🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ข่าวดีสำหรับคนวางแผนเที่ยวจันทบุรีคือ เมืองนี้ไปง่ายกว่าที่คิด ไม่มีสนามบินก็จริง แต่ถนนสุขุมวิท (ทางหลวง 3) กับมอเตอร์เวย์สาย 7 ทำให้ขับรถหรือนั่งรถโดยสารถึงเร็ว ส่วนที่ต้องคิดให้ดีคือ การเที่ยวรอบจังหวัด เพราะทะเล น้ำตก และวัดบนเขาอยู่คนละมุม ถ้าไม่มีรถส่วนตัวต้องวางแผนล่วงหน้าหน่อย เราจะไล่ให้ทีละส่วน ตั้งแต่เข้าเมืองจนถึงรถในเมือง
ไปจันทบุรีจากกรุงเทพยังไงดี
ระยะทางกรุงเทพ–จันทบุรีประมาณ 245 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3.5–4.5 ชั่วโมงแล้วแต่วิธีและการจราจร มี 3 ทางเลือกหลัก คือ รถทัวร์/รถตู้ประจำทาง ขับรถเอง และเช่ารถพร้อมคนขับ เลือกตามว่าจะเที่ยวเฉพาะในเมืองหรืออยากตระเวนรอบจังหวัด
- รถทัวร์ (บขส.) — ออกจากสถานีขนส่งหมอชิตใหม่และเอกมัย มีหลายรอบตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ตั๋วเริ่มราว ฿220–300 ใช้เวลาประมาณ 4–4.5 ชั่วโมง เหมาะถ้าจะปักหลักเที่ยวในเมืองเก่ากับชุมชนริมน้ำเป็นหลัก
- รถตู้ประจำทาง — ออกจากหมอชิตและเอกมัยเช่นกัน ราคาใกล้รถทัวร์ ฿220–260 รอบถี่กว่าและถึงไวกว่าเล็กน้อย แต่พื้นที่วางสัมภาระจำกัด เหมาะคนเดินทางเบา ๆ
- ขับรถเอง — ยืดหยุ่นสุดสำหรับเที่ยวรอบจังหวัด ใช้มอเตอร์เวย์สาย 7 ต่อทางหลวง 344 และสุขุมวิท หรือวิ่งสุขุมวิทยาวก็ได้ ค่าน้ำมันไป–กลับประมาณ ฿1,200–1,600 ต่อคันรถเก๋ง
- เช่ารถพร้อมคนขับ — มีบริการรถตู้/รถเก๋งพร้อมคนขับรับจากกรุงเทพ เหมาะกลุ่มครอบครัวหรือคนไม่อยากขับเอง ราคาแล้วแต่ระยะและจำนวนวัน สอบถามล่วงหน้าได้
เคล็ดลับจองตั๋ว
ช่วงวันหยุดยาวและฤดูทุเรียน (เมษายน–มิถุนายน) ตั๋วรถทัวร์รอบเช้าเต็มเร็ว จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่านแอป/เว็บของผู้ให้บริการจะชัวร์กว่าไปซื้อหน้าเคาน์เตอร์วันเดินทาง
ถึงสถานีขนส่งจันทบุรีแล้วไปต่อยังไง
สถานีขนส่งจันทบุรีอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและชุมชนริมน้ำจันทบูร ถ้าที่พักอยู่ในเมืองสามารถนั่งรถสองแถวหรือเรียก Grab/แท็กซี่ต่อได้ในระยะใกล้ ค่าโดยสารไม่แพง แต่ถ้าตั้งใจไปทะเลหรือน้ำตกตั้งแต่วันแรก แนะนำให้นัดรถเช่ารับที่สถานีหรือที่พักเลย จะประหยัดเวลากว่าต่อรถหลายทอด
เที่ยวรอบจันทบุรีถ้าไม่มีรถส่วนตัว
ตรง ๆ เลยคือ จันทบุรีไม่ใช่เมืองที่ขนส่งสาธารณะครอบคลุมจุดเที่ยวธรรมชาติ รถสองแถวประจำทางวิ่งในเขตเมืองและบางอำเภอ แต่ไม่ได้พาถึงหน้าหาดเจ้าหลาวหรือน้ำตกพลิ้วโดยตรง ถ้ามาแบบไม่มีรถ ทางที่เวิร์กสุดมี 3 ทางนี้
- เช่ามอเตอร์ไซค์ — ร้านเช่าในเมืองมีหลายเจ้า ราคาราว ฿250–350 ต่อวัน คล่องตัวสำหรับวิ่งในเมืองและไปน้ำตกพลิ้ว แต่ไปทะเลระยะ 30–40 กม. ควรขับชำนาญและเช็กสภาพอากาศ
- เช่ารถยนต์ขับเอง — รถเก๋งเริ่มราว ฿800–1,300 ต่อวันแล้วแต่รุ่น หลายร้านส่งรถถึงที่พักฟรี เหมาะที่สุดถ้าจะเก็บทั้งทะเล น้ำตก และเขาคิชฌกูฏในทริปเดียว
- เหมารถ/แท็กซี่รายวัน — เหมารถพร้อมคนขับเป็นวัน เหมาะกลุ่มที่ขับไม่ได้หรือมากันหลายคน หารกันแล้วคุ้ม ตกลงเส้นทางและราคาก่อนออกเดินทาง
- Grab — มีให้บริการในเขตเมือง แต่จำนวนรถน้อยกว่าเมืองใหญ่ ช่วงนอกเมืองหรือชั่วโมงเร่งด่วนอาจรอนาน ใช้เป็นทางเสริมได้ ไม่ควรพึ่งเป็นหลักสำหรับไปจุดไกล
บอกตรง
ถ้าทริปเน้นทะเลและน้ำตก การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเองจะเปลี่ยนประสบการณ์ไปเลย เพราะประหยัดเวลาเดินทางระหว่างจุดได้หลายชั่วโมงต่อวัน เงินค่าเช่ารถมักคุ้มกว่าการเสียเวลารอรถต่อ
ไปหาดเจ้าหลาว–แหลมเสด็จ
หาดเจ้าหลาวกับแหลมเสด็จเป็นแนวชายหาดยาวต่อเนื่องในอำเภอท่าใหม่ ถือเป็นทะเลที่สวยที่สุดของจันทบุรี อยู่ห่างตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ขับรถราว 40–50 นาที เส้นทางหลักคือออกจากเมืองไปอำเภอท่าใหม่ แล้ววิ่งเลียบทะเลผ่านแหลมเสด็จมาถึงหาดเจ้าหลาว ระหว่างทางมีจุดชมวิวเนินนางพญาบนถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่แวะถ่ายรูปได้
- ระยะทาง — ราว 30 กม. จากตัวเมือง ใช้เวลาขับ 40–50 นาที
- เส้นทาง — ตัวเมือง → ท่าใหม่ → ถนนเลียบทะเลแหลมเสด็จ → หาดเจ้าหลาว มีป้ายบอกชัดเจน
- แวะเพิ่ม — จุดชมวิวเนินนางพญา และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบนที่อยู่ปลายหาดต่อไป
- เหมาะกับ — รถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะไม่ถึงหน้าหาดโดยตรง
ไปน้ำตกพลิ้ว
น้ำตกพลิ้วอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดปี น้ำใสจนเห็นฝูงปลาพลวง เดินจากลานจอดรถเข้าไปไม่ไกล จากตัวเมืองจันทบุรีใช้เส้นสุขุมวิทมุ่งหน้าตราด ถึงประมาณกิโลเมตรที่ 346 มีทางแยกซ้ายเข้าน้ำตกอีกราว 2 กิโลเมตร
- ระยะทาง — ประมาณ 14 กม. จากตัวเมือง ขับราว 20–25 นาที
- ค่าเข้าอุทยาน — ผู้ใหญ่ไทย ฿40 เด็ก ฿20 (ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ฿200 เด็ก ฿100)
- รถกอล์ฟ — มีบริการรถจากลานจอดเข้าตัวน้ำตก คนละ ฿10 หรือเดินเข้าเองก็ได้ ระยะไม่ไกล
- เหมาะกับ — มอเตอร์ไซค์เช่าหรือรถยนต์ ใกล้เมืองที่สุดในบรรดาจุดธรรมชาติ
ไปเขาคิชฌกูฏ (เปิดเฉพาะฤดูกาล)
เขาคิชฌกูฏเป็นจุดหมายสายบุญที่คนทั่วประเทศตั้งใจมา แต่ต้องวางแผนวันให้ดี เพราะ เปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทปีละครั้ง ราวเดือนมกราคมถึงมีนาคม (ปี 2569 ช่วงประมาณ 19 ม.ค.–19 มี.ค.) นอกฤดูกาลปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ตัวเขาอยู่ในอำเภอเขาคิชฌกูฏ ห่างตัวเมืองราว 28 กิโลเมตร
- ช่วงเปิด — เฉพาะฤดูกาล ราว ม.ค.–มี.ค. เช็กวันเปิดอย่างเป็นทางการของแต่ละปีก่อนเดินทาง
- รถขึ้นเขา — ต้องนั่งรถสองแถวของชุมชนขึ้นไป ค่าบริการไป–กลับราว ฿200 ต่อคน (บางปีรายงานสูงถึง ฿300) จากนั้นเดินเท้าต่อ
- ค่าเข้าอุทยาน — ผู้ใหญ่ไทย ฿40 เด็ก ฿20 ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปไม่เสียค่าเข้า
- จองคิว — ปีหลัง ๆ มีระบบจองคิวรถขึ้นเขาผ่านแอปแบ่งเป็นช่วงเวลา ลดความแออัด ควรเช็กระบบจองของปีนั้นล่วงหน้า
วางแผนช่วงคิชฌกูฏ
ถ้าอยากขึ้นเขาคิชฌกูฏให้ได้ ต้องล็อกวันเที่ยวจันทบุรีในช่วงเทศกาลต้นปี และเผื่อเวลาบนเขาทั้งวัน คนเยอะมากช่วงสุดสัปดาห์ ไปวันธรรมดาหรือออกแต่เช้าจะสบายกว่า
การเดินทางในเขตเมืองเก่า
เสน่ห์ของเมืองจันทบุรีคือ ย่านเที่ยวหลักอยู่ใกล้กันจนเดินถึง ชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และตลาดในตัวเมืองอยู่ในรัศมีเดินไม่กี่ร้อยเมตร ถ้าพักในเมืองเก่าแทบไม่ต้องใช้รถเลยตลอดวัน
- เดินเท้า — ชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหาร และคาเฟ่ในย่านเก่าอยู่ใกล้กัน เดินเที่ยวสบาย ๆ ได้ทั้งย่าน
- รถสองแถวในเมือง — วิ่งเส้นทางหลักในเขตเมือง ค่าโดยสารถูก เหมาะไปตลาดพลอยหรือสถานีขนส่ง
- Grab / มอเตอร์ไซค์รับจ้าง — เรียกได้ในเมือง สะดวกเวลาฝนตกหรือถือของหนัก
- จักรยาน/มอเตอร์ไซค์เช่า — บางที่พักในย่านเก่ามีจักรยานให้ยืม เหมาะปั่นเล่นริมน้ำตอนเช้า
สรุปแผนเดินทาง 2 วันตามสไตล์ทริป
เพื่อให้เห็นภาพว่าจะจัดรถยังไง นี่คือตัวอย่างแผน 2 วัน 1 คืนแบบมีรถส่วนตัว/เช่ารถ ที่ลากเส้นทางได้ลื่นไม่ย้อนไปมา
เข้าเมือง + ทะเล
น้ำตก + กลับ
เลือกที่พักทำเลดีก่อนวางแผนเส้นทาง
ดู Top 10 โรงแรมจันทบุรี →