หน้าแรก จุดหมาย เชียงใหม่ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยเชียงใหม่EV Road Trip กรุงเทพ–เชียงใหม่
🔌 ขับ EV ขึ้นเหนือ

EV Road Trip
กรุงเทพ–เชียงใหม่

ขับรถไฟฟ้าจากกรุงเทพขึ้นเชียงใหม่ทำได้จริงและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ระยะทางราว 700 กิโลเมตรบนถนนเส้นหลักที่จุดชาร์จเรียงรายมากขึ้นทุกปี ความต่างเดียวจากรถน้ำมันคือคุณต้อง วางแผนการชาร์จล่วงหน้า ไม่ใช่เจอปั๊มแล้วแวะ เราเขียนคู่มือนี้สำหรับคนที่จะขับ EV ขึ้นเหนือครั้งแรก บอกเส้นทางที่ใช้จริง จุดชาร์จระหว่างทางที่เปิดและใช้งานได้ เวลาที่ต้องเผื่อ และจุดที่คนพลาดกันบ่อย ข้อมูลจุดชาร์จกับแอปเช็กมาให้ปี 2026

🔌 ชาร์จ 3 จุด🛣️ ทางหลวง 32–1–11⏱️ เผื่อเวลา 9–10 ชม.
EV Road Trip กรุงเทพ–เชียงใหม่

🔄 อัปเดตล่าสุด 14 มิ.ย. 2026

ก่อนจะลงรายละเอียด ขอสรุปภาพรวมให้เห็นก่อน เส้นทางกรุงเทพ–เชียงใหม่ยอดนิยมคือขึ้นทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ไปนครสวรรค์ แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านกำแพงเพชร ตาก เถิน เข้าลำปาง ปิดท้ายด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ลำปาง–ลำพูน–เชียงใหม่ รวมระยะราว 700 กิโลเมตร ถ้าเป็นรถน้ำมันขับรวด 8 ชั่วโมง แต่ขับ EV ให้เผื่อเวลา 9–10 ชั่วโมง เพราะต้องแวะชาร์จ 2–3 จุด จุดละ 20–40 นาที ซึ่งพอดีกับการพักเข้าห้องน้ำและหาอะไรกินอยู่แล้ว

อ่านก่อนออกเดินทาง

ทริปนี้เหมาะกับรถที่วิ่งได้จริงต่อชาร์จราว 300 กิโลเมตรขึ้นไป (รถ EV ส่วนใหญ่ที่ขายในไทยตอนนี้ถึง) ถ้ารถวิ่งได้น้อยกว่านั้นทำได้แต่ต้องแวะถี่ขึ้นและเสียเวลามากกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชาร์จให้เต็มจากบ้านหรือจุดชาร์จในกรุงเทพก่อนออก แล้ว โหลดแอปจุดชาร์จไว้อย่างน้อย 2 แอป และลงทะเบียนผูกบัตรให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บ้าน อย่ารอไปสมัครหน้าตู้ตอนแบตเหลือน้อย

เส้นทางหลักและช่วงระยะ แบ่งเป็น 4 ช่วง

ถ้าแบ่งการเดินทางออกเป็นช่วง ๆ ตามจุดชาร์จจะวางแผนง่ายขึ้นมาก แต่ละช่วงยาวไม่เกินระยะที่รถส่วนใหญ่วิ่งไหวสบาย ๆ ไม่ต้องลุ้นแบต ช่วงที่ควรชาร์จจริงคือนครสวรรค์หรือกำแพงเพชร แล้วมาเติมอีกทีแถวเถินหรือลำปาง ส่วนจะแวะกี่จุดขึ้นกับรถและสไตล์การขับของแต่ละคน

1

ช่วงที่ 1 · กรุงเทพ → นครสวรรค์

ทางหลวง 32 · ราบ ขับสบาย

ออกจากกรุงเทพชาร์จเต็ม ขึ้นทางหลวง 32 สายเอเชีย ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ถนนกว้างวิ่งสบาย ช่วงนี้รถยังเต็มไม่ต้องห่วง พอถึงนครสวรรค์แบตจะเหลือราว 40–55% เป็นจังหวะดีที่จะแวะชาร์จจุดแรก

สายเอเชียช่วงอุ่นเครื่อง
ราว 230 กม. · 2.5–3 ชม.
2

ช่วงที่ 2 · นครสวรรค์ → กำแพงเพชร/ตาก

ทางหลวง 1 · กำแพงเพชร–ตาก

เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน มุ่งขึ้นเหนือผ่านกำแพงเพชรไปตาก ถนนยังดีและตรง มีปั๊มใหญ่ที่มีจุดชาร์จเป็นระยะ ใครชาร์จที่นครสวรรค์มาเต็มจะผ่านช่วงนี้ได้สบาย หรือจะมาเติมสั้น ๆ ที่กำแพงเพชรก็ได้

พหลโยธิน
ราว 200 กม. · 2.5 ชม.
3

ช่วงที่ 3 · ตาก → เถิน → ลำปาง

ทางหลวง 1 · มีช่วงขึ้นเขา

ช่วงนี้เริ่มเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวแถวอำเภอเถิน รถ EV ดีตรงที่ขับขึ้นเขามีแรงและเงียบ แต่กินไฟมากกว่าทางราบ ควรมาถึงเถินหรือลำปางด้วยแบตที่เหลือพอสมควรแล้วเติมให้เต็มก่อนเข้าช่วงสุดท้าย เถินเป็นจุดชาร์จที่หลายคนเลือกพักกินข้าวเย็น

ขึ้นเขากินไฟเพิ่ม
ราว 160 กม. · 2–2.5 ชม.
4

ช่วงที่ 4 · ลำปาง → ลำพูน → เชียงใหม่

ทางหลวง 11 · เข้าเมือง

ช่วงสุดท้ายต่อทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนเข้าเชียงใหม่ ระยะสั้นที่สุด ถ้าชาร์จเต็มจากลำปางมาจะถึงที่พักในเมืองเชียงใหม่โดยแบตเหลือสบาย ไม่ต้องลุ้น ในเมืองเชียงใหม่มีจุดชาร์จหลายแห่งให้เติมก่อนเที่ยวต่อ

ช่วงสุดท้ายถึงปลายทาง
ราว 110 กม. · 1.5 ชม.

จุดชาร์จระหว่างทางที่ใช้ได้จริง

หัวใจของทริปนี้คือจุดชาร์จ ข่าวดีคือเส้นกรุงเทพ–เชียงใหม่เป็นเส้นหลักที่ผู้ให้บริการลงตู้ชาร์จไว้เยอะ ทั้ง EV Station PluZ ของ ปตท. ที่อยู่ในปั๊ม PTT Station, EleX by EGAT ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต, PEA VOLTA ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มักอยู่ในปั๊มบางจาก และ EA Anywhere ที่กระจายตามห้างและปั๊ม จุดที่แนะนำด้านล่างคือปั๊มใหญ่ที่มีตู้ DC ชาร์จเร็ว มีห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟ เหมาะแวะพักไปในตัว

1

PTT Station นครสวรรค์ (EV Station PluZ)

กม. ~230 · DC Fast Charge

จุดชาร์จยอดนิยมจุดแรกของทริป อยู่ในปั๊ม ปตท. ริมทางหลวงสายเอเชียก่อนเข้าตัวเมืองนครสวรรค์ มีตู้ DC ชาร์จเร็ว ห้องน้ำสะอาด ร้านกาแฟ Café Amazon และร้านสะดวกซื้อ ชาร์จ 20–30 นาทีก็พอวิ่งต่อยาว ๆ เป็นจังหวะพักขาแรกที่ลงตัว

EV Station PluZพักจุดแรก
ค่าชาร์จ ~7.5 บาท/หน่วย
2

PTT Station กำแพงเพชร (EV Station PluZ)

กม. ~335 · DC Fast Charge

อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงกำแพงเพชร เป็นตัวเลือกสำรองหรือจุดเติมสั้น ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ชาร์จเต็มที่นครสวรรค์ รีวิวจริงของคนขับ EV เส้นนี้หลายคนแวะเติมที่กำแพงเพชรเพราะแบตยังเหลือ ชาร์จแค่ 15–20 นาทีก็พอไปต่อถึงเถิน

จุดสำรองเติมสั้น
ค่าชาร์จ ~7.5 บาท/หน่วย
3

จุดชาร์จอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

กม. ~490 · ก่อนขึ้นเขา

เถินเป็นจุดพักกินข้าวเย็นยอดฮิตของคนขับเส้นนี้ มีปั๊มใหญ่ที่ติดตู้ชาร์จทั้ง PTT และค่ายอื่น ก่อนเข้าช่วงขึ้นเขาและช่วงสุดท้ายควรเติมให้เต็มที่นี่ จะได้ไม่ต้องลุ้นแบตตอนเข้าเชียงใหม่ ชาร์จไป 30–40 นาทีพอดีกับมื้อเย็น

มื้อเย็นเติมเต็มก่อนเข้าเมือง
ค่าชาร์จ ~7–8 บาท/หน่วย
4

จุดชาร์จในเมืองลำปาง (EleX by EGAT / PEA VOLTA)

กม. ~600 · จุดสำรอง

ถ้าผ่านเถินมาแบตยังพอแต่อยากเติมเผื่อ ในเมืองลำปางมีจุดชาร์จของ EleX by EGAT และ PEA VOLTA ในปั๊มบางจากให้เลือก เป็นจุดสำรองที่ดีก่อนต่อทางหลวง 11 เข้าเชียงใหม่ เหมาะกับรถที่วิ่งได้ระยะสั้นหรือวันที่ขับเร็วกินไฟเยอะ

EleX by EGATPEA VOLTA
ค่าชาร์จ ~5–8.8 บาท/หน่วย
5

จุดชาร์จในเมืองเชียงใหม่ (ปลายทาง)

ในเมือง · DC 125 kW

ถึงเชียงใหม่แล้วมีจุดชาร์จในเมืองหลายแห่ง เช่น EleX by EGAT x BMW ที่ One Nimman ย่านนิมมานเหมินท์ ตู้ DC ชาร์จเร็ว 125 kW จอดชาร์จแล้วเดินเล่นกินกาแฟได้ รวมถึงตามห้างและปั๊มในเมือง ใช้เติมพร้อมก่อนออกเที่ยวรอบเชียงใหม่

One Nimmanปลายทาง
หลายค่ายให้เลือก

โทรเช็กก่อนแวะ และมีแผนสำรองเสมอ

จุดชาร์จในไทยขยายเร็วก็จริง แต่บางตู้อาจปิดซ่อม ตู้เต็ม หรือมีคิว ก่อนไว้ใจจุดไหนเป็นจุดหลัก ให้เช็กในแอปว่าตู้ว่างไหมและสถานะใช้งานได้หรือเปล่า แล้ว เผื่อจุดสำรองไว้อีกหนึ่งจุดเสมอ อย่าปล่อยให้แบตเหลือต่ำกว่า 15–20% โดยไม่มีแผน เพราะถ้าตู้ที่หมายไว้ใช้ไม่ได้จะได้ยังขับไปจุดถัดไปทัน

แอปที่ต้องมีในมือก่อนออกรถ

การวางแผนชาร์จทั้งหมดอยู่ในมือถือ แนะนำให้โหลดและลงทะเบียนตั้งแต่อยู่บ้าน ผูกบัตรหรือเติมเงินให้พร้อม จะได้ไม่เสียเวลาหน้าตู้ตอนแบตเหลือน้อย แอปแต่ละตัวคุมตู้คนละค่าย ควรมีไว้หลายตัวเพราะระหว่างทางอาจได้ใช้ตู้ต่างค่ายกัน

  • EV Station PluZ — แอปของ ปตท. คุมตู้ในปั๊ม PTT Station ซึ่งมีเยอะตามเส้นทางหลัก จองคิว ชาร์จ จ่ายเงินในแอปได้
  • EleXA — แอปของ EleX by EGAT ที่รวมข้อมูลตู้หลายค่ายไว้ในที่เดียว เช็กตำแหน่งและสถานะตู้ว่างได้สะดวก
  • PlugShare — แอปสากลที่มีรีวิวจากคนใช้จริง ดูได้ว่าตู้ไหนใช้งานได้ ตู้ไหนมีคนบ่นว่าเสีย เป็นตัวช่วยตัดสินใจที่ดี
  • EA Anywhere — สำหรับตู้ของ EA ที่กระจายตามห้างและปั๊ม มีไว้เผื่อเป็นจุดสำรอง

วางแผนเวลาแบบไม่ต้องรีบ

ความจริงที่ต้องยอมรับคือขับ EV ขึ้นเชียงใหม่ใช้เวลามากกว่ารถน้ำมันราว 1–2 ชั่วโมง เพราะการชาร์จแต่ละครั้งกินเวลามากกว่าเติมน้ำมัน ตู้ DC ชาร์จเร็วจาก 20% ไป 80% ใช้เวลาราว 20–40 นาทีต่อครั้ง ถ้าเจอตู้ AC ธรรมดาจะนานเป็นชั่วโมง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ เลือกเฉพาะตู้ DC ชาร์จเร็ว และวางจุดชาร์จให้ตรงกับจังหวะที่อยากพักกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำพอดี เวลาที่เสียไปก็ไม่รู้สึกว่าเสียเปล่า

แพลนตัวอย่าง 1 วัน

กรุงเทพ–เชียงใหม่ ออกเช้าถึงเย็น

06:30
ออกจากกรุงเทพ แบตเต็ม 100% ขึ้นทางหลวง 32ออกเช้าหนีรถติดและร้อน ชาร์จเต็มจากบ้านมาแล้ว
09:30
ถึงนครสวรรค์ ชาร์จจุดแรกที่ PTT Station 20–30 นาทีเข้าห้องน้ำ ซื้อกาแฟ ยืดเส้นยืดสาย
12:30
แวะกำแพงเพชรหรือตาก กินเที่ยงพร้อมเติมสั้น ๆถ้าแบตยังเยอะข้ามได้ เลือกตามรถ
16:00
ถึงเถิน ชาร์จเต็ม 30–40 นาที กินมื้อเย็นเติมให้เต็มก่อนช่วงขึ้นเขาและเข้าเมือง
18:30
ถึงเชียงใหม่ เข้าที่พัก แบตเหลือสบายเติมในเมืองวันรุ่งขึ้นก่อนออกเที่ยว

ขับเร็วกินไฟเยอะกว่าที่คิด

บนทางหลวงที่วิ่งได้ 120 รถ EV จะกินไฟเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับวิ่ง 90–100 ระยะที่รถบอกว่าวิ่งได้อาจหายเร็วกว่าคาด ถ้าอยากให้แบตอึดและแวะชาร์จน้อยลง ลองคุมความเร็วราว 100–110 และเปิดโหมดประหยัด จะช่วยได้มากโดยเสียเวลาเพิ่มนิดเดียว

ที่แวะระหว่างทาง ทำให้ทริปสนุกขึ้น

ข้อดีของการต้องแวะชาร์จคือมันบังคับให้เราได้พักและได้แวะที่ที่ปกติขับผ่านเลย ลองเปลี่ยนมุมมองว่าจุดชาร์จคือจุดพักเที่ยวเล็ก ๆ ระหว่างทางจะสนุกขึ้นเยอะ

จุดชาร์จ 1

นครสวรรค์

ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แวะดูจุดบรรจบปากน้ำโพ หรือหาก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังกินระหว่างชาร์จจุดแรก

ระหว่างทาง

กำแพงเพชร

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมรดกโลกอยู่ไม่ไกลทางหลัก แวะเดินยืดเส้นชมโบราณสถานได้

จุดชาร์จ 3

ตาก–เถิน

ช่วงขึ้นเขาวิวสวย เถินมีร้านอาหารริมทางให้เลือกเยอะ เป็นมื้อเย็นก่อนเข้าเชียงใหม่

จุดสำรอง

ลำปาง

เมืองรถม้าน่าเดิน ถ้ามีเวลาแวะค้างหนึ่งคืนแล้วค่อยเข้าเชียงใหม่วันรุ่งขึ้นก็สบายกว่า

อยากชิล แบ่งเป็น 2 วันก็ได้

ใครไม่อยากขับรวดวันเดียว แนะนำค้างหนึ่งคืนที่ลำปางหรือสุโขทัย แล้วค่อยเข้าเชียงใหม่วันรุ่งขึ้น จะได้ชาร์จสบาย ๆ ที่โรงแรมตอนกลางคืน เช้ามาแบตเต็มพร้อมลุยช่วงสุดท้าย เหมาะกับคนขับคนเดียวหรือไปกับเด็กเล็ก

สรุป ขับ EV ขึ้นเชียงใหม่คุ้มไหม

บอกตามตรงว่าคุ้มและทำได้จริงสำหรับเส้นนี้ เพราะเป็นเส้นหลักที่จุดชาร์จเยอะที่สุดเส้นหนึ่งของประเทศ ค่าชาร์จตลอดทริปถูกกว่าค่าน้ำมันชัดเจน แลกกับเวลาที่เพิ่มขึ้น 1–2 ชั่วโมงซึ่งก็คือเวลาพักที่ควรพักอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องลงทุนคือการวางแผนล่วงหน้าและความใจเย็น ถ้าเตรียมแอปพร้อม เผื่อจุดสำรอง และไม่ปล่อยแบตต่ำเกินไป ทริป EV กรุงเทพ–เชียงใหม่จะราบรื่นกว่าที่หลายคนกลัวกันไว้เยอะ

ถึงเชียงใหม่แล้ว วางแผนเที่ยวต่อเลย

ดูคู่มือเที่ยวเชียงใหม่ →

คำถามที่พบบ่อย

ขับ EV จากกรุงเทพไปเชียงใหม่ใช้เวลานานแค่ไหน?

ระยะทางราว 700 กิโลเมตร ถ้าเป็นรถน้ำมันขับรวดราว 8 ชั่วโมง แต่ขับ EV ให้เผื่อเวลา 9–10 ชั่วโมง เพราะต้องแวะชาร์จ 2–3 จุด จุดละ 20–40 นาที ซึ่งพอดีกับการพักเข้าห้องน้ำและหาอะไรกินอยู่แล้ว

ต้องแวะชาร์จกี่จุดระหว่างกรุงเทพ–เชียงใหม่?

ถ้ารถวิ่งได้จริงต่อชาร์จราว 300 กิโลเมตรขึ้นไป โดยทั่วไปแวะ 2–3 จุดก็พอ จุดยอดนิยมคือนครสวรรค์ (ราว กม. 230) กำแพงเพชรหรือตากเป็นจุดเติมสั้น และเถินหรือลำปาง (ราว กม. 490–600) ก่อนช่วงสุดท้ายเข้าเชียงใหม่ รถที่วิ่งได้ระยะสั้นกว่านั้นต้องแวะถี่ขึ้น

จุดชาร์จระหว่างทางมีค่ายอะไรบ้าง?

ที่พบบ่อยบนเส้นนี้คือ EV Station PluZ ของ ปตท. ในปั๊ม PTT Station, EleX by EGAT ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต, PEA VOLTA ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มักอยู่ในปั๊มบางจาก และ EA Anywhere ควรเลือกตู้ DC ชาร์จเร็วเพื่อประหยัดเวลา และมีแอปไว้หลายค่ายเพราะอาจได้ใช้ตู้ต่างค่ายกัน

ต้องโหลดแอปอะไรบ้างก่อนออกเดินทาง?

แนะนำ EV Station PluZ (ตู้ ปตท.), EleXA (รวมหลายค่าย), PlugShare (รีวิวจากผู้ใช้จริง) และ EA Anywhere เผื่อจุดสำรอง ควรลงทะเบียนและผูกบัตรหรือเติมเงินให้พร้อมตั้งแต่อยู่บ้าน อย่ารอไปสมัครหน้าตู้ตอนแบตเหลือน้อย

ค่าชาร์จตลอดทริปประมาณเท่าไหร่ ถูกกว่าน้ำมันไหม?

ค่าชาร์จที่ตู้ DC ระหว่างทางอยู่ราว 5–9 บาทต่อหน่วย แตกต่างกันตามค่ายและช่วงเวลา on-peak/off-peak ตลอดทริปรวมแล้วยังถูกกว่าค่าน้ำมันสำหรับระยะทางเท่ากันชัดเจน ข้อแลกเปลี่ยนหลักคือเวลาที่เพิ่มขึ้น 1–2 ชั่วโมงจากการแวะชาร์จ

ถ้าตู้ชาร์จที่หมายไว้เต็มหรือเสียจะทำยังไง?

เช็กสถานะตู้ในแอปก่อนไว้ใจเป็นจุดหลัก และเผื่อจุดสำรองไว้อีกหนึ่งจุดเสมอ อย่าปล่อยให้แบตต่ำกว่า 15–20% โดยไม่มีแผน เพราะถ้าตู้ใช้ไม่ได้จะได้ยังขับไปจุดถัดไปทัน เส้นกรุงเทพ–เชียงใหม่มีจุดชาร์จเรียงรายพอสมควรจึงหาตัวเลือกสำรองได้ไม่ยาก

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ