🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ความสับสนของคนมาเที่ยวกรุงเทพครั้งแรกคือ ที่ท่าเรือมีเรือหลายลำ หลายสีธง จอดแป๊บเดียวก็ออก แล้วจะขึ้นลำไหนดี จริง ๆ แล้วเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เรือด่วน (ของคนทำงาน), เรือข้ามฟาก (ข้ามฝั่งสั้น ๆ), เรือนักท่องเที่ยวธงฟ้า (วน 9 ท่าฮอปได้), และดินเนอร์ครูซตอนค่ำ เข้าใจ 4 กลุ่มนี้แล้วเที่ยวริมน้ำกรุงเทพได้สบาย
เรือด่วนเจ้าพระยา — เรือของคนทำงาน
เรือด่วนเจ้าพระยา (Chao Phraya Express Boat) คือเรือประจำทางที่คนกรุงเทพใช้ไปทำงานทุกวัน วิ่งยาวจากนนทบุรีลงมาถึงราชวงศ์–สาทร เร็วและถูกมาก แต่จุดสำคัญที่ต้องรู้คือ เรือแบ่งตามสีธงบนหัวเรือ แต่ละสีจอดท่าไม่เหมือนกัน ดูธงให้ดีก่อนขึ้น ไม่งั้นอาจเลยท่าที่จะลง
- ธงส้ม — สายหลักยอดนิยม จอดเกือบทุกท่าสำคัญ วิ่งทุกวันตลอดวัน ค่าโดยสารราว ฿18 ตลอดสาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สุด
- ธงเหลือง — เรือด่วนพิเศษ จอดน้อยท่า วิ่งเร็ว ราว ฿23 เน้นชั่วโมงเร่งด่วน เช้า–เย็นวันทำงาน
- ธงเขียว–เหลือง — สายไกลถึงปากเกร็ด จอดน้อยท่า ค่าโดยสารคิดตามระยะราว ฿16–35 วิ่งเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนวันทำงาน
- ไม่มีธง (เรือท้องถิ่น) — จอดทุกท่า ช้าสุดแต่ถูกสุด มีเฉพาะบางช่วง เหมาะถ้าไม่รีบและอยากลงท่าเล็ก ๆ
อ่านง่าย ๆ
ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวและไม่อยากคิดมาก จำแค่ ธงส้ม พอ มันจอดท่าเตียน (วัดโพธิ์/วัดอรุณ) ท่าช้าง (วังหลวง) ท่าพระอาทิตย์ (ข้าวสาร) และสาทร (BTS ตากสิน) ครบทุกจุดที่นักท่องเที่ยวอยากไป ราคาก็แค่หลักสิบ
วิธีขึ้นง่ายมาก เดินเข้าท่า ซื้อตั๋วกับพนักงานเก็บเงินที่ถือกระบอกสตางค์ (หรือบางท่าซื้อช่องตั๋วก่อน) บอกท่าที่จะลง แล้วยืนรอเรือ พอเรือเทียบท่าให้ขึ้นเร็ว ๆ เพราะจอดแค่ไม่กี่วินาที เวลาจะลงให้เดินไปท้ายเรือก่อนถึงท่า พนักงานจะตะโกนชื่อท่าทุกครั้ง
อยากเที่ยว กรุงเทพ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เรือข้ามฟาก — ข้ามฝั่งแค่ไม่กี่บาท
เรือข้ามฟาก (Cross-River Ferry) คือเรือลำเล็กที่วิ่งตัดข้ามแม่น้ำจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่ง ใช้เวลาแค่ 2–3 นาที ค่าโดยสารถูกมากอยู่ที่ราว ฿4–5 ต่อเที่ยว เป็นพระเอกของการเที่ยววัดเพราะวัดสำคัญอยู่คนละฝั่งกัน
- ท่าเตียน ↔ วัดอรุณ — เส้นที่ดังที่สุด ลงท่าเตียนเดินไปวัดโพธิ์ แล้วนั่งข้ามฟากไปวัดอรุณอีกฝั่ง ราว ฿5
- ท่าช้าง ↔ วังหลัง (ศิริราช) — จากฝั่งวังหลวงข้ามไปตลาดวังหลังที่มีของกินเพียบ
- สี่พระยา ↔ คลองสาน (ไอคอนสยาม) — ข้ามจากฝั่งเจริญกรุงไปห้างไอคอนสยามได้เลย
อย่าสับสน
เรือข้ามฟากกับเรือด่วนใช้ท่าคนละฝั่งหรือคนละช่องในท่าเดียวกัน เรือข้ามฟากจะวิ่งตัดข้ามตรง ๆ ส่วนเรือด่วนวิ่งขนานไปตามแม่น้ำ สังเกตป้าย ‘ข้ามฟาก / Cross River’ ที่ท่าจะหาถูก
เรือนักท่องเที่ยวธงฟ้า — ฮอปออน-ฮอปออฟ
ถ้าไม่อยากลุ้นเรื่องสีธงและอยากนั่งสบาย ๆ มีเรือนักท่องเที่ยวธงฟ้า (Chao Phraya Tourist Boat) วิ่งเฉพาะช่วงท่าสำคัญ จากท่าสาทร (BTS ตากสิน) ไปถึงท่าพระอาทิตย์ (ข้าวสาร) แวะท่าเที่ยวหลัก ๆ ราว 9 ท่า มีพนักงานบรรยายภาษาอังกฤษบนเรือ เบาะนั่งสบายกว่าเรือด่วน
- ตั๋ววันเดียว (One-Day Pass) — ราว ฿150 ขึ้นลงได้ไม่จำกัดทั้งวัน คุ้มถ้าตั้งใจเที่ยวหลายวัด
- ตั๋วเที่ยวเดียว — ราว ฿40 ต่อเที่ยว เหมาะถ้าจะนั่งครั้งเดียวจบ
- เรือวิ่งราว 08:30–19:40 ทุก ๆ 30 นาที ช่วงเย็นต่อเส้นไปถึงเอเชียทีคด้วย
ข้อแตกต่างจากเรือด่วนคือ ธงฟ้าแพงกว่าหลายเท่า แต่แลกมากับความสบายและการบรรยาย ถ้าเป็นทริปแรกที่กรุงเทพและเที่ยววัดเป็นหลักทั้งวัน ตั๋ววันเดียวคุ้ม แต่ถ้าแค่นั่งจากสาทรไปวัดโพธิ์รอบเดียว เรือด่วนธงส้มราคาหลักสิบประหยัดกว่ามาก
ท่าเรือสำคัญ — ลงท่าไหนไปไหน
ท่าสาทร (Central Pier)
ท่าใหญ่สุด เชื่อม BTS สถานีสะพานตากสินทางออก 2 จุดเริ่มของเรือเกือบทุกแบบและดินเนอร์ครูซหลายลำ
ท่าเตียน (N8)
ลงเดินไปวัดโพธิ์ได้เลย แล้วนั่งเรือข้ามฟากไปวัดอรุณอีกฝั่ง รอบ ๆ มีร้านกาแฟเก๋และวิวแม่น้ำสวย
ท่าช้าง (N9)
ท่าที่ใกล้พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วที่สุด เดินไม่ไกล เหมาะเริ่มทริปเมืองเก่ารัตนโกสินทร์
ท่าพระอาทิตย์ (N13)
ท่าปลายทางฝั่งเหนือ เดินไม่ไกลถึงถนนข้าวสารและย่านพระนคร เหมาะนักเดินทางสายแบ็กแพ็ก
ท่าวังหลัง (N10)
ฝั่งธนบุรี ติดโรงพยาบาลศิริราช มีตลาดวังหลังของกินแน่น ราคาถูก เหมาะแวะกินกลางวัน
ท่าราชวงศ์ (N5)
ลงเดินเข้าเยาวราช (ไชน่าทาวน์) ได้สบาย กลางวันเดินตลาด ตอนค่ำกินสตรีทฟู้ด
เซฟเวลา
ช่วงเช้า 08:00–09:00 และเย็น 17:00–18:30 เรือด่วนแน่นมากเพราะคนไปทำงาน ถ้าเที่ยวสบาย ๆ เลี่ยงสองช่วงนี้ เรือจะโล่งและถ่ายรูปวิวได้เต็มที่
ดินเนอร์ครูซ — ล่องกินข้าวชมไฟตอนค่ำ
พอตกค่ำแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนโหมด วัดอรุณเปิดไฟ ไอคอนสยามและสะพานพระราม 8 ส่องสว่าง นี่คือเวลาของดินเนอร์ครูซ เรือลำใหญ่ที่ล่องช้า ๆ ราว 2 ชั่วโมง พร้อมบุฟเฟต์และดนตรีสด ส่วนใหญ่ออกจากท่าไอคอนสยาม ริเวอร์ซิตี้ หรือเอเชียทีค ราคาต่างกันตามระดับเรือและอาหาร
Chao Phraya Princess
เรือสองชั้นยอดนิยมที่อยู่คู่แม่น้ำมากว่า 30 ปี บุฟเฟต์ไทย-นานาชาติพร้อมซีฟู้ดอย่างกุ้งแม่น้ำและหอยแมลงภู่ ดนตรีสด เหมาะคนอยากได้ครูซมาตรฐานในราคาจับต้องได้
Wonderful Pearl
เรือดีไซน์ทรงมุกทันสมัย ขนาดใหญ่ บรรยากาศคึกคักมีโชว์คาบาเรต์และดนตรีสด เหมาะกลุ่มเพื่อนหรือฉลองโอกาสพิเศษที่อยากได้ความสนุก
Saffron Cruise
ครูซระดับพรีเมียมจาก Banyan Tree เสิร์ฟเซตเมนูไทยฝีมือเชฟ เน้นอาหารคุณภาพและบรรยากาศเงียบหรู เหมาะคู่รักหรือมื้อพิเศษที่ไม่เน้นโชว์
Loy Nava
ดินเนอร์ครูซเจ้าแรกของกรุงเทพ เปิดมาตั้งแต่ปี 1970 ใช้เรือข้าวไม้สักโบราณลำเล็ก เสิร์ฟเซตเมนูไทยดั้งเดิม บรรยากาศคลาสสิกเงียบสงบ ที่นั่งจำกัดควรจองล่วงหน้า
บอกตรง ๆ
ดินเนอร์ครูซเน้นบรรยากาศและวิวเป็นหลัก อาหารส่วนใหญ่ ‘ดีพอใช้’ ไม่ใช่ระดับร้านมิชลิน ถ้าหวังมื้ออาหารเป็นพระเอกอาจผิดหวัง แต่ถ้ามาเพื่อชมวัดอรุณและสะพานยามค่ำกลางสายลม คุ้มแน่ ควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะคืนวันหยุดและเทศกาล
ค่าโดยสารและทริคสั้น ๆ
- เรือข้ามฟากถูกสุด ~฿4–5 · เรือด่วนธงส้ม ~฿18 · เรือนักท่องเที่ยวธงฟ้า ~฿40/เที่ยว หรือ ~฿150 ตลอดวัน
- เตรียมเหรียญและแบงก์ย่อยไว้จ่ายค่าเรือ พนักงานทอนแบงก์ใหญ่ไม่สะดวก
- เรือด่วนหยุดให้ขึ้นลงแค่ไม่กี่วินาที เตรียมตัวเดินไปท้ายเรือก่อนถึงท่า
- ช่วงน้ำขึ้นหรือเรือแน่น ทางเดินบนเรืออาจโคลง ระวังของตกน้ำและจับราวให้มั่น
- หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) เตรียมร่ม เพราะที่นั่งริมเรือโดนละอองน้ำและฝนสาด
วางแผนทริปริมน้ำกรุงเทพให้เต็มวัน — ดูคู่มือเที่ยวกรุงเทพฉบับเต็ม
ดูคู่มือกรุงเทพ →