🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เขื่อนเชี่ยวหลานไม่ใช่ที่ที่ขับรถไปถึงแล้วเดินเล่นได้เลย เสน่ห์ของที่นี่คือต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไปกลางทะเลสาบ แล้วค้างคืนบนแพที่ลอยอยู่บนน้ำจริง ๆ ตื่นเช้ามาเปิดประตูระเบียงก็กระโดดลงเล่นน้ำได้เลย หลายคนที่ไปบอกตรงกันว่าภาพเขาสามเกลอตอนเช้าที่มีหมอกลอยคือสิ่งที่ทำให้อยากกลับไปอีก แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มีเรื่องต้องเข้าใจอยู่หลายข้อ
เขื่อนเชี่ยวหลานคือที่ไหน ทำไมเรียกกุ้ยหลินเมืองไทย
เขื่อนรัชชประภาสร้างกั้นลำน้ำคลองแสง เกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อน้ำท่วมพื้นที่ป่าเดิม ยอดเขาหินปูนเดิมเลยกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยโผล่พ้นน้ำเป็นร้อยลูก รูปทรงคล้ายภูเขาที่เมืองกุ้ยหลินของจีน คนเลยติดปากเรียกว่ากุ้ยหลินเมืองไทย จุดที่ฮิตที่สุดคือเขาสามเกลอ ภูเขาหินปูนสามยอดเรียงกันที่กลายเป็นภาพจำของที่นี่
- ที่ตั้ง — ท่าเรือเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ราว 60–70 กม.
- ค่าเข้าอุทยานเขาสก — คนไทยผู้ใหญ่ราว 100 บาท เด็กราว 50 บาท (ต่างชาติสูงกว่า)
- ฤดูที่สวย — น้ำเขียวสุดและหมอกเช้าสวยช่วงปลายฝนต้นหนาว ราวพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์
- เน็ต/สัญญาณ — กลางทะเลสาบสัญญาณมือถืออ่อนถึงไม่มีเลย เตรียมใจว่าจะได้พักจากจอ
อยากเที่ยว สุราษฎร์ธานี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
แพที่พักในเขื่อน — มีแบบไหนบ้าง
แพในเขื่อนเชี่ยวหลานแบ่งคร่าว ๆ เป็นสองกลุ่ม คือแพของอุทยานแห่งชาติเขาสก (ราคาประหยัด เรียบง่าย ห้องน้ำรวมเป็นส่วนใหญ่) กับแพเอกชน (มีตั้งแต่ระดับกลางจนถึงแพแอร์ห้องน้ำในตัว) ราคาด้านล่างเป็นราคาโดยประมาณที่เจอจากผู้ให้บริการช่วงต้นปี 2026 ควรโทรเช็กกับแพหรือบริษัททัวร์อีกครั้งก่อนจอง เพราะปรับตามฤดูและรอบทัวร์
แพนางไพร (แพอุทยาน)
แพชื่อดังที่สุดของอุทยาน อยู่โซนกลางทะเลสาบใกล้เขาสามเกลอ วิวหลักล้านในราคาหลักร้อย ที่พักเป็นแพไม้ไผ่เรียบง่าย ห้องน้ำรวม เหมาะคนงบประหยัดที่มาเอาบรรยากาศและวิวเป็นหลัก
แพคลองคะ (แพอุทยาน)
ดาวรุ่งของฝั่งอุทยาน มีทั้งแพไม้หลังใหญ่ห้องน้ำในตัวนอนได้ 6–8 คน และกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กห้องน้ำรวม เลือกได้ตามงบและขนาดกลุ่ม กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ
แพโตนเตย (แพอุทยาน)
อยู่โซนตะวันตกที่ลึกและเงียบ ใกล้ถ้ำน้ำทะลุ เป็นแพไม้ไผ่กลมกลืนกับธรรมชาติ เหมาะสายสโลว์ไลฟ์ที่อยากอยู่เงียบ ๆ ฝรั่งนิยมมาพักโซนนี้
แพไกรสร (แพอุทยาน)
แพที่อยู่ลึกสุดทางตะวันตกของเขื่อน วิวพระอาทิตย์ขึ้นสวย มีโอกาสเห็นช้างป่าและนกอินทรีริมน้ำ ใกล้จุดชมวิวหินเขี้ยวช้าง เหมาะคนอยากเข้าถึงธรรมชาติแบบลึกที่สุด
แพภูตะวัน ราฟท์เฮาส์ (เอกชน)
แพเอกชนดีไซน์เก๋กว่าแพอุทยาน ห้องสะอาด มีระเบียงนั่งชิลริมน้ำ ราคายังจับต้องได้ เหมาะคนอยากได้ความสบายเพิ่มขึ้นนิดแต่ไม่อยากจ่ายระดับรีสอร์ต
แพพันวารีย์ รีสอร์ท (เอกชน)
แพระดับบนสุดของทะเลสาบ ห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว ตกแต่งสวย เหมาะคู่รักหรือคนที่อยากได้ความสบายเต็มที่ในวิวกุ้ยหลิน ราคาสูงกว่าแพทั่วไปพอสมควร
เลือกแพยังไงให้ไม่พลาด
ถ้ามากับครอบครัวและอยากได้ห้องน้ำในตัว เลือกแพคลองคะหรือแพเอกชนไว้ก่อน ถ้ามาเอาวิวเขาสามเกลอแบบเปิดประตูเจอเลย แพนางไพรคือโซนที่ใกล้ที่สุด ส่วนใครอยากเงียบจริงให้ดูโตนเตยหรือไกรสรที่อยู่ลึก แต่แลกกับเวลานั่งเรือนานขึ้น
จองยังไง — จองเองหรือซื้อแพ็กเกจทัวร์
คนส่วนใหญ่ที่ไปครั้งแรกซื้อแพ็กเกจทัวร์ง่ายกว่าจองเอง เพราะค่าเรือหางยาวเหมาลำแพง ถ้าไปคนเดียวหรือไปกันน้อยคน รวมในแพ็กเกจคุ้มกว่ามาก ทัวร์ 2 วัน 1 คืนทั่วไปเริ่มราว 3,000–3,800 บาทต่อคน (กลุ่มยิ่งใหญ่ยิ่งถูกต่อหัว) รวมรถรับ–ส่งจากท่าเรือ เรือนำเที่ยว ที่พักแพ อาหารหลายมื้อ เสื้อชูชีพ และประกันอุบัติเหตุ
- จองผ่านบริษัททัวร์ท้องถิ่น — เช่น พรมทองใหญ่ทัวร์ เชี่ยวหลานฮอลิเดย์ เชี่ยวหลานแฮปปี้ทัวร์ หรือ Guilin Lake ส่วนใหญ่ติดต่อทาง Facebook/โทรศัพท์ จองล่วงหน้าได้สบาย
- จองแพอุทยานเอง — ติดต่อที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกโดยตรง ถูกกว่าแต่ต้องจัดการค่าเรือเองและที่พักเรียบง่าย เหมาะคนเที่ยวเป็นและไปกันหลายคน
- แพลตฟอร์มออนไลน์ — ทัวร์เดย์ทริปและบางแพ็กเกจค้างคืนหาได้บน Klook/KKday ถ้าอยากจ่ายบัตรและมีหลักฐานการจองชัดเจน
- จองล่วงหน้า — ช่วงไฮซีซั่น (พ.ย.–ก.พ.) และวันหยุดยาว แพดี ๆ เต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
บอกตรง ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายซ่อน
บางถ้ำมีค่าเข้าหรือค่ากิจกรรมเพิ่มที่ไม่รวมในแพ็กเกจหลัก เช่น ถ้ำปะการังราว 400 บาท/คน และถ้ำน้ำทะลุราว 900 บาท/คน ถามให้ชัดตอนจองว่าราคารวมอะไรบ้าง จะได้ไม่เซอร์ไพรส์หน้างาน
การเดินทางไปเขื่อนเชี่ยวหลาน
จุดรวมพลคือท่าเรือเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน จากนั้นทุกคนต้องนั่งเรือหางยาวเข้าทะเลสาบอีกที (ถ้าซื้อทัวร์ ทางทัวร์จัดให้หมด) ด้านล่างคือเส้นทางหลักที่คนใช้กัน
- จากกรุงเทพ (รถทัวร์) — ขึ้นรถทัวร์สายกรุงเทพ–ภูเก็ต หรือกรุงเทพ–พังงา ลงแถวบ้านตาขุน/เขาสก ใช้เวลาราว 10–12 ชม. ส่วนใหญ่ออกกลางคืนถึงเช้าพอดี
- จากกรุงเทพ (เครื่องบิน) — บินดอนเมือง/สุวรรณภูมิ–สุราษฎร์ธานี ราว 1 ชม. แล้วต่อรถเข้าเขื่อน เร็วสุดสำหรับคนเวลาน้อย
- จากสนามบินสุราษฎร์ธานี — ระยะทางถึงเขื่อนราว 60 กม. นั่งรถราว 1–1.5 ชม. ต่อรถตู้/รถบัสสายไปภูเก็ต–พังงาที่ผ่านบ้านตาขุน หรือให้ทัวร์มารับ
- ขับรถเอง — จากตัวเมืองสุราษฎร์ใช้ทางหลวง 401 มุ่งบ้านตาขุน มีที่จอดรถที่ท่าเรือเขื่อน เหมาะคนที่อยากแวะเที่ยวจุดอื่นในจังหวัดต่อ
เผื่อเวลาเรื่องเรือ
นั่งเรือหางยาวจากท่าเรือถึงแพใช้เวลาราว 45 นาที ถึง 1.5 ชม. ขึ้นกับว่าแพอยู่ลึกแค่ไหน คิดเวลาช่วงนี้เข้าไปในแพลนด้วย โดยเฉพาะถ้ามีไฟลต์กลับ
กิจกรรมในทะเลสาบ — มาแล้วทำอะไรได้บ้าง
ล่องเรือชมเขาสามเกลอ
ไฮไลต์ที่ทุกทัวร์พาไป เรือวิ่งผ่านเขาหินปูนทรงแหลมสามยอด จุดถ่ายรูปเปิดการ์ดของที่นี่ สวยสุดตอนเช้าตรู่ที่ยังมีหมอก
พายเรือคายัค
หลายแพมีคายัคให้ยืมฟรี พายเล่นรอบ ๆ แพตอนเช้าหรือเย็น เงียบ ได้เข้าใกล้หน้าผาหินแบบที่เรือเครื่องเข้าไม่ถึง
ถ้ำน้ำทะลุ
เดินป่าสั้น ๆ แล้วลุยน้ำเข้าถ้ำที่มีลำธารไหลทะลุ ตื่นเต้นและสวย แต่ต้องเดินลุยน้ำ บางช่วงน้ำลึก เช็กสภาพอากาศก่อน (ฝนตกหนักอาจปิด)
ถ้ำปะการัง
ถ้ำหินงอกหินย้อยรูปทรงคล้ายปะการัง เดินสบายกว่าน้ำทะลุ เหมาะครอบครัวที่มีเด็ก มีค่าเข้าราว 400 บาท/คน
เล่นน้ำหน้าแพ
กระโดดลงเล่นน้ำหน้าแพได้เลย น้ำเขียวใส มีเสื้อชูชีพให้ จุดนี้เด็ก ๆ ชอบสุด แต่ระวังน้ำลึกและใส่ชูชีพเสมอ
ดูสัตว์ป่า–นั่งดูหมอกเช้า
โซนลึกอย่างไกรสรมีโอกาสเห็นช้างป่า ลิง นกเงือก นกอินทรี ตื่นเช้านั่งจิบกาแฟดูหมอกลอยเหนือน้ำคือโมเมนต์ที่คนจำได้ที่สุด
เรื่องลุยถ้ำน้ำทะลุ
ถ้ำน้ำทะลุต้องเดินป่าและลุยน้ำหลายช่วง ใส่รองเท้าที่เปียกได้และเกาะพื้นดี เก็บมือถือ–กล้องในถุงกันน้ำ ใครว่ายน้ำไม่เป็นบอกไกด์ก่อน และถ้าฝนตกหนักวันนั้น เจ้าหน้าที่อาจปิดถ้ำเพื่อความปลอดภัย — อย่าฝืน
แพลน 2 วัน 1 คืน (มาตรฐานที่คนนิยมสุด)
เข้าทะเลสาบ–เช็กอินแพ
ดูหมอกเช้า–กลับ
แพลน 3 วัน 2 คืน (สำหรับคนอยากอยู่นาน)
ถ้ามีเวลาและอยากซึมซับธรรมชาติแบบไม่เร่ง 3 วัน 2 คืนคุ้มกว่าเยอะ เพราะวันนั่งเรือเข้า–ออกกินเวลาไปเกือบหมดวันอยู่แล้ว ได้คืนที่สองไว้เที่ยวจุดลึก ๆ และพักจริง
เข้าทะเลสาบ–ปรับตัว
ลุยถ้ำ–เที่ยวเต็มวัน
เก็บภาพ–กลับ
เตรียมตัวก่อนไป — เช็กลิสต์
- เงินสด — กลางทะเลสาบไม่มีตู้เอทีเอ็ม จ่ายค่ากิจกรรมเสริม/ของกินบางอย่างด้วยเงินสด เตรียมไปให้พอ
- รองเท้าเปียกได้ — มีลุยน้ำลุยถ้ำแน่นอน รองเท้ารัดส้นหรือรองเท้าผ้าใบเก่าที่เปียกได้ดีกว่าแตะลื่น ๆ
- ถุงกันน้ำ — กันมือถือ กล้อง พาวเวอร์แบงก์ เพราะกิจกรรมเปียกเกือบทุกอย่าง
- ยากันยุง+ครีมกันแดด — กลางป่ากลางน้ำ ยุงเยอะตอนเย็น แดดแรงตอนกลางวัน
- ไฟฉาย/ไฟหน้า — กลางคืนบนแพไฟน้อย และเดินถ้ำต้องใช้
- เสื้อกันหนาวบาง ๆ — เช้ามืดบนน้ำเย็นกว่าที่คิด โดยเฉพาะหน้าหนาว
- เผื่อใจเรื่องสัญญาณ — บอกที่บ้าน/ที่ทำงานล่วงหน้าว่าจะติดต่อไม่ได้ช่วงอยู่ในเขื่อน
วางแผนเที่ยวสุราษฎร์ธานีต่อ ทั้งเขาสก เกาะ และของกินในเมือง
ดูคู่มือเที่ยวสุราษฎร์ธานี →