🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดถึงลำพูน คนส่วนใหญ่นึกถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยกับลำไย แต่ถัดออกไปทางอำเภอแม่ทา มีอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลซ่อนอยู่ จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานฯ อื่นคือ มันคร่อมรอยต่อลำพูน–ลำปาง และมีทางรถไฟสายเหนือพาดผ่าน เลยกลายเป็นอุทยานฯ ไม่กี่แห่งในไทยที่นั่งรถไฟไปลงหน้าปากทางเดินขึ้นดอยได้เลย ไม่ต้องมีรถส่วนตัว
อีกของเด่นคือ อุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์รถไฟยาว 1,352 เมตร ที่เคยเป็นอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในไทยมานานเป็นร้อยปี (เพิ่งถูกอุโมงค์ใหม่ในสระบุรีแซงไปเมื่อปี 2021) สร้างสมัยรัชกาลที่ 5–6 ระหว่างปี พ.ศ. 2450–2461 ควบคุมงานโดยนายช่างชาวเยอรมัน เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ (Emil Eisenhofer) เป็นงานเจาะภูเขาที่ใช้แรงงานหนักมากในยุคนั้น
ทำไมต้องดอยขุนตาล
- นั่งรถไฟไปถึงเลย — ลงสถานีขุนตาน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงด่านเก็บค่าเข้าและจุดเริ่มเดินขึ้นดอย เป็นอุทยานฯ ที่ไม่ต้องมีรถก็เที่ยวได้
- ได้ลอดอุโมงค์ประวัติศาสตร์ — ขบวนรถไฟทุกขบวนจะหยุดที่สถานีขุนตานเพื่อเช็กเบรกก่อนเข้าอุโมงค์ ได้เห็นปากอุโมงค์เก่าแก่ใกล้ ๆ
- เดินป่าระดับมือใหม่ทำได้ — เส้นขึ้นยอดดอยแบ่งเป็นช่วง ย.1 ถึง ย.4 ค่อย ๆ ชันขึ้น เลือกหยุดแค่ ย.2 ก็ได้ ไม่ต้องดันถึงยอด
- อากาศเย็นช่วงหน้าหนาว — ยอดดอยสูงราว 1,373 เมตร กลางคืนหน้าหนาวเย็นถึง 7–10°C เหมาะกางเต็นท์รับลม
อยากเที่ยว ลำพูน ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เดินทางไปยังไง — นั่งรถไฟง่ายสุด
เสน่ห์ของที่นี่คือรถไฟ ถ้ามาจากเชียงใหม่ ขึ้นขบวนสายเหนือลงที่ สถานีขุนตาน รถธรรมดาค่าตั๋วราว 15 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนรถเร็ว/ด่วนราว 50 บาท ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง พอลงสถานีก็เดินขึ้นบันไดไปอีกนิดเดียวถึงด่านอุทยานฯ
ถ้ามาจากลำปางก็นั่งรถไฟมาลงขุนตานได้เหมือนกัน ระยะใกล้กว่า ส่วนคนขับรถมาเอง จอดได้ที่ลานจอดของอุทยานฯ ฝั่งถนน แต่ทางขึ้นจะคนละจุดกับฝั่งสถานีรถไฟ แนะนำเช็กตารางรถไฟล่วงหน้ากับการรถไฟ (รฟท.) เพราะขบวนที่จอดขุนตานมีจำกัด ถ้าพลาดขบวนกลับอาจต้องรอนาน
เคล็ดลับเรื่องรถไฟ
วางแผนขบวนขากลับให้ดีตั้งแต่ก่อนเดินขึ้น เพราะรถไฟที่จอดสถานีขุนตานมีไม่กี่ขบวนต่อวัน ถ้าตั้งใจไปเช้า–กลับเย็นในวันเดียว ให้เผื่อเวลาเดินลงมาให้ทันขบวนสุดท้าย หรือไม่ก็นอนค้างไปเลยจะสบายใจกว่า
เส้นทางเดินป่า ย.1 ถึง ย.4
เส้นขึ้นยอดดอยขุนตานยาวประมาณ 5 กิโลเมตร แบ่งเป็นจุดพักเดิม 4 จุด เรียกว่า ย.1 ย.2 ย.3 ย.4 (ย. มาจาก 'ยาม' คือบ้านพักยามรถไฟเก่าสมัยสร้างทาง) ตอนนี้แต่ละจุดกลายเป็นจุดพัก ลานกางเต็นท์ และจุดชมวิว เดินขึ้นถึงยอดใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมง ไป–กลับสบาย ๆ ราวครึ่งวัน
ย.1 — จุดเริ่มต้น
อยู่ใกล้สถานีและที่ทำการ ช่วงแรกทางเป็นถนนปูนเดินสบายเหมือนสวนสาธารณะ เหมาะวอร์มขาก่อนเข้าทางป่าจริง
ย.2 — จุดยอดนิยม
ระยะราว 4–5 กม.จากสถานี มีบ้านพักอุทยานฯ ลานกางเต็นท์ และร้านอาหารเล็ก ๆ หลายคนหยุดแค่นี้ก็พอ เดินไหวระดับมือใหม่
ย.3 — เริ่มชันขึ้น
ทางเริ่มเป็นป่าและชันขึ้นชัดเจน คนน้อยลง บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะคนที่อยากเดินต่อจาก ย.2
ย.4 — ยอดดอย
ช่วงสุดท้ายชันที่สุด แต่ขึ้นไปเจอจุดชมวิวยอดดอยสูงราว 1,373 เมตร เห็นวิวภูเขารอบตัวแบบ 360 องศา ช่วงสายคนจะเยอะ
ถ้าเป็นมือใหม่หรือพาเด็ก–ผู้ใหญ่ไป ไม่ต้องฝืนขึ้นถึง ย.4 ก็ได้ แค่ถึง ย.2 ก็ได้บรรยากาศป่าเขาเต็มที่แล้ว ส่วนสายแข็งแรงที่อยากเก็บยอด ให้ออกเดินแต่เช้า อากาศจะเย็นและคนยังไม่แน่น
เตรียมตัวก่อนเดิน
ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะดี พกน้ำให้พอ (ข้างบนร้านมีจำกัด) หมวกกันแดด และเสื้อกันหนาวถ้าค้างคืน ทางช่วง ย.3–ย.4 ชันและลื่นถ้าฝนตก หน้าฝนต้องระวังเป็นพิเศษ
กางเต็นท์และบ้านพัก
ดอยขุนตานเป็นที่ยอดนิยมของสายกางเต็นท์ โดยเฉพาะหน้าหนาว ลานกางเต็นท์หลักอยู่แถวที่ทำการและ ย.2 บรรยากาศใต้ต้นสนรับลมเย็น ค่าเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ประมาณ 20–100 บาท เด็กถูกกว่า (อัตราอาจปรับตามประกาศกรมอุทยานฯ ควรเช็กหน้างาน) ส่วนค่าพื้นที่กางเต็นท์เมื่อเอาเต็นท์มาเองตกราว 30 บาทต่อคืน
- เอาเต็นท์มาเอง — ประหยัดสุด เสียแค่ค่าพื้นที่ราว 30 บาท/คืน เหมาะสายแคมป์ที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว
- เช่าเต็นท์อุทยานฯ — มีให้เช่า เต็นท์เดี่ยวราว 150 บาท เต็นท์คู่ราว 225 บาท ถ้าเอาชุดเครื่องนอนครบจะแพงขึ้น
- บ้านพักอุทยานฯ — มีหลายหลังราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงสองพันกว่าบาทต่อคืน จันทร์–พฤหัสมักมีส่วนลด เหมาะคนไม่อยากนอนเต็นท์
- จองล่วงหน้า — ช่วงหน้าหนาว วันหยุดยาว คนเยอะมาก บ้านพักและลานเต็นท์เต็มเร็ว จองผ่านระบบ nps.dnp.go.th ของกรมอุทยานฯ ไว้ก่อนจะชัวร์
เรื่องที่หลายคนพลาด
ช่วงหน้าร้อน (ราวเมษายน–มิถุนายน) อุทยานฯ มักงดให้พักค้างคืน/กางเต็นท์ในบางพื้นที่เพื่อฟื้นฟูป่าและกันไฟป่า ถ้าตั้งใจไปนอนค้าง ให้โทรเช็กกับอุทยานฯ ก่อน (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร 081-032-6341)
ช่วงไหนควรไป
ช่วงที่ดีที่สุดคือ พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย กลางวันราว 23°C กลางคืนบนดอยลงไปถึง 7–10°C ฟ้าใส เดินสบาย เหมาะกางเต็นท์รับลมหนาวที่สุด เป็นช่วงที่คนแน่นที่สุดเหมือนกัน ควรจองล่วงหน้า
หน้าฝน (มิถุนายน–ตุลาคม) ป่าเขียวชอุ่มสวย แต่ทางเดินช่วงชันจะลื่น ต้องระวังเป็นพิเศษ ส่วนหน้าร้อนอากาศร้อนและบางช่วงปิดพักค้างคืน ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง ใครอยากได้บรรยากาศเงียบ คนน้อย ลองเลือกวันธรรมดาแทนวันหยุด
เที่ยวรอบ ๆ ต่อได้
ดอยขุนตานคร่อมลำพูน–ลำปาง เที่ยวต่อได้ทั้งสองฝั่ง ถ้ากลับเข้าเมืองลำพูน แวะไหว้พระธาตุหริภุญชัย เดินเมืองเก่า หาของกินพื้นเมืองอย่างขนมจีนน้ำเงี้ยวต่อได้สบาย ใครมีเวลาเหลือ จับคู่ทริปเชียงใหม่–ลำพูนไปในตัวก็คุ้ม เพราะรถไฟสายเดียวกัน
วางแผนเที่ยวลำพูนแบบครบทั้งวัด ของกิน และธรรมชาติ
ดูคู่มือเที่ยวลำพูน →