🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
คนส่วนใหญ่บินหรือนั่งรถมาลงอุดร–หนองคาย แล้วลากต่อขึ้นบึงกาฬ แต่ถ้าคุณเริ่มต้นที่บึงกาฬอยู่แล้ว เส้นทางขากลับลงหนองคายคือทริปที่ใช้เวลาคุ้มมาก เพราะถนน 212 เลียบแม่น้ำโขงเกือบตลอดทาง ได้เห็นทั้งโค้งน้ำกว้าง ๆ แถวปากคาด หมู่บ้านริมตลิ่ง ไปจนเมืองหนองคายที่มีทั้งวัดเก่า ตลาดริมโขง และศาลาแก้วกู่ที่ไม่เหมือนที่ไหน เราวางให้ขับสบาย ๆ ไม่อัดแน่นจนเหนื่อย จอดกินของริมโขงได้เป็นระยะ
บอกตรงก่อน: เส้นนี้เหมาะกับคนมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถมากที่สุด ขนส่งสาธารณะบึงกาฬ–หนองคายมีรถตู้และรถโดยสารวิ่ง แต่จุดเที่ยวธรรมชาติของบึงกาฬอย่างหินสามวาฬหรือภูทอกอยู่นอกเมืองและไม่มีรถประจำทางเข้าถึง ส่วนในเมืองหนองคายเดินและนั่งสามล้อเที่ยวได้สบาย ถ้าไม่มีรถ แนะนำเที่ยวเมืองหนองคายเป็นหลักแล้วเหมารถเฉพาะวันที่จะเข้าจุดธรรมชาติ
ภาพรวมเส้นทางและช่วงเวลาที่ควรไป
ถนนหลักคือทางหลวง 212 จากตัวเมืองบึงกาฬเลาะแม่น้ำโขงไปทางตะวันตก ผ่านอำเภอปากคาด รัตนวาปี เข้าเขตหนองคายที่โพนพิสัย แล้วถึงตัวเมืองหนองคาย ระยะรวมประมาณ 130–140 กิโลเมตร ขับจริงราว 2.5–3 ชั่วโมงถ้าไม่แวะ แต่ทริปนี้ตั้งใจให้แวะ เลยกินเวลาเกือบทั้งวัน
- หินสามวาฬและภูทอก — จุดเด่นฝั่งบึงกาฬ ไปได้ทั้งปี แต่หินสามวาฬสวยที่สุดหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) เพราะมีโอกาสเจอทะเลหมอกและฟ้าใส
- ปากคาด — โค้งน้ำโขงกว้างและร้านปลาริมโขงสวยตลอดปี ช่วงเย็นแสงสวยที่สุดสำหรับถ่ายรูป
- ศาลาแก้วกู่ — เปิดทั้งปี เดินกลางแจ้งเยอะ ไปช่วงเช้าหรือเย็นจะไม่ร้อนเกิน
- บั้งไฟพญานาค — ถ้าตรงช่วงออกพรรษา (ต.ค.) โพนพิสัยบนเส้นทางนี้คือจุดดูหลักของภาคอีสาน คนแน่นมาก ควรจองที่พักหนองคายล่วงหน้านาน
เรื่องรถ
เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกจากเมืองบึงกาฬหรือที่ปากคาด ช่วงเข้าจุดเที่ยวธรรมชาติอย่างหินสามวาฬกับป่าภูวัวปั๊มห่างกันพอสมควร และถนนขึ้นจุดชมวิวบางช่วงชันและแคบ ถ้าใช้รถเช่าตรวจยางและน้ำมันให้พร้อมก่อนออก
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — เก็บธรรมชาติบึงกาฬก่อนออกเดินทาง
วันแรกอยู่ฝั่งบึงกาฬ เก็บไฮไลต์ธรรมชาติที่หาดูที่อื่นยาก ทั้งหินสามวาฬกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่บนภูสิงห์ และริมโขงตัวเมืองช่วงเย็น ใครมีเวลาเหลือสลับไปภูทอกหรือถ้ำนาคาก่อนก็ได้ แต่ถ้าอยากไม่รีบ เก็บแค่หินสามวาฬเช้ามืดแล้วพักผ่อนในเมืองช่วงบ่ายกำลังดี
หินสามวาฬ (ภูสิงห์) → ตัวเมืองบึงกาฬ → ริมโขงตอนเย็น
ถ้าอยากเพิ่มภูทอกหรือถ้ำนาคา
ถ้ามี 4 วันขึ้นไป เพิ่มภูทอก (เดินสะพานไม้เลียบหน้าผา) หรือถ้ำนาคาที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาเข้าวันแรกได้ ถ้ำนาคาต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ และเดินขึ้นเขาไกล ควรเผื่อทั้งวันแยกต่างหาก อย่ายัดรวมวันเดียวกับหินสามวาฬเพราะเหนื่อยเกิน
วันที่ 2 — บึงกาฬเลาะโขงลงปากคาดสู่หนองคาย
วันนี้คือวันขับเลาะโขงตัวจริง ออกจากเมืองบึงกาฬไหลลงทางตะวันตกตามถนน 212 ผ่านปากคาดที่มีโค้งน้ำโขงสวยและร้านปลาริมโขงเป็นพระเอก แล้วต่อโพนพิสัยเข้าเขตหนองคาย วันนี้เน้นกินและแวะตามอารมณ์ ใครเห็นจุดวิวสวยริมทางก็จอดได้ ไม่ต้องรีบ
เมืองบึงกาฬ → ปากคาด → โพนพิสัย → ตัวเมืองหนองคาย
วันนี้ระยะบึงกาฬ–ปากคาดราว 40 กิโลเมตร ปากคาด–ตัวเมืองหนองคายอีกราว 90–100 กิโลเมตร รวมทั้งวันขับสบาย ๆ ได้แวะกินแวะถ่ายรูปครบ
ร้านปลาน้ำโขงริมทางที่แวะได้จริง
ของกินเด่นของเส้นนี้คือปลาแม่น้ำโขง ทั้งปลาคัง ปลาเนื้ออ่อน ปลากราย ร้านริมโขงแถวปากคาดกับตัวเมืองหนองคายทำได้สด เราคัดร้านที่ยังเปิดและคนรีวิวต่อเนื่อง ราคาเป็นช่วงโดยประมาณ เช็กก่อนไปอีกทีเพราะบางร้านมีวันหยุดหรือเมนูปลาขึ้นกับฤดู
กินลมชมโขง (ปากคาด)
ร้านปลาน้ำโขงริมโขงตัวจริงของปากคาด ตั้งบนเวิ้งโค้งน้ำโขงวิวกว้าง เด่นต้มยำปลาคัง ลาบปลาคัง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ทอดมันปลากราย กุ้งแช่น้ำปลา รสจัดแบบอีสาน จอดรถสะดวก บรรยากาศช่วงเย็นวิวสวย
ครัวเสวย (ปากคาด)
ร้านอาหารริมโขงที่คนปากคาดแนะนำ เน้นเมนูปลาแม่น้ำ บรรยากาศนั่งสบายตอนเย็น เปิดช่วงเย็นถึงค่ำ เหมาะมื้อค่ำถ้ามาถึงปากคาดช่วงบ่ายแก่
เบิ่งโขงคาเฟ่ (ปากคาด)
คาเฟ่และร้านอาหารริมแม่น้ำโขง ย่านบ้านต้าย ต.นากั้ง มีกาแฟสด เครื่องดื่มและของกินเล่น เหมาะแวะพักท้องและถ่ายรูปวิวโขงช่วงสายถึงบ่ายระหว่างทาง
ของกินริมโขงโพนพิสัย
ช่วงโพนพิสัยเข้าเขตหนองคายมีร้านอาหารและของกินเล่นริมโขงให้แวะ เหมาะจอดยืดเส้นและกินรองท้องก่อนขับต่อเข้าตัวเมือง โดยเฉพาะช่วงออกพรรษาที่ย่านนี้คึกคัก
ร้านอาหารริมโขง ตลาดท่าเสด็จ (หนองคาย)
ในตัวเมืองหนองคายมีร้านอาหารริมแม่น้ำหลายร้านเรียงตามถนนริมโขงแถบตลาดท่าเสด็จ เหมาะมื้อเย็นวันที่สองพร้อมดูพระอาทิตย์ตกฝั่งลาว เมนูปลาน้ำโขงและอาหารอีสานทั่วไป
อาหารเวียดนามเมืองหนองคาย
หนองคายมีชุมชนเชื้อสายเวียดนาม จึงหากินแหนมเนือง ปอเปี๊ยะสด หมูยอ และข้าวเปียกได้ง่ายในเมือง เหมาะสลับจากปลาน้ำโขงเป็นมื้อเบา ๆ ก่อนเที่ยวต่อ
สั่งปลาน้ำโขงให้คุ้ม
ปลาคังกับปลาเนื้ออ่อนเป็นพระเอกของเส้นนี้ ถ้ามากันหลายคนสั่งเป็นชุดต้มยำหรือลวกจิ้มจะคุ้มกว่าทอดทั้งตัว และถามราคาต่อกิโลก่อนสั่ง เพราะปลาแม่น้ำคิดตามน้ำหนัก ราคาขึ้นลงตามฤดูและขนาดปลา
วันที่ 3 — ศาลาแก้วกู่และเที่ยวเมืองหนองคาย
ไฮไลต์ปิดทริปคือศาลาแก้วกู่ อุทยานประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่กว่า 200 องค์ ผสมความเชื่อพุทธ–พราหมณ์เข้าด้วยกัน สร้างโดยปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ มีทั้งรูปพญานาคเจ็ดเศียร พระพุทธรูป เทพต่าง ๆ และวงล้อแห่งชีวิตที่คนเดินลอดเป็นไฮไลต์ถ่ายรูป ใช้เวลาเดินดูราว 1–2 ชั่วโมง เปิดทุกวันราว 08.00–18.00 ค่าเข้าคนไทยราว ฿20 ต่างชาติ ฿40 เช็กหน้างานอีกที
ศาลาแก้วกู่ → วัดโพธิ์ชัย → ตลาดท่าเสด็จ → กลับ
เที่ยวศาลาแก้วกู่ให้สนุก
ศาลาแก้วกู่เดินกลางแจ้งเป็นหลัก ใส่รองเท้าเดินสบายและพกน้ำ ช่วงเที่ยงแดดแรงและร้อน ถ้ามาช่วงนั้นเตรียมหมวกหรือร่ม จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือพญานาคเจ็ดเศียรองค์ใหญ่และวงล้อแห่งชีวิตที่เดินลอดได้ ภายในมีศาลาที่เก็บสรีระปู่บุญเหลือให้กราบด้วย
ปรับตามเวลาได้: ถ้ามีแค่ 2 วัน ตัดธรรมชาติบึงกาฬในวันแรกออก เริ่มขับลงหนองคายเลย แล้วเก็บศาลาแก้วกู่กับเมืองหนองคายในวันที่สอง แต่ถ้ามีเวลาเหลือ เพิ่มวัดผาตากเสื้อ จุดชมวิวสกายวอล์กริมโขงทางอำเภอสังคม หรือสะพานมิตรภาพไทย–ลาวเข้าไปได้
แวะเพิ่มได้ถ้ามีเวลา
วัดผาตากเสื้อ (สังคม)
จุดชมวิวริมโขงบนเขา มีสกายวอล์กกระจกยื่นออกไปเห็นโค้งแม่น้ำโขงและฝั่งลาว เหมาะแวะถ้าวกไปทางอำเภอสังคมก่อนเข้าเมือง
วัดโพธิ์ชัย (หลวงพ่อพระใส)
วัดคู่เมืองหนองคาย ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนหนองคายเคารพ อยู่ในตัวเมือง แวะกราบง่าย
สะพานมิตรภาพไทย–ลาว
สะพานข้ามโขงเชื่อมหนองคายกับเวียงจันทน์ จุดถ่ายรูปและด่านข้ามแดน ใครอยากต่อเข้าลาวเริ่มที่นี่
งบและการเตรียมตัว
- รถ — น้ำมันเส้นบึงกาฬ–หนองคายรวมแวะจุดต่าง ๆ ประมาณ ฿700–1,100 ต่อคันสำหรับรถเก๋ง
- ที่พัก — โรงแรมในเมืองบึงกาฬ 1 คืน และเมืองหนองคาย 1 คืน เริ่มราว ฿500–1,200 ต่อคืน
- อาหาร — มื้อหลักร้านปลาน้ำโขงราว ฿150–300 ต่อคน คาเฟ่และของกินเล่นเพิ่มอีกเล็กน้อย
- ค่าเข้า — ศาลาแก้วกู่คนไทยราว ฿20 ต่างชาติ ฿40 หินสามวาฬมีค่ารถท้องถิ่นขึ้นจุดชมวิว วัดต่าง ๆ ทำบุญตามศรัทธา
- ของที่ควรพก — รองเท้าเกาะพื้นดี เสื้อกันหนาวถ้าไปหินสามวาฬเช้ามืดหน้าหนาว หมวก/ร่มกันแดดสำหรับศาลาแก้วกู่ และน้ำดื่ม
ควรนอนที่ไหน
ทริปนี้นอนคืนแรกในเมืองบึงกาฬ (ใกล้หินสามวาฬและริมโขง) แล้วย้ายมานอนคืนที่สองในเมืองหนองคาย (ใกล้ศาลาแก้วกู่ ตลาดท่าเสด็จ และจุดต่อรถกลับ) จะเดินทางลื่นที่สุด ไม่ต้องวกกลับไปกลับมา
ดูที่พักในบึงกาฬก่อนออกเดินทาง
ดู 10 โรงแรมบึงกาฬ →