หน้าแรก จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬแผนข้ามจังหวัด บึงกาฬ–หนองคาย
🛣️ แผนเที่ยวบึงกาฬ

แผนข้ามจังหวัด
บึงกาฬ–หนองคาย

บึงกาฬกับหนองคายอยู่บนฝั่งโขงเดียวกัน ขับเลาะถนนเลขที่ 212 ที่ติดแม่น้ำเกือบตลอดเส้น จากตัวเมืองบึงกาฬกลับไปหนองคายใช้เวลาราว 2.5–3 ชั่วโมงถ้าไม่แวะ เราเลยรวบเป็นทริป 3 วัน 2 คืน ตั้งต้นที่บึงกาฬ เก็บภูเขาหินทรายกับริมโขง แล้วค่อย ๆ ไหลลงมาทางหนองคายผ่านปากคาดและโพนพิสัย ปิดท้ายที่ศาลาแก้วกู่ อุทยานประติมากรรมปูนกว่า 200 องค์ที่แปลกตาที่สุดของอีสานเหนือ

🛣️ ถนน 212 เลียบโขง🐟 ปลาน้ำโขงปากคาด🗿 ศาลาแก้วกู่
แผนข้ามจังหวัด บึงกาฬ–หนองคาย

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

คนส่วนใหญ่บินหรือนั่งรถมาลงอุดร–หนองคาย แล้วลากต่อขึ้นบึงกาฬ แต่ถ้าคุณเริ่มต้นที่บึงกาฬอยู่แล้ว เส้นทางขากลับลงหนองคายคือทริปที่ใช้เวลาคุ้มมาก เพราะถนน 212 เลียบแม่น้ำโขงเกือบตลอดทาง ได้เห็นทั้งโค้งน้ำกว้าง ๆ แถวปากคาด หมู่บ้านริมตลิ่ง ไปจนเมืองหนองคายที่มีทั้งวัดเก่า ตลาดริมโขง และศาลาแก้วกู่ที่ไม่เหมือนที่ไหน เราวางให้ขับสบาย ๆ ไม่อัดแน่นจนเหนื่อย จอดกินของริมโขงได้เป็นระยะ

บอกตรงก่อน: เส้นนี้เหมาะกับคนมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถมากที่สุด ขนส่งสาธารณะบึงกาฬ–หนองคายมีรถตู้และรถโดยสารวิ่ง แต่จุดเที่ยวธรรมชาติของบึงกาฬอย่างหินสามวาฬหรือภูทอกอยู่นอกเมืองและไม่มีรถประจำทางเข้าถึง ส่วนในเมืองหนองคายเดินและนั่งสามล้อเที่ยวได้สบาย ถ้าไม่มีรถ แนะนำเที่ยวเมืองหนองคายเป็นหลักแล้วเหมารถเฉพาะวันที่จะเข้าจุดธรรมชาติ

ภาพรวมเส้นทางและช่วงเวลาที่ควรไป

ถนนหลักคือทางหลวง 212 จากตัวเมืองบึงกาฬเลาะแม่น้ำโขงไปทางตะวันตก ผ่านอำเภอปากคาด รัตนวาปี เข้าเขตหนองคายที่โพนพิสัย แล้วถึงตัวเมืองหนองคาย ระยะรวมประมาณ 130–140 กิโลเมตร ขับจริงราว 2.5–3 ชั่วโมงถ้าไม่แวะ แต่ทริปนี้ตั้งใจให้แวะ เลยกินเวลาเกือบทั้งวัน

  • หินสามวาฬและภูทอก — จุดเด่นฝั่งบึงกาฬ ไปได้ทั้งปี แต่หินสามวาฬสวยที่สุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) เพราะมีโอกาสเจอทะเลหมอกและฟ้าใส
  • ปากคาด — โค้งน้ำโขงกว้างและร้านปลาริมโขงสวยตลอดปี ช่วงเย็นแสงสวยที่สุดสำหรับถ่ายรูป
  • ศาลาแก้วกู่ — เปิดทั้งปี เดินกลางแจ้งเยอะ ไปช่วงเช้าหรือเย็นจะไม่ร้อนเกิน
  • บั้งไฟพญานาค — ถ้าตรงช่วงออกพรรษา (ต.ค.) โพนพิสัยบนเส้นทางนี้คือจุดดูหลักของภาคอีสาน คนแน่นมาก ควรจองที่พักหนองคายล่วงหน้านาน

เรื่องรถ

เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกจากเมืองบึงกาฬหรือที่ปากคาด ช่วงเข้าจุดเที่ยวธรรมชาติอย่างหินสามวาฬกับป่าภูวัวปั๊มห่างกันพอสมควร และถนนขึ้นจุดชมวิวบางช่วงชันและแคบ ถ้าใช้รถเช่าตรวจยางและน้ำมันให้พร้อมก่อนออก

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บึงกาฬ ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — เก็บธรรมชาติบึงกาฬก่อนออกเดินทาง

วันแรกอยู่ฝั่งบึงกาฬ เก็บไฮไลต์ธรรมชาติที่หาดูที่อื่นยาก ทั้งหินสามวาฬกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่บนภูสิงห์ และริมโขงตัวเมืองช่วงเย็น ใครมีเวลาเหลือสลับไปภูทอกหรือถ้ำนาคาก่อนก็ได้ แต่ถ้าอยากไม่รีบ เก็บแค่หินสามวาฬเช้ามืดแล้วพักผ่อนในเมืองช่วงบ่ายกำลังดี

วันที่ 1

หินสามวาฬ (ภูสิงห์) → ตัวเมืองบึงกาฬ → ริมโขงตอนเย็น

05.00
ออกแต่เช้ามืดจากเมืองบึงกาฬไปหินสามวาฬ ขึ้นจุดชมวิวรอพระอาทิตย์ขึ้นต้องขึ้นรถนำเที่ยวของชุมชนภูสิงห์ ขับรถส่วนตัวขึ้นเองไม่ได้
06.30
ชมพระอาทิตย์ขึ้นและถ่ายรูปกลุ่มหินสามวาฬ เดินดูหินรูปต่าง ๆ บนภูสิงห์หน้าหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอก ลมแรง เตรียมเสื้อกันหนาว
09.00
ลงจากภูสิงห์ กลับเข้าเมืองบึงกาฬ กินข้าวเช้าสายในเมืองมีร้านข้าวเปียก ข้าวจี่ และกาแฟให้เลือก
11.00
พักที่พัก เก็บแรง หรือแวะคาเฟ่ในเมืองช่วงสายเช้ามืดตื่นเร็ว ช่วงนี้พักได้เต็มที่
14.00
เดินเล่นวัดและจุดริมโขงในตัวเมืองบึงกาฬลานริมโขงเมืองบึงกาฬเดินเล่นสบาย เห็นฝั่งลาวชัด
17.30
ดูพระอาทิตย์ตกฝั่งลาวที่ริมโขง มื้อเย็นร้านอาหารริมแม่น้ำในเมืองตัวเมืองบึงกาฬมีตลาดเย็นและร้านริมโขงเดินชิลได้

ถ้าอยากเพิ่มภูทอกหรือถ้ำนาคา

ถ้ามี 4 วันขึ้นไป เพิ่มภูทอก (เดินสะพานไม้เลียบหน้าผา) หรือถ้ำนาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาเข้าวันแรกได้ ถ้ำนาคาต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ และเดินขึ้นเขาไกล ควรเผื่อทั้งวันแยกต่างหาก อย่ายัดรวมวันเดียวกับหินสามวาฬเพราะเหนื่อยเกิน

วันที่ 2 — บึงกาฬเลาะโขงลงปากคาดสู่หนองคาย

วันนี้คือวันขับเลาะโขงตัวจริง ออกจากเมืองบึงกาฬไหลลงทางตะวันตกตามถนน 212 ผ่านปากคาดที่มีโค้งน้ำโขงสวยและร้านปลาริมโขงเป็นพระเอก แล้วต่อโพนพิสัยเข้าเขตหนองคาย วันนี้เน้นกินและแวะตามอารมณ์ ใครเห็นจุดวิวสวยริมทางก็จอดได้ ไม่ต้องรีบ

วันที่ 2

เมืองบึงกาฬ → ปากคาด → โพนพิสัย → ตัวเมืองหนองคาย

08.00
กินข้าวเช้าในเมืองบึงกาฬ เช็กเอาต์ที่พัก เติมน้ำมันให้เต็มซื้อของกินติดรถได้ที่ตลาดเช้าเมืองบึงกาฬ
09.00
ออกถนน 212 เลียบโขงไปทางตะวันตก มุ่งหน้าอำเภอปากคาด ราว 40–50 นาทีช่วงนี้มีวิวแม่น้ำโขงและภูเขาเป็นระยะ จอดถ่ายรูปริมทางได้
10.00
แวะปากคาด จอดดูโค้งน้ำโขงกว้าง ๆ และคาเฟ่ริมแม่น้ำปากคาดเป็นจุดวิวโขงสวยที่สุดช่วงต้นเส้นทาง
12.00
กินกลางวันร้านปลาน้ำโขงริมโขงที่ปากคาดปากคาดมีร้านวิวโค้งน้ำโขงหลายร้าน (ดูลิสต์ด้านล่าง)
13.30
ขับต่อเข้าเขตหนองคายที่อำเภอโพนพิสัย ยืดเส้นยืดสายดูวัดริมโขงช่วงออกพรรษา ที่นี่คือจุดดูบั้งไฟพญานาคหลัก
15.30
ขับเข้าตัวเมืองหนองคาย เช็กอินที่พักริมโขงหรือในเมืองที่พักหนองคายส่วนใหญ่อยู่ใกล้ถนนริมโขงและตลาดท่าเสด็จ
17.30
เดินตลาดท่าเสด็จริมโขง ดูพระอาทิตย์ตก มื้อเย็นร้านริมแม่น้ำในเมืองตลาดท่าเสด็จมีของกินและของฝากเวียดนาม–ลาว เดินยาวริมน้ำ

วันนี้ระยะบึงกาฬ–ปากคาดราว 40 กิโลเมตร ปากคาด–ตัวเมืองหนองคายอีกราว 90–100 กิโลเมตร รวมทั้งวันขับสบาย ๆ ได้แวะกินแวะถ่ายรูปครบ

ร้านปลาน้ำโขงริมทางที่แวะได้จริง

ของกินเด่นของเส้นนี้คือปลาแม่น้ำโขง ทั้งปลาคัง ปลาเนื้ออ่อน ปลากราย ร้านริมโขงแถวปากคาดกับตัวเมืองหนองคายทำได้สด เราคัดร้านที่ยังเปิดและคนรีวิวต่อเนื่อง ราคาเป็นช่วงโดยประมาณ เช็กก่อนไปอีกทีเพราะบางร้านมีวันหยุดหรือเมนูปลาขึ้นกับฤดู

1

กินลมชมโขง (ปากคาด)

72 ม.5 ต.ปากคาด อ.ปากคาด · โทร 042 086 686

ร้านปลาน้ำโขงริมโขงตัวจริงของปากคาด ตั้งบนเวิ้งโค้งน้ำโขงวิวกว้าง เด่นต้มยำปลาคัง ลาบปลาคัง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ทอดมันปลากราย กุ้งแช่น้ำปลา รสจัดแบบอีสาน จอดรถสะดวก บรรยากาศช่วงเย็นวิวสวย

ปลาน้ำโขงวิวริมโขง
จานละ ฿120–300
2

ครัวเสวย (ปากคาด)

อ.ปากคาด · เปิดเย็น ~16.00–23.00

ร้านอาหารริมโขงที่คนปากคาดแนะนำ เน้นเมนูปลาแม่น้ำ บรรยากาศนั่งสบายตอนเย็น เปิดช่วงเย็นถึงค่ำ เหมาะมื้อค่ำถ้ามาถึงปากคาดช่วงบ่ายแก่

ปลาน้ำโขงมื้อเย็น
จานละ ฿100–280
3

เบิ่งโขงคาเฟ่ (ปากคาด)

อ.ปากคาด · คาเฟ่ริมโขง

คาเฟ่และร้านอาหารริมแม่น้ำโขง ย่านบ้านต้าย ต.นากั้ง มีกาแฟสด เครื่องดื่มและของกินเล่น เหมาะแวะพักท้องและถ่ายรูปวิวโขงช่วงสายถึงบ่ายระหว่างทาง

คาเฟ่วิวริมโขง
เครื่องดื่ม ฿50–90
4

ของกินริมโขงโพนพิสัย

อ.โพนพิสัย · ระหว่างทาง

ช่วงโพนพิสัยเข้าเขตหนองคายมีร้านอาหารและของกินเล่นริมโขงให้แวะ เหมาะจอดยืดเส้นและกินรองท้องก่อนขับต่อเข้าตัวเมือง โดยเฉพาะช่วงออกพรรษาที่ย่านนี้คึกคัก

ของกินเล่นระหว่างทาง
ของกินเล่น ฿20–80
5

ร้านอาหารริมโขง ตลาดท่าเสด็จ (หนองคาย)

ตัวเมืองหนองคาย · มื้อเย็น

ในตัวเมืองหนองคายมีร้านอาหารริมแม่น้ำหลายร้านเรียงตามถนนริมโขงแถบตลาดท่าเสด็จ เหมาะมื้อเย็นวันที่สองพร้อมดูพระอาทิตย์ตกฝั่งลาว เมนูปลาน้ำโขงและอาหารอีสานทั่วไป

ริมโขงมื้อเย็น
จานละ ฿100–250
6

อาหารเวียดนามเมืองหนองคาย

ตัวเมืองหนองคาย · มื้อเที่ยง–เย็น

หนองคายมีชุมชนเชื้อสายเวียดนาม จึงหากินแหนมเนือง ปอเปี๊ยะสด หมูยอ และข้าวเปียกได้ง่ายในเมือง เหมาะสลับจากปลาน้ำโขงเป็นมื้อเบา ๆ ก่อนเที่ยวต่อ

เวียดนามในเมือง
จานละ ฿60–180

สั่งปลาน้ำโขงให้คุ้ม

ปลาคังกับปลาเนื้ออ่อนเป็นพระเอกของเส้นนี้ ถ้ามากันหลายคนสั่งเป็นชุดต้มยำหรือลวกจิ้มจะคุ้มกว่าทอดทั้งตัว และถามราคาต่อกิโลก่อนสั่ง เพราะปลาแม่น้ำคิดตามน้ำหนัก ราคาขึ้นลงตามฤดูและขนาดปลา

วันที่ 3 — ศาลาแก้วกู่และเที่ยวเมืองหนองคาย

ไฮไลต์ปิดทริปคือศาลาแก้วกู่ อุทยานประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่กว่า 200 องค์ ผสมความเชื่อพุทธ–พราหมณ์เข้าด้วยกัน สร้างโดยปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ มีทั้งรูปพญานาคเจ็ดเศียร พระพุทธรูป เทพต่าง ๆ และวงล้อแห่งชีวิตที่คนเดินลอดเป็นไฮไลต์ถ่ายรูป ใช้เวลาเดินดูราว 1–2 ชั่วโมง เปิดทุกวันราว 08.00–18.00 ค่าเข้าคนไทยราว ฿20 ต่างชาติ ฿40 เช็กหน้างานอีกที

วันที่ 3

ศาลาแก้วกู่ → วัดโพธิ์ชัย → ตลาดท่าเสด็จ → กลับ

08.30
กินข้าวเช้าในเมืองหนองคาย แล้วไปศาลาแก้วกู่ที่อยู่นอกเมืองเล็กน้อยไปเช้าแดดยังไม่แรง เดินดูประติมากรรมกลางแจ้งสบายกว่า
09.00
เดินชมศาลาแก้วกู่ ถ่ายรูปพญานาคเจ็ดเศียร และเดินลอดวงล้อแห่งชีวิตค่าเข้าคนไทยราว ฿20 ใช้เวลาเดินดูราว 1–2 ชั่วโมง
11.00
ไปวัดโพธิ์ชัย กราบหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคายวัดโพธิ์ชัยเปิดราว 07.00–18.00 อยู่ในตัวเมือง แวะง่าย
12.30
กินกลางวันในเมือง ลองอาหารเวียดนามหรือปลาน้ำโขงร้านที่ยังไม่ได้ลองเมืองหนองคายมีทั้งของอีสานและเวียดนามให้เลือก
14.00
เดินตลาดท่าเสด็จซื้อของฝาก ของกินเวียดนาม–ลาว ของแห้งริมโขงหมูยอ แหนมเนือง ปลาส้ม เป็นของฝากยอดนิยม
16.00
แวะดูพระธาตุกลางน้ำหรือจุดริมโขงหนองคายช่วงท้าย แล้วเดินทางกลับใครต่อรถไฟ/รถทัวร์ที่หนองคายหรืออุดร เผื่อเวลาให้ทันรอบเย็น

เที่ยวศาลาแก้วกู่ให้สนุก

ศาลาแก้วกู่เดินกลางแจ้งเป็นหลัก ใส่รองเท้าเดินสบายและพกน้ำ ช่วงเที่ยงแดดแรงและร้อน ถ้ามาช่วงนั้นเตรียมหมวกหรือร่ม จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือพญานาคเจ็ดเศียรองค์ใหญ่และวงล้อแห่งชีวิตที่เดินลอดได้ ภายในมีศาลาที่เก็บสรีระปู่บุญเหลือให้กราบด้วย

ปรับตามเวลาได้: ถ้ามีแค่ 2 วัน ตัดธรรมชาติบึงกาฬในวันแรกออก เริ่มขับลงหนองคายเลย แล้วเก็บศาลาแก้วกู่กับเมืองหนองคายในวันที่สอง แต่ถ้ามีเวลาเหลือ เพิ่มวัดผาตากเสื้อ จุดชมวิวสกายวอล์กริมโขงทางอำเภอสังคม หรือสะพานมิตรภาพไทย–ลาวเข้าไปได้

แวะเพิ่มได้ถ้ามีเวลา

จุดชมวิว

วัดผาตากเสื้อ (สังคม)

จุดชมวิวริมโขงบนเขา มีสกายวอล์กกระจกยื่นออกไปเห็นโค้งแม่น้ำโขงและฝั่งลาว เหมาะแวะถ้าวกไปทางอำเภอสังคมก่อนเข้าเมือง

สายมู

วัดโพธิ์ชัย (หลวงพ่อพระใส)

วัดคู่เมืองหนองคาย ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนหนองคายเคารพ อยู่ในตัวเมือง แวะกราบง่าย

ริมโขง

สะพานมิตรภาพไทย–ลาว

สะพานข้ามโขงเชื่อมหนองคายกับเวียงจันทน์ จุดถ่ายรูปและด่านข้ามแดน ใครอยากต่อเข้าลาวเริ่มที่นี่

งบและการเตรียมตัว

  • รถ — น้ำมันเส้นบึงกาฬ–หนองคายรวมแวะจุดต่าง ๆ ประมาณ ฿700–1,100 ต่อคันสำหรับรถเก๋ง
  • ที่พัก — โรงแรมในเมืองบึงกาฬ 1 คืน และเมืองหนองคาย 1 คืน เริ่มราว ฿500–1,200 ต่อคืน
  • อาหาร — มื้อหลักร้านปลาน้ำโขงราว ฿150–300 ต่อคน คาเฟ่และของกินเล่นเพิ่มอีกเล็กน้อย
  • ค่าเข้า — ศาลาแก้วกู่คนไทยราว ฿20 ต่างชาติ ฿40 หินสามวาฬมีค่ารถท้องถิ่นขึ้นจุดชมวิว วัดต่าง ๆ ทำบุญตามศรัทธา
  • ของที่ควรพก — รองเท้าเกาะพื้นดี เสื้อกันหนาวถ้าไปหินสามวาฬเช้ามืดหน้าหนาว หมวก/ร่มกันแดดสำหรับศาลาแก้วกู่ และน้ำดื่ม

ควรนอนที่ไหน

ทริปนี้นอนคืนแรกในเมืองบึงกาฬ (ใกล้หินสามวาฬและริมโขง) แล้วย้ายมานอนคืนที่สองในเมืองหนองคาย (ใกล้ศาลาแก้วกู่ ตลาดท่าเสด็จ และจุดต่อรถกลับ) จะเดินทางลื่นที่สุด ไม่ต้องวกกลับไปกลับมา

ดูที่พักในบึงกาฬก่อนออกเดินทาง

ดู 10 โรงแรมบึงกาฬ →

คำถามที่พบบ่อย

บึงกาฬไปหนองคายไกลไหม ขับรถนานเท่าไร?

ระยะทางจากตัวเมืองบึงกาฬถึงตัวเมืองหนองคายราว 130–140 กิโลเมตร ตามถนน 212 ที่เลียบแม่น้ำโขง ขับจริงประมาณ 2.5–3 ชั่วโมงถ้าไม่แวะ แต่เส้นนี้ผ่านปากคาดและโพนพิสัยที่มีร้านริมโขงและจุดวิวให้แวะ จึงควรเผื่อเวลาทั้งวัน

ศาลาแก้วกู่เปิดกี่โมง ค่าเข้าเท่าไร?

ศาลาแก้วกู่เปิดทุกวัน ราว 08.00–18.00 น. ค่าเข้าคนไทยประมาณ ฿20 ต่างชาติราว ฿40 เดินชมประติมากรรมปูนกว่า 200 องค์ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมง เป็นการเดินกลางแจ้งเป็นหลัก ควรไปช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดดร้อน

ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวเส้นนี้ได้ไหม?

ได้แต่ลำบากกว่า มีรถตู้และรถโดยสารบึงกาฬ–หนองคายวิ่ง แต่จุดธรรมชาติของบึงกาฬอย่างหินสามวาฬและภูทอกอยู่นอกเมืองและไม่มีรถประจำทางเข้าถึง ส่วนในเมืองหนองคายเดินและนั่งสามล้อเที่ยวศาลาแก้วกู่ ตลาดท่าเสด็จ และวัดได้สบาย ถ้าไม่มีรถ เน้นเที่ยวเมืองหนองคายเป็นหลักจะง่ายกว่า

ควรไปช่วงไหนของปีดีที่สุด?

ถ้าอยากดูทะเลหมอกที่หินสามวาฬและอากาศเย็นสบาย ไปหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ส่วนศาลาแก้วกู่ ปากคาด และเมืองหนองคายไปได้ทั้งปี ถ้าตรงช่วงออกพรรษา (ต.ค.) จะได้ลุ้นบั้งไฟพญานาคที่โพนพิสัยบนเส้นทางนี้ด้วย แต่คนแน่นและที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า

ทริปนี้ทำเป็น 2 วัน 1 คืนได้ไหม?

ได้ ตัดวันธรรมชาติบึงกาฬออก เริ่มขับจากบึงกาฬลงปากคาด แวะกินปลาน้ำโขง เข้านอนหนองคาย 1 คืน แล้วเก็บศาลาแก้วกู่ วัดโพธิ์ชัย และตลาดท่าเสด็จในวันที่สองก่อนเดินทางกลับ เหมาะกับคนเวลาน้อยที่อยากได้ทั้งริมโขงและไฮไลต์เมืองหนองคาย

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ