่ายสตรีทอาร์ต ศาลเจ้าโจวซือกง รถโบราณตลาดน้อยเดินเพลินมาก มีงานสตรีทอาร์ตตามกำแพง อู่ซ่อมรถเก่า ศาลเจ้าจีน และตึกแถวร้อยปี ใช้เวลาเดินถ่ายรูปได้ 1–2 ชั่วโมงสบาย ๆ ใส่รองเท้าเดินสบายเพราะตรอกแคบและพื้นไม่เรียบ
12:30
มื้อเที่ยงในย่าน — ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว หรือบาเกิลย่านนี้มีทั้งร้านจีนเก่าแก่และร้านใหม่ ๆ เช่น Sydny Bagels Charoenkrung (Charoen Krung 24) เปิดราว 7:00–17:00 ขายเบเกิลเนื้อหนึบ ถ้าอยากกินจีนแบบดั้งเดิมมีร้านข้าวต้ม–ก๋วยเตี๋ยวริมถนนเจริญกรุงให้เลือก
14:00
คาเฟ่บ่าย — ENVIES, Feng Huang Tea Bar หรือ The Coffee StoreENVIES (เจริญกรุง เปิด 8:00–17:00) บรรยากาศเรโทรผสมงานอาร์ต / Feng Huang Tea Bar (เจริญกรุง ซอย 22 เปิด 9:00–18:00) ตึกไม้สองชั้นสไตล์จีนเก่า เด่นเรื่องมัทฉะ เลือกนั่งสักร้านหลบแดดบ่าย
16:00
เดินเลียบเจริญกรุงไปทาง Warehouse 30 / ริมน้ำถนนเจริญกรุงช่วงนี้มีคอมมูนิตี้สเปซและแกลเลอรีในโกดังเก่า เดินดูงานดีไซน์ ของแต่งบ้าน ร้านหนังสือเล็ก ๆ ได้เพลิน ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก
18:30
มื้อเย็นริมน้ำ หรือกลับพักย่านเจริญกรุง–บางรักมีร้านอาหารริมแม่น้ำและร้านเก่าแก่หลายร้าน ถ้าวันนี้เดินมาเยอะแล้วจะกลับพักเก็บแรงไว้ลุยรูฟท็อปวันพรุ่งนี้ก็ได้

คาเฟ่ย่านตลาดน้อย–เจริญกรุงเปลี่ยนเร็วมาก ร้านใหม่เปิด ร้านเก่าย้าย เวลาเปิด–ปิดปรับได้ตลอด เราใส่เวลาทำการตามที่ประกาศล่าสุด แต่แนะนำเช็กหน้าเพจ/แผนที่ของร้านอีกครั้งก่อนไป โดยเฉพาะวันจันทร์ที่หลายร้านในย่านนี้หยุด

คาเฟ่ตลาดน้อย–เจริญกรุงที่คนพูดถึง

คัดมาให้เป็นตัวเลือกตั้งต้น เลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปครบทุกร้านในวันเดียว เดินสัก 2–3 ร้านกำลังพอดีกับหนึ่งวัน

กาแฟคั่วเอง

Mother Roaster

ร้านกาแฟคั่วเองในตึกแถวเก่าริมน้ำ ที่นั่งน้อย บรรยากาศชุมชนแท้ ๆ เหมาะคนชอบกาแฟจริงจังและไม่เกี่ยงพื้นที่แคบ

มัทฉะ/ชา

Feng Huang Tea Bar

ตึกไม้สองชั้นสไตล์จีนโบราณ เจริญกรุง ซอย 22 เด่นเรื่องมัทฉะหลายระดับความเข้ม เปิด 9:00–18:00 เหมาะสายชา–ถ่ายรูป

เรโทร/อาร์ต

ENVIES Cafe

คาเฟ่บนถนนเจริญกรุง บรรยากาศเรโทรผสมงานอาร์ตร่วมสมัย เปิดทุกวัน 8:00–17:00 มุมถ่ายรูปเยอะ

เบเกิล/มื้อเช้า

Sydny Bagels Charoenkrung

ร้านเบเกิลเนื้อหนึบในตึกแถวเก่า Charoen Krung 24 ไส้มีตั้งแต่คลาสสิกถึงครีเอทีฟ เปิด จ.–ศ. 7:00–17:00 ส.–อา. 9:00–17:00 เหมาะกินเป็นมื้อเช้า/เที่ยงเบา ๆ

เดินตลาดน้อยให้สนุก

เป็นย่านที่ผู้คนยังอยู่อาศัยและทำมาหากินจริง ถ่ายรูปได้แต่ควรขออนุญาตก่อนถ่ายคนหรือในบ้านเขา หลายตรอกแคบมาก หลีกรถมอเตอร์ไซค์ที่สวนมา และพกเงินสดย่อยเพราะร้านเล็กหลายร้านไม่รับบัตร

วันที่สาม — ตลาดนัดกลางวัน เย็นขึ้นรูฟท็อป ค่ำลุยตลาดนัด

วันสุดท้ายเก็บสองอย่างที่คนมากรุงเทพอยากได้ คือ ช้อปตลาด กับ รูฟท็อปดูพระอาทิตย์ตก จัดให้ช่วงกลางวันเดินตลาด เย็นขึ้นรูฟท็อปจับโมเมนต์ฟ้าเปลี่ยนสี แล้วค่ำ ๆ ค่อยลงไปตลาดนัดกลางคืนกินของ ปิดทริปแบบครบรส

วันที่ 3

ตลาด + รูฟท็อปพระอาทิตย์ตก

10:00
เลือกตลาดกลางวันตามวันที่คุณอยู่ถ้าตรงเสาร์–อาทิตย์ ไปตลาดนัดจตุจักร (เปิดเต็มเฉพาะ ส.–อา. 09:00–18:00 · MRT กำแพงเพชร/BTS หมอชิต) กว่า 15,000 แผง ถ้าตรงวันธรรมดา สลับไปไอคอนสยามโซน SOOKSIAM หรือเดินสำเพ็ง–พาหุรัดแทน ไปเช้าหน่อยก่อนแดดแรงและคนแน่น
13:00
กินเที่ยงในตลาด แล้วกลับพักของ–อาบน้ำตลาดมีโซนอาหารครบ กินอิ่มแล้วกลับที่พักเก็บของที่ซื้อ พักสักหน่อยและเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย เพราะรูฟท็อปดัง ๆ มีกฎการแต่งกาย (smart casual ห้ามกางเกงขาสั้น/รองเท้าแตะ/เสื้อกล้าม)
17:30
ขึ้นรูฟท็อปบาร์รับพระอาทิตย์ตกเลือกตามโซนที่พัก เช่น Sky Bar ที่ lebua (ชั้น 63 ริมเจ้าพระยา เปิด 17:00–00:30 ค็อกเทล Hangovertini ~1,500 บาท) / Mahanakhon SkyBar (ชั้น 78 รูฟท็อปเปิดโล่งสูงสุด เดินกระจกใส SkyWalk บัตรราว 880–1,000 บาทรวมหนึ่งดริงก์) / Octave ที่ Marriott Sukhumvit (ชั้น 45–49 วิว 360 องศา มี Happy Hour) ไปก่อนพระอาทิตย์ตกราว 30–45 นาทีเพื่อจับที่นั่งดี
19:30
ลงจากรูฟท็อป ไปตลาดนัดกลางคืนJodd Fairs Ratchada เปิดทุกวัน 17:00–01:00 (MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 4 เดิน 3 นาที) มีกว่า 700 ร้าน ของเด็ดอย่างเลงแซ่บ/ภูเขาไฟ เริ่ม ~180 บาท หมูปิ้งไม้ละ 10 บาท ถ้าวันนั้นเป็น พฤ.–อา. จะไปตลาดรถไฟศรีนครินทร์ (17:00–01:00) ก็ได้
22:00
เก็บของฝากปิดทริป แล้วกลับ/เตรียมเดินทางตลาดนัดกลางคืนมีของฝากและของกินแพ็กกลับได้ ถ้าเช้าวันรุ่งขึ้นต้องไปสนามบิน เผื่อเวลาเดินทางและนอนพักให้พอ

เคล็ดลับรูฟท็อป

เช็กกฎการแต่งกายของแต่ละบาร์ก่อนไป (ส่วนใหญ่ห้ามกางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม รองเท้าแตะ) เครื่องดื่มราคาสูงเป็นปกติของรูฟท็อปวิวเมือง บางที่มีค่าบัตรเข้า/มินิมัม ถ้าอยากได้วิวสวยแบบประหยัด ลองรูฟท็อปโรงแรมระดับกลางหรือช่วง Happy Hour ก็ได้บรรยากาศคล้ายกันในงบที่เบากว่า และถ้าฝนตก (โดยเฉพาะหน้าฝน พ.ค.–ต.ค.) บาร์เปิดโล่งอาจปิดชั่วคราว เผื่อแผนสำรองไว้

ปรับแพลนตามสไตล์คุณ

  • มากับครอบครัว/มีเด็ก — วันสามสลับรูฟท็อปเป็นล่องเรือดินเนอร์เจ้าพระยา หรือไปสวนลุมพินี/ซาฟารีเวิลด์ ที่เด็กสนุกกว่า
  • สายคาเฟ่–ถ่ายรูป — เพิ่มเวลาวันสองในย่านเจริญกรุง และตัดวัดวันแรกเหลือสองวัด (พระบรมมหาราชวัง + วัดอรุณ) ให้มีเวลานั่งคาเฟ่มากขึ้น
  • งบจำกัด — เลือกวัดที่อยากเข้าจริง ๆ แค่ 1–2 แห่ง (เดินดูภายนอกฟรี) ตลาดนัดกินอิ่มในงบหลักร้อย และเปลี่ยนรูฟท็อปหรูเป็นจุดชมวิวฟรีอย่างสะพานหรือสวนสาธารณะ
  • มีเวลาเพิ่มครึ่งวัน — เช้าวันสุดท้ายแวะบางกระเจ้า (ปอดสีเขียวของกรุงเทพ ปั่นจักรยานในสวน) ก่อนเก็บกระเป๋า เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองสู่ธรรมชาติ

สรุปงบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน

  • ค่าเข้าวัดวันแรก — พระบรมมหาราชวัง 500 + วัดโพธิ์ 300 + วัดอรุณ 200 รวมราว 1,000 บาท (คนไทยเข้าส่วนใหญ่ฟรี พกบัตรประชาชน)
  • คาเฟ่วันสอง — กาแฟ/ชาแก้วละ ~90–180 บาท เบเกอรี/เบเกิล ~80–150 บาท เดิน 2–3 ร้านเผื่อราว 400–600 บาท
  • รูฟท็อปวันสาม — บัตร/ดริงก์แรกที่รูฟท็อปดังราว 900–1,500 บาท ถ้าเลือกรูฟท็อประดับกลางหรือ Happy Hour ลดเหลือ 300–600 บาทได้
  • ค่าเดินทางในเมือง — เรือข้ามฟาก 5 บาท, เรือด่วนเจ้าพระยา ~18 บาท, BTS/MRT ~20–60 บาท/เที่ยว ทั้งทริปเผื่อราว 400–600 บาท
  • ค่าอาหาร — สตรีทฟู้ด/ตลาดอิ่มในงบ 100–300 บาท/มื้อ ร้านนั่งกินจริงจัง 300–700 บาท/มื้อ
  • ที่พัก 2 คืน — โฮสเทลเมืองเก่าเริ่มหลักร้อย/คืน โรงแรมระดับกลางย่านสีลม–สยามหลักพันต้น ๆ /คืนขึ้นไป

รวมแล้วทริป 3 วัน 2 คืนแบบนี้ (ไม่รวมที่พักและตั๋วเครื่องบิน) อยู่ในงบประมาณ 2,500–5,000 บาท/คน ขึ้นกับว่าเลือกรูฟท็อปหรูแค่ไหนและเข้าวัดกี่แห่ง ปรับขึ้นลงได้ตามสไตล์ที่ชอบ

ดูที่พักทำเลดีสำหรับทริปนี้ — ใกล้รถไฟฟ้า ริมน้ำ หรือย่านเมืองเก่า

ดู Top 10 โรงแรมกรุงเทพ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวกรุงเทพ 3 วัน 2 คืน เที่ยวอะไรได้บ้าง?

แพลนนี้แบ่งวันแรกเดินวัดเก่าฝั่งรัตนโกสินทร์ (พระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ วัดอรุณ) ที่อยู่ติดกัน วันสองนั่งคาเฟ่และเดินย่านเก่าตลาดน้อย–เจริญกรุง วันสามช้อปตลาดกลางวันแล้วขึ้นรูฟท็อปดูพระอาทิตย์ตก ปิดท้ายด้วยตลาดนัดกลางคืน ครบทั้งวัฒนธรรม คาเฟ่ ช้อปปิง และวิวเมือง

ค่าเข้าวัดสามแห่งวันแรกเท่าไหร่?

สำหรับชาวต่างชาติ พระบรมมหาราชวัง+วัดพระแก้ว 500 บาท วัดโพธิ์ 300 บาท วัดอรุณ 200 บาท รวมประมาณ 1,000 บาท คนไทยเข้าได้ฟรีหรือราคาพิเศษเมื่อแสดงบัตรประชาชน ราคาอาจปรับได้ แนะนำเช็กหน้างานอีกครั้ง

คาเฟ่ย่านตลาดน้อย–เจริญกรุงควรไปร้านไหน?

ตัวเลือกที่คนพูดถึงมีหลายร้าน เช่น Mother Roaster (กาแฟคั่วเองริมน้ำ) Feng Huang Tea Bar (มัทฉะ ตึกไม้จีนเก่า เจริญกรุงซอย 22) ENVIES (เรโทร–อาร์ต เปิด 8:00–17:00) และ Sydny Bagels (เบเกิลในตึกแถวเก่า) เดินสัก 2–3 ร้านกำลังพอดีกับหนึ่งวัน หลายร้านหยุดวันจันทร์ เช็กก่อนไป

รูฟท็อปบาร์กรุงเทพที่ไหนวิวดี?

ที่คนนิยมมี Sky Bar ที่ lebua ชั้น 63 ริมเจ้าพระยา (เปิด 17:00–00:30), Mahanakhon SkyBar ชั้น 78 รูฟท็อปเปิดโล่งสูงสุดมี SkyWalk กระจกใส (บัตรราว 880–1,000 บาทรวมหนึ่งดริงก์) และ Octave ที่ Marriott Sukhumvit วิว 360 องศามี Happy Hour ทุกที่มีกฎแต่งกาย smart casual และเครื่องดื่มราคาสูง เผื่องบไว้

ไปตลาดนัดกลางคืนที่ไหนดีในกรุงเทพ?

Jodd Fairs Ratchada เปิดทุกวัน 17:00–01:00 อยู่ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 4 เดิน 3 นาที มีกว่า 700 ร้าน ของกินเด่นอย่างเลงแซ่บภูเขาไฟและหมูปิ้ง อีกตัวเลือกคือตลาดรถไฟศรีนครินทร์ที่เปิดเฉพาะพฤหัส–อาทิตย์ 17:00–01:00

3 วันเที่ยวกรุงเทพ เดินทางในเมืองยังไงให้ไม่เสียเวลา?

กรุงเทพรถติดหนักช่วง 16:00–19:00 ให้ใช้ BTS/MRT และเรือด่วนเจ้าพระยาเป็นหลัก โดยเฉพาะเส้นริมแม่น้ำที่เรือเร็วกว่าถนนชัดเจน วันแรกใช้เรือข้ามฟากต่อวัด วันสองลง MRT หัวลำโพงเดินเข้าตลาดน้อย วันสามใช้ MRT/BTS ต่อรูฟท็อปและตลาดนัด จะคุมเวลาได้ดีกว่าแท็กซี่มาก

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ