🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดถึงน้ำตกในนราธิวาส ชื่อที่คนพื้นที่นึกถึงก่อนคือน้ำตกปาโจ มันอยู่ในผืนป่าบูโด ซึ่งเป็นเทือกเขาที่พาดผ่านหลายอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัด ตัวน้ำตกเป็นผาหินกว้างที่น้ำไหลลงเป็นแผ่นกว้าง มองเห็นได้แต่ไกล มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เลยกลายเป็นที่พักผ่อนประจำของคนแถวบาเจาะและเมืองนราธิวาส เสาร์อาทิตย์มีครอบครัวพาเด็กมาเล่นน้ำ ปูเสื่อกินข้าว นั่งรับลมเย็นใต้ร่มไม้กันเยอะ
อ่านก่อนเดินทาง
นราธิวาสอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ก่อนไปจริงควรเช็กข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัยล่าสุดจากทางราชการ และวางแผนเดินทางช่วงกลางวัน ที่นี่เป็นพื้นที่ชุมชนมุสลิม-มลายู แต่งกายสุภาพมิดชิด และเล่นน้ำแบบเรียบร้อย จะช่วยให้เที่ยวสบายใจและเป็นการให้เกียรติคนพื้นที่
น้ำตกปาโจเป็นแบบไหน
น้ำตกปาโจมีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นแรกที่อยู่ด้านล่างสุดเป็นชั้นที่ใหญ่และสวยที่สุด สายน้ำไหลลงมาจากลานผาหินกว้างสูงราว 60 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้านล่าง เป็นจุดที่คนถ่ายรูปและลงเล่นน้ำกันมากที่สุด ชั้นถัด ๆ ขึ้นไปสายน้ำจะไหลลัดเลาะตามก้อนหินเล็กใหญ่ มีแอ่งน้ำขังเป็นช่วง ๆ ให้เลือกลงแช่ น้ำที่นี่ใสและเย็นเพราะมาจากป่าต้นน้ำของเทือกเขาบูโด
- ชั้นแรก — ผาหินกว้างสูงราว 60 เมตร แอ่งน้ำใหญ่ คนเล่นน้ำเยอะสุด เดินถึงง่ายจากลานจอดรถ
- ชั้นบน ๆ — น้ำไหลตามโขดหิน มีแอ่งเล็ก ๆ ให้แช่ ต้องเดินขึ้นไปตามทางอีกหน่อย
- น้ำไหลตลอดปี — มีน้ำให้เล่นทั้งปี แต่ช่วงฝนน้ำจะแรงและขุ่นกว่าหน้าแล้ง
อยากเที่ยว นราธิวาส ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ใบไม้สีทอง — ย่านดาโอ๊ะ ของบูโด
ของพิเศษที่ทำให้น้ำตกปาโจไม่เหมือนน้ำตกอื่น คือใบไม้สีทอง หรือที่คนมลายูเรียกว่าย่านดาโอ๊ะ เป็นไม้เถาเลื้อยที่ใบอ่อนมีสีทองแดงเหลือบรุ้ง พอต้องแสงแดดจะเป็นประกายเหมือนทองคำ มองเห็นได้แต่ไกล พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นที่แรกของโลกที่ป่าบูโดแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 ปกติจะพบเห็นได้แถวด้านหน้าน้ำตก ถ้าโชคดีไปช่วงที่ใบกำลังออกสีก็จะได้เห็นเถาทองพาดอยู่กลางป่าเขียว
ใบไม้สีทองออกเป็นช่วง
ใบไม้สีทองไม่ได้ออกสีทองตลอดเวลา จะเป็นสีทองชัดตอนใบยังอ่อน ถ้าอยากเห็นช่วงสวยจริง ๆ ลองสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานหรือเช็กเพจอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีก่อนไป จะได้จังหวะที่ใบกำลังออกสี
เดินป่าสั้น ๆ ในป่าดิบชื้นบูโด
ทางเข้าน้ำตกมีสะพานไม้และทางเดินที่ทำไว้พาเดินเลียบลำธารเข้าไปหาตัวน้ำตก เดินสบาย ไม่ชันมาก เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ระหว่างทางมีจุดพักชมวิวให้แวะหายใจและถ่ายรูป สองข้างทางเป็นป่าดิบชื้นสมบูรณ์ ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่อย่างหลุมพอ กะลอ และมีหวายกับปาล์มขึ้นเต็มพื้นป่า ถ้าเงียบ ๆ มีโอกาสเจอค่างแว่นถิ่นใต้ห้อยตามต้นไม้ และนกป่าอย่างนกกาฝากท้องสีส้มบินผ่าน เป็นการเดินป่าระยะสั้นที่ได้บรรยากาศป่าใต้แบบเต็ม ๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเดินขึ้นยอดเขา
- ทางเดินหลัก — สะพานไม้และทางเลียบลำธารถึงน้ำตกชั้นแรก เดินสบาย ใช้เวลาไม่นาน
- ขึ้นชั้นบน — ถ้าจะขึ้นชั้นบน ๆ ทางเริ่มชันและลื่น ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี ระวังหินลื่น
- สัตว์ป่าที่เจอได้ — ค่างแว่นถิ่นใต้ นกกาฝากท้องสีส้ม และนกป่าอีกหลายชนิด มากันเช้า ๆ จะเจอง่ายกว่า
เล่นน้ำที่ปาโจ
หัวใจของการมาปาโจคือการเล่นน้ำ น้ำที่นี่ใสเย็นมาจากป่าต้นน้ำ แอ่งใหญ่ใต้น้ำตกชั้นแรกเป็นจุดที่คนลงเล่นกันเยอะสุด ส่วนแอ่งเล็ก ๆ ตามชั้นบนเหมาะกับคนที่อยากแช่เงียบ ๆ เลี่ยงคน ช่วงที่น้ำกำลังดีคือหลังหน้าฝนต่อต้นหนาว น้ำเยอะกำลังสวยและยังไม่ขุ่น ส่วนหน้าฝนเต็มที่ น้ำจะแรงและสีขุ่น ควรเล่นด้วยความระวังหรือเลี่ยงลงแอ่งลึก
เล่นน้ำให้ปลอดภัย
เล่นน้ำในแอ่งที่คนพื้นที่ลงเล่นอยู่แล้ว เลี่ยงช่วงที่น้ำแรงหรือฝนเพิ่งตกหนักเพราะน้ำป่ามาเร็ว ดูเด็กให้ใกล้ชิด พื้นหินใต้น้ำลื่น และไม่ทิ้งขยะลงน้ำหรือในป่า เก็บกลับมาทิ้งที่ถังให้เรียบร้อย
การเดินทางและข้อมูลก่อนไป
น้ำตกปาโจอยู่ที่บ้านปาโจ ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ ห่างจากตัวเมืองนราธิวาสราว 26 กิโลเมตร ขับตามทางหลวงหมายเลข 42 (นราธิวาส–ปัตตานี) มาทางบาเจาะ แล้วเลี้ยวเข้าถนนพิพิธปาโจไปอีกราว 9 กิโลเมตรก็ถึงที่ทำการอุทยาน ทางเข้าเป็นถนนลาดยางขับสบาย มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถจะคล่องที่สุด เพราะรถสาธารณะเข้าถึงไม่สะดวก
- ที่ตั้ง — บ้านปาโจ ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส (ที่ทำการอุทยานฯ ถนนพิพิธปาโจ)
- ระยะทาง — จากเมืองนราธิวาสราว 26 กม. · จากตัวอำเภอบาเจาะราว 9 กม.
- เวลาเปิด — โดยทั่วไปประมาณ 9.00–16.30 น. ควรไปช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ
- ค่าเข้า — มีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตามอัตราของกรมอุทยานฯ (ต่างชาติแพงกว่าคนไทย) ควรเช็กอัตราล่าสุดหน้างาน
- ติดต่ออุทยาน — อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โทร. 0 7355 1676
เที่ยวต่อจากปาโจไปไหนได้บ้าง
ปาโจอยู่ในอำเภอบาเจาะ ซึ่งเป็นอำเภอเดียวกับมัสยิด 300 ปีตะโละมาเนาะ (วาดีอัลฮูเซ็น) จัดเที่ยวคู่กันในวันเดียวได้สบาย ช่วงเช้าเล่นน้ำเดินป่าที่ปาโจให้สดชื่น แล้วบ่ายแวะมัสยิดไม้เก่าแก่ระหว่างทางกลับเข้าเมือง พอเย็นค่อยไปเดินหาดนราทัศน์รับลมในตัวเมือง ก็ได้ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และทะเลในวันเดียว
มัสยิด 300 ปี ตะโละมาเนาะ
มัสยิดไม้เก่าแก่ในอำเภอบาเจาะเดียวกัน สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง งานช่างไทย-จีน-มลายู เที่ยวต่อจากปาโจได้เลย
ในเมืองหาดนราทัศน์
หาดทรายยาวติดเมือง ดูเรือกอและสีสด รับลมเย็น เก็บไว้ปิดท้ายวันก่อนกลับที่พัก
อยากได้เส้นทางเที่ยวนราธิวาสแบบครบทั้งทริป
ดูคู่มือเที่ยวนราธิวาส →