🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนเริ่ม ขอบอกตรง ๆ สองเรื่องที่ทำให้แพลนนี้ต่างจากที่อื่น เรื่องแรกคือ เขาคิชฌกูฏเปิดเฉพาะช่วงประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท ราวกลางมกราคมถึงกลางมีนาคมเท่านั้น (รอบล่าสุดราว 19 ม.ค.–19 มี.ค.) นอกช่วงนี้เขาปิด ขึ้นไม่ได้ เรื่องที่สองคือ ทุ่งโปรงทองที่คนนึกถึงกันจริง ๆ อยู่ที่ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไม่ได้อยู่ในเขตจันทบุรี แต่อยู่บนเส้นเลียบทะเลเดียวกันและขับต่อจากจันทบุรีแค่ราวชั่วโมงเดียว เลยจับมาไว้ในทริปได้สบาย ถ้าไม่อยากออกนอกจังหวัด เรามีป่าชายเลนของจันทบุรีเองให้แทนด้วย
ภาพรวมทริปและช่วงที่ควรไป
แพลนนี้ใช้รถส่วนตัวจะคล่องที่สุด เพราะจุดเที่ยวกระจายอยู่คนละทิศ น้ำตกพลิ้วกับเขาคิชฌกูฏอยู่ฝั่งในแผ่นดิน ส่วนป่าชายเลนกับจุดชมวิวอยู่ฝั่งทะเล ระยะขับระหว่างจุดส่วนใหญ่อยู่ที่ 30–60 นาที จองที่พักไว้สองโซน คือคืนแรกในตัวเมืองจันทบุรี และคืนที่สองแถบหาดเจ้าหลาว–คุ้งวิมานเพื่อจบทริปริมทะเล
- ช่วงที่ลงตัวที่สุด — มกราคมถึงมีนาคม อากาศเย็น น้ำตกยังมีน้ำ และเป็นช่วงเดียวที่เขาคิชฌกูฏเปิด
- หน้าฝน (พ.ค.–ต.ค.) — น้ำตกพลิ้วน้ำเยอะและเขียวสวย แต่เขาคิชฌกูฏปิด ให้สลับไปเที่ยวป่าชายเลนกับทะเลแทน
- เลี่ยงวันหยุดยาว — ช่วงเขาคิชฌกูฏเปิด คนขึ้นหลักหมื่นต่อวัน คิวรถสองแถวยาว ถ้าไปวันธรรมดาจะสบายกว่ามาก
เรื่องที่ต้องเช็กก่อนออกเดินทาง
วันเปิด–ปิดเขาคิชฌกูฏเปลี่ยนทุกปีตามปฏิทินจันทรคติ เช็กประกาศจาก ททท.จันทบุรี หรือวัดพลวงก่อนเสมอ ถ้าไปนอกช่วงงาน ให้ข้ามวันที่ 2 ไปต่อทะเลได้เลย
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว จันทบุรี ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — น้ำตกพลิ้วและเข้าตัวเมือง
วันแรกเอาแบบสบาย ๆ ใช้เวลาครึ่งวันที่น้ำตกพลิ้วซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลทั้งปี เดินจากลานจอดรถเข้าไปไม่ไกล ทางลาดเรียบ เด็กและผู้ใหญ่เดินไหว จุดเด่นคือแอ่งน้ำใสที่มีฝูงปลาพลวงว่ายเต็ม กับสองสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ในเขตน้ำตก คือพีระมิดอลงกรณ์และอนุสรณ์สถานที่รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
น้ำตกพลิ้ว → ตัวเมืองจันทบุรี
วันที่ 2 — เขาคิชฌกูฏ (เฉพาะช่วงเปิด)
ถ้าตรงกับช่วงงานประเพณี วันนี้คือไฮไลต์สายบุญ เขาคิชฌกูฏหรือพระบาทพลวงเป็นรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสูงราว 1,000 เมตร เส้นทางขึ้นชันมาก ต้องนั่งรถสองแถวของชาวบ้านขึ้นไปเป็นช่วง ๆ แล้วเดินเท้าต่ออีกหลายกิโลถึงจะถึงยอด คนนิยมขึ้นกลางดึกเพื่อไปรับแสงเช้าบนยอดเขา เตรียมใจว่าเหนื่อยจริงและคนเยอะจริง แต่บรรยากาศบนยอดกับทะเลหมอกตอนเช้านั้นคุ้มกับที่ออกแรง
ขึ้นเขาคิชฌกูฏรับแสงเช้า
ถ้าไปนอกช่วงเขาคิชฌกูฏเปิด
ใช้วันที่ 2 เป็นวันทะเลแบบเต็มวันแทน ขับเส้นถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเลียบทะเลจากหาดเจ้าหลาวยาวไปคุ้งวิมาน แวะจุดชมวิวเนินนางพญาถ่ายรูป แล้วลงเล่นน้ำที่หาดคุ้งวิมานที่คนน้อยและน้ำใสกว่า
วันที่ 3 — ป่าชายเลนและเส้นเลียบทะเล
วันสุดท้ายเป็นวันธรรมชาติริมทะเล มีสองทางเลือกสำหรับป่าชายเลน ถ้าอยากได้สะพานไม้ทุ่งโปรงทองที่เห็นกันในรูป ให้ขับเลยเข้าเขตระยองไปอีกราวชั่วโมงถึงปากน้ำประแส อำเภอแกลง สะพานไม้ทอดยาวราว 2 กิโลกลางป่าโกงกางสีเขียวอมทอง เข้าฟรี แต่ถ้าไม่อยากออกนอกจังหวัด จันทบุรีมีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน สะพานไม้ยาวราว 1.6 กิโล เข้าฟรีเหมือนกันและอยู่ใกล้กว่ามาก
ป่าชายเลน → จุดชมวิว → กลับ
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- ค่าเข้าน้ำตกพลิ้ว — คนไทย 40 บาท (เด็ก 20 บาท)
- เขาคิชฌกูฏ — ขึ้นฟรี ค่ารถสองแถวไป–กลับราว 100–200 บาท
- ป่าชายเลน — ทุ่งโปรงทองและอ่าวคุ้งกระเบน เข้าฟรีทั้งคู่
- ที่พัก 2 คืน — เริ่มราว 600–1,500 บาทต่อคืน แล้วแต่โซนเมืองหรือริมทะเล
- ค่าอาหาร — มื้อละราว 80–250 บาท อาหารทะเลริมหาดสูงกว่านิดหน่อย
ของกินที่ไม่ควรพลาดระหว่างทาง
ทริปธรรมชาติไม่ได้แปลว่าต้องอดของอร่อย จันทบุรีเป็นเมืองอาหาร ของที่ควรหาลองคือเส้นจันท์ผัดปูที่ใช้เส้นเหนียวนุ่มเฉพาะถิ่น ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงรสกลม ๆ และหอยนางรมสดแถบคุ้งกระเบน ส่วนของฝากติดไม้ติดมือก็มีพริกไทยจันท์และผลไม้ตามฤดู ถ้ามาหน้าทุเรียนช่วงเมษายนถึงมิถุนายน สวนผลไม้รอบเมืองเปิดให้เข้าชิมแบบบุฟเฟต์ด้วย
อยากได้แพลนแบบอื่นของจันทบุรี ดูคู่มือเมืองเต็ม ๆ
ดูคู่มือเที่ยวจันทบุรี →