🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนจะจองรถจองที่พัก คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้คือ จะไปจันทบุรีเดือนไหน เพราะสองไฮไลต์ที่คนตั้งใจมาเที่ยว — สวนผลไม้กับเขาคิชฌกูฏ — เปิดคนละช่วงและแทบไม่ทับกันเลย ถ้าวางแผนผิดเดือนอาจอดทั้งคู่ เรามาดูทีละเรื่องว่าช่วงไหนได้อะไร
หน้าผลไม้: เมษายน–มิถุนายน
นี่คือช่วงที่จันทบุรีคึกคักที่สุด ผลไม้เมืองจันท์อย่างทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ ทยอยออกพร้อมกัน สวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวหลายแห่งเปิดให้เข้าไปกินบุฟเฟต์ในสวน บางสวนเริ่มเปิดตั้งแต่ ต้นพฤษภาคมถึงกลางมิถุนายน บางแห่งลากยาวถึงต้นกรกฎาคม ขึ้นกับสภาพอากาศปีนั้น
- เมษายน — เริ่มมีทุเรียนรุ่นแรก (หมอนทอง ก้านยาว) แต่ยังไม่เต็มที่ มังคุดเงาะเริ่มทยอย ราคายังสูงกว่าช่วงพีก
- พฤษภาคม — ช่วงพีกของบุฟเฟต์ผลไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ออกพร้อมกัน สวนส่วนใหญ่เปิดเต็มที่ คุ้มที่สุด
- มิถุนายน — ยังกินได้เต็มอิ่ม ราคาถูกลง คนน้อยกว่าช่วงสงกรานต์ เหมาะถ้าไม่อยากเจอคนเยอะ
สวนบุฟเฟต์ทั่วไปคิดประมาณ หัวละ 350–500 บาท กินผลไม้ในสวนได้ไม่อั้นตามเวลาที่กำหนด (ส่วนใหญ่ทุเรียนกินในสวน ห่อกลับบ้านต้องชั่งกิโลเพิ่ม) แนะนำโทรหรือทักเพจสวนเช็กก่อนไปทุกครั้ง เพราะวันเปิด-ปิดและชนิดผลไม้เปลี่ยนตามฤดูจริง
กันพลาด
อย่าเชื่อรูปในโพสต์เก่าว่าสวนเปิดแน่ ผลไม้เป็นของตามธรรมชาติ ปีไหนฝนมาเร็วก็ออกช้า โทรเช็กวันเปิดจริงกับสวนก่อนขับไป จะได้ไม่เสียเที่ยว และถ้าไปวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าเสาร์-อาทิตย์มาก
เขาคิชฌกูฏ: เปิดเฉพาะหน้าหนาว ม.ค.–มี.ค.
ถ้าตั้งใจมาขึ้นเขาคิชฌกูฏสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง ต้องดูปฏิทินให้ดี เพราะเปิดปีละครั้ง ช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ปี 2569 (2026) เปิด 19 มกราคม – 19 มีนาคม และเปิดให้ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงนี้ พ้นจากนี้เขาปิด ขึ้นไม่ได้
- ค่ารถสองแถวขึ้นเขา ประมาณ 200 บาทต่อคน (ไป-กลับ) จุดขึ้นรถอยู่แถวคิววัดพลวงหรือวัดกระทิง
- ค่าเข้าอุทยาน คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปฟรี · ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท
- นั่งรถถึงจุดหนึ่งแล้วต้องเดินต่ออีก 1–2 กิโล ทางชันเป็นช่วง ๆ ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า พกน้ำและยาประจำตัว
- คนเยอะมากช่วงวันหยุดยาว เสาร์-อาทิตย์และวันพระคิวรถยาว ถ้าเลี่ยงได้ไปวันธรรมดาหรือขึ้นช่วงดึก-เช้ามืดจะสบายกว่า
วางแผนเดือนให้ตรงเป้า
ข้อสำคัญที่สุดคือ หน้าผลไม้ (เม.ย.–มิ.ย.) กับหน้าเขาคิชฌกูฏ (ม.ค.–มี.ค.) แทบไม่ทับกัน ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างในทริปเดียวจะยาก เลือกว่าทริปนี้มาเพื่ออะไรก่อน แล้วค่อยล็อกเดือน
เที่ยวเดือนไหนดี สรุปตามเป้าหมาย
มากินผลไม้
เล็งพฤษภาคม–มิถุนายน บุฟเฟต์สวนเปิดเต็มที่ ทุเรียนมังคุดเงาะพร้อมกัน มิถุนายนคนน้อยลงราคาถูกลง
มาสายบุญขึ้นเขา
ต้องเป็นมกราคม–มีนาคมเท่านั้น เขาคิชฌกูฏเปิดปีละครั้ง พ้นมีนาคมปิดยาว
มาเที่ยวเมืองเก่า–ทะเล
ทำได้ทั้งปี ชุมชนริมน้ำจันทบูร อาสนวิหาร หาดเจ้าหลาว-แหลมสิงห์ เลี่ยงหน้าฝนชุกราว ก.ย.–ต.ค.
การเดินทาง: จากกรุงเทพมายังไง
จันทบุรีอยู่ห่างกรุงเทพประมาณ 245 กิโลเมตร ขับรถเองราว 4 ชั่วโมง ผ่านมอเตอร์เวย์ออกชลบุรี-ระยอง แล้วต่อเส้น 36 หรือเส้น 3 (สุขุมวิท) เข้าเมืองจันท์ ถ้าไม่ขับเอง รถตู้และรถทัวร์ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยและหมอชิตหลายรอบต่อวัน นั่งราว 4–5 ชั่วโมง
- ขับรถเอง — สะดวกที่สุดเพราะสวนผลไม้และทะเลอยู่นอกเมือง ไม่มีรถเมล์ถึง ค่าน้ำมัน+ทางด่วนไป-กลับราว 1,200–1,800 บาท/คัน
- รถตู้/รถทัวร์ — ตั๋วเที่ยวละราว 200–280 บาท ลงในเมืองจันท์แล้วเช่ารถหรือใช้แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์ในเมือง
- เช่ารถในจันท์ — ถ้านั่งรถมา แนะนำเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ต่อ เพราะจุดเที่ยวกระจาย เขาคิชฌกูฏกับทะเลอยู่คนละทิศ
จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะหน้าไฮซีซัน
ช่วงหน้าผลไม้และหน้าเขาคิชฌกูฏคือไฮซีซันของจันทบุรี ที่พักดี ๆ ราคาคุ้มเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ ถ้าไปช่วงสงกรานต์หรือวันหยุดยาวควรจองเป็นเดือน
- โซนในเมือง — เดินเที่ยวชุมชนริมน้ำ อาสนวิหาร ตลาดได้ ที่พักมีตั้งแต่โฮสเทลถึงโรงแรม เริ่มราว 500–1,200 บาท/คืน
- โซนริมทะเล (เจ้าหลาว–แหลมสิงห์) — รีสอร์ตวิวทะเล หลายแห่งมีบุฟเฟต์ซีฟู้ด ราคาราว 1,000–2,500 บาท/คืน เหมาะมาพักผ่อน
- โซนใกล้เขาคิชฌกูฏ (เขาไร่ยา–พลวง) — โฮมสเตย์และรีสอร์ตเล็ก ๆ เหมาะถ้าตั้งใจขึ้นเขาเช้ามืด ไม่ต้องตื่นขับไกล
ดูโรงแรมจันทบุรีที่คนรีวิวจริง พร้อมราคาเทียบหลายแพลตฟอร์ม
ดู Top 10 โรงแรมจันทบุรี →ตั้งงบเท่าไหร่ดี
งบขึ้นกับว่าขับรถเองหรือนั่งรถมา และพักโซนไหน ตัวเลขด้านล่างเป็นงบ ต่อคน แบบ 2 วัน 1 คืน โดยประมาณ คิดแบบหารกันไป 2 คน
- งบประหยัด ~1,500–2,000 บาท/คน — พักโฮสเทล/โฮมสเตย์ กินร้านท้องถิ่น เที่ยวจุดที่ไม่มีค่าเข้า (ชุมชนริมน้ำ อาสนวิหาร หาด)
- งบกลาง ~2,500–3,500 บาท/คน — พักรีสอร์ตริมทะเลมีซีฟู้ด เข้าสวนผลไม้บุฟเฟต์ 1 มื้อ มีค่าน้ำมัน/ค่ารถ
- งบสบาย 4,000 บาทขึ้นไป/คน — รีสอร์ตวิวดี กินซีฟู้ดเต็มที่ บุฟเฟต์ผลไม้ + ของฝากเยอะหน่อย
ประหยัดยังไง
ไปวันธรรมดาที่พักถูกกว่าเสาร์-อาทิตย์ชัดเจน · บุฟเฟต์ผลไม้ให้กินช่วงพีก (พ.ค.–มิ.ย.) ราคาคุ้มกว่าซื้อกินเอง · ถ้าไป 4 คนหารค่าน้ำมัน/ที่พักจะถูกลงมาก
ของฝากที่ควรหิ้วกลับ
จันทบุรีเป็นเมืองของฝากตัวจริง ร้านใหญ่อย่าง ร้านต้นตำรับ (ถ.สุขุมวิท ต.พลับพลา) และ ร้านแม่วรรณา รวมของขึ้นชื่อไว้หลักพันรายการ แวะที่เดียวซื้อได้เกือบครบ
- ทุเรียนทอด/ทุเรียนกวน — ของฝากเบอร์หนึ่งของเมืองจันท์ แผ่นกรอบหรือกวนเหนียว เก็บได้นาน หิ้วขึ้นเครื่องได้
- พริกไทยจันทบุรี — พริกไทยขาว-ดำเม็ดสวย กลิ่นหอม เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซื้อเป็นเม็ดหรือป่นก็ได้
- ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ — เส้นแห้งติดบ้านไว้ทำผัดปูหรือผัดเส้นจันท์เองได้ น้ำหนักเบา ฝากง่าย
- อาหารทะเลแปรรูป — น้ำพริกไข่ปูมัน กะปิเคยแท้ ปลาหมึกแห้ง ของทะเลตากแห้งจากแถบแหลมสิงห์
- เสื่อจันทบูร — งานจักสานพื้นถิ่นลายสวย ของฝากเชิงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจันท์
เรื่องทุเรียนสด
ถ้าอยากหิ้วทุเรียนสดกลับ ส่วนใหญ่สายการบินไม่ให้ขึ้นเครื่องเพราะกลิ่นแรง ขับรถเองถึงจะหิ้วได้สะดวก ไม่งั้นซื้อแบบแกะพูแพ็กสุญญากาศแช่เย็น หรือเลือกทุเรียนทอด/กวนแทนจะง่ายกว่า
เช็กลิสต์ก่อนออกเดินทาง
- เลือกเดือนให้ตรงเป้า — ผลไม้ (เม.ย.–มิ.ย.) หรือ เขาคิชฌกูฏ (ม.ค.–มี.ค.)
- โทรเช็กสวนผลไม้ว่าเปิดจริงวันที่จะไป (ถ้ามาหน้าผลไม้)
- เช็กปฏิทินเปิดเขาคิชฌกูฏปีนั้น + เตรียมรองเท้าเดินป่า (ถ้ามาขึ้นเขา)
- จองที่พักล่วงหน้า 2–4 สัปดาห์ ยิ่งวันหยุดยาวยิ่งจองเร็ว
- เตรียมรถ/จองตั๋วรถ + วางแผนรถต่อในจันท์ เพราะจุดเที่ยวกระจาย
- กันงบของฝากไว้ส่วนหนึ่ง ทุเรียนทอด พริกไทย เส้นจันท์
พร้อมแล้ว ดูที่เที่ยว ที่กิน ครบในคู่มือเมืองจันท์
เปิดคู่มือเที่ยวจันทบุรี →