🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
แพลนนี้วางจากจุดที่คนส่วนใหญ่เริ่ม คือเดินทางถึงบึงกาฬช่วงบ่ายของวันแรก แล้วเก็บภูทอกที่อำเภอศรีวิไลก่อนพระอาทิตย์ตก ค้างคืนในเมืองเพื่อกินริมโขงและเดินเล่นเลียบแม่น้ำ ส่วนวันที่สองตื่นเช้ามืดขึ้นหินสามวาฬรับพระอาทิตย์ขึ้นกับทะเลหมอก แล้วค่อยแวะบึงโขงหลงและของฝากก่อนกลับ จัดให้ขับไม่ย้อนทางและไม่ต้องเร่งเกินไป
เดินทางมาบึงกาฬยังไงดี
บึงกาฬไม่มีสนามบินของตัวเอง คนส่วนใหญ่บินลง อุดรธานี แล้วขับต่ออีกราว 3 ชั่วโมง หรือบินลง นครพนม แล้วขับขึ้นมาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง อีกทางคือนั่งรถทัวร์จากหมอชิตตรงเข้าเมืองบึงกาฬ (ค่อนข้างนาน) ในจังหวัดที่เที่ยวอยู่ไกลกันและขนส่งสาธารณะมีน้อย ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง ไม่งั้นเก็บที่เที่ยวไม่ทันแน่นอน
ถึงบึงกาฬ + ภูทอกบันไดไม้ 7 ชั้น + ริมโขงตอนเย็น
หินสามวาฬรับอรุณ + บึงโขงหลง + ของฝากก่อนกลับ
ร้านกินริมโขงที่แวะได้ระหว่างทริป
ของกินที่ทำให้บึงกาฬต่างจากที่อื่นคือปลาแม่น้ำโขงสด ๆ โดยเฉพาะปลาคังเนื้อแน่น เอามาลาบ ต้มยำ หรือทำหม้อไฟ ร้านริมโขงในเมืองส่วนใหญ่เปิดช่วงเย็นถึงดึก นั่งกินรับลมแม่น้ำได้บรรยากาศดี นี่คือร้านที่คนพื้นที่และนักท่องเที่ยวไปจริง เปิดอยู่ตอนนี้
ครัวเสวย บึงกาฬ
ร้านริมโขงในเมืองที่คนพูดถึงบ่อยเวลาพูดถึงปลาแม่น้ำโขง เมนูหลักเป็นปลาน้ำจืดสด เสิร์ฟจานใหญ่ รสจัดแบบอีสาน นั่งกินไปมองวิวแม่น้ำไป เหมาะเป็นมื้อเย็นวันแรกของทริป
ครัวปอแก้ว
ร้านปลาริมโขงที่ร้านกว้าง มีโต๊ะทั้งโซนในและโซนนอกรับลม เมนูเด่นเป็นต้มยำปลาน้ำโขง หมกหม้อปลา หัวปลาหม้อไฟ และปลาผัดฉ่า เหมาะมากันหลายคนสั่งแชร์
อิ่มหนำสำราญ บึงกาฬ
ร้านริมโขงในเมืองบรรยากาศสบาย ๆ ที่ดีตรงเปิดตั้งแต่สายยันค่ำ มีทั้งอาหารไทย อีสาน ปลาแม่น้ำโขง และเมนูฝรั่งอย่างสเต็ก สปาเกตตี เบอร์เกอร์ เผื่อคนในกลุ่มกินเผ็ดไม่ได้
Riverside Restaurant & Bar บึงกาฬ
ร้านในตัวเมืองนั่งชมวิวริมแม่น้ำโขง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เมนูหลากหลายตั้งแต่ขาหมูเยอรมัน กุ้งแช่น้ำปลา ปลากะพงทอดน้ำปลา ไปจนลาบปลาคัง เหมาะนั่งชิลตอนค่ำมีเครื่องดื่ม
กินลมชมโขง (ปากคาด)
ร้านริมโขงบรรยากาศธรรมชาติที่อำเภอปากคาด ระหว่างทางถ้าขับผ่าน เมนูเด่นเป็นปลาน้ำโขงอย่างปลาคัง ทั้งต้มยำและลาบ วิวแม่น้ำกว้าง เหมาะแวะกินตอนกลางวันระหว่างย้ายโซน
บอกตรง ๆ เรื่องเวลาร้าน
ร้านปลาริมโขงหลายร้านเปิดเฉพาะช่วงเย็นถึงดึก ถ้าอยากกินมื้อกลางวันให้เลือกร้านที่เปิดทั้งวันอย่างอิ่มหนำสำราญ หรือร้านระหว่างทางอย่างกินลมชมโขง ส่วนวันหยุดยาวร้านดังคนเยอะ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าจะชัวร์กว่า
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- ที่พัก 1 คืน — โรงแรมในเมืองบึงกาฬเริ่มราว 500–900 บาท ริมโขงวิวดีราว 1,000–1,800 บาท
- หินสามวาฬ — ค่าเข้าคนละ 20 บาท + ค่ารถเหมา 500 บาทต่อคัน (นั่งได้ 1–10 คน) ไปกันหลายคนหารกันถูกลงมาก
- ภูทอก — เข้าฟรี ทำบุญตามศรัทธา
- บึงโขงหลง — เข้าชมฟรี
- ค่ากิน 2 วัน — กินปลาริมโขงกับอาหารอีสาน ราว 400–700 บาท
- ค่าน้ำมัน/เช่ารถ — เช่ารถวันละราว 1,000–1,500 บาท บวกน้ำมัน เพราะขับระหว่างจุดเยอะ ตัวนี้ก้อนใหญ่สุดของทริป
ไปช่วงไหนของปีดีที่สุด
ช่วงที่เที่ยวบึงกาฬลงตัวที่สุดคือ ปลายฝนต้นหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคม อากาศเย็นสบาย และมีโอกาสเจอทะเลหมอกที่หินสามวาฬตอนเช้า เดินภูทอกก็ไม่ร้อนเกินไป ส่วนหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคมอากาศร้อนจัดและฝุ่นเยอะ เดินขึ้นเขากลางแดดจะเหนื่อย หน้าฝนวิวเขียวสวยแต่บันไดไม้ภูทอกลื่น ต้องระวังเป็นพิเศษ
อยากได้ถ้ำนาคาด้วยไหม
ทริปนี้เน้นภูทอก หินสามวาฬ และริมโขง ซึ่งเก็บได้สบายใน 2 วัน ถ้าอยากได้ถ้ำนาคาเพิ่มต้องเผื่อเวลาอีกครึ่งวัน เพราะต้อง จองคิวผ่านแอป QueQ หรือ walk in รับคิวหน้างาน เปิด 06:00–14:00 น. มีไกด์นำทาง 1 คนต่อไม่เกิน 7 คน ค่าไกด์ 500 บาทต่อกลุ่ม และถ้ำมักปิดฟื้นฟูช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน ใครอยากครบทั้งสี่ที่แนะนำเป็นแพลน 3 วัน 2 คืนจะไม่เร่งเกินไป
เก็บเป็นทริปวันเดียวได้ไหม
ได้ ถ้าเวลาจำกัดจริง ๆ ให้เลือกโซนเดียว เช่น ตื่นเช้าขึ้นหินสามวาฬแล้วต่อบึงโขงหลง หรือเก็บภูทอกครึ่งวันแล้วกินริมโขงตอนเย็น แต่ที่เที่ยวบึงกาฬกระจายหลายอำเภอและไกลกัน อย่าพยายามเก็บภูทอกกับหินสามวาฬในวันเดียวเพราะคนละทิศและขับวนไกล การค้างคืนหนึ่งคืนทำให้ได้ทั้งภูทอกตอนเย็น ริมโขงตอนค่ำ และหินสามวาฬตอนเช้ามืดแบบไม่ต้องรีบ
อยากได้ที่พักทำเลดีในเมืองบึงกาฬ ดูตัวเลือกที่คนรีวิวจริง
ดู Top 10 โรงแรมบึงกาฬ →