🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดถึงธรรมชาติของน่าน ดอยภูคามาเป็นชื่อแรกเสมอ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้กินพื้นที่กว่า 1,700 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 8 อำเภอ และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำน่านกับแม่น้ำปัว ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บนสันเขาในเขตอำเภอปัว ห่างจากตัวอำเภอปัวราว 24–25 กิโลเมตรตามถนนสาย 1256 (ปัว–บ่อเกลือ) เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่จุดเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศป่าเขาเย็น ๆ ตลอดทาง
ต้นชมพูภูคา ดอกไม้ที่มีที่นี่ที่เดียว
ชมพูภูคา (ชื่อวิทยาศาสตร์ Bretschneidera sinensis) เป็นไม้ยืนต้นหายากที่ในเมืองไทยพบได้เฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเท่านั้น ช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อนราวเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม ต้นจะผลัดใบแล้วออกช่อดอกสีชมพูเป็นพวงห้อยทั้งต้น กลายเป็นช่วงไฮซีซันที่คนแห่กันมาน่านโดยเฉพาะ จุดที่ดูง่ายที่สุดอยู่ริมถนนสาย 1256 ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 4 กิโลเมตร มีต้นใหญ่ที่เห็นชัดจากริมทาง
บอกตรง ๆ เรื่องดอก
ชมพูภูคาเป็นไม้ที่บานไม่แน่นอนในแต่ละปี บางปีดอกดก บางปีบางตา และช่วงพีคกินเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ก่อนไปลองเช็กเพจอุทยานหรือสอบถามที่ทำการ (โทร 0-5470-1000) ว่าปีนี้บานช่วงไหน จะได้ไม่ผิดหวัง
อยากเที่ยว น่าน ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
จุดเที่ยวหลักบนดอยภูคา
จุดชมวิว 1715
จุดชมวิวริมถนนสาย 1256 ตั้งชื่อตามความสูง 1,715 เมตร เป็นจุดดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยอดนิยมที่สุดของดอยภูคา เช้า ๆ หมอกลอยเต็มหุบเขา มีลานจอดรถและพื้นที่กางเต็นท์ใกล้ ๆ
ลานดูดาว
ลานโล่งกลางป่าดิบเขาใกล้ที่ทำการ กลางวันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง กลางคืนฟ้าใสเห็นดาวเต็มท้องฟ้า เป็นหนึ่งในโซนกางเต็นท์ของอุทยาน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา
เส้นเดินป่าระยะราว 3.5 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณที่ทำการ ลัดเลาะป่าดิบเขาผ่านต้นไม้ใหญ่ พรรณไม้หายาก และจุดชมวิว เหมาะกับคนอยากสัมผัสป่ามากกว่านั่งรถผ่าน
ถ้ำผาฆ้อง
ถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยหลายคูหา อยู่ในเขตอุทยาน ต้องเดินเข้าและควรมีไฟฉาย เหมาะกับคนชอบสำรวจถ้ำมากกว่าครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
อีกชื่อที่หลายคนได้ยินคือ น้ำตกภูฟ้า น้ำตกสูงที่สุดในเขตอุทยาน สูงราว 140 เมตร มีหลายชั้น แต่อยู่ลึกในป่าฝั่งอำเภอแม่จริม เข้าถึงยากและต้องใช้เวลาเดินป่า ไม่ได้อยู่เส้นเดียวกับที่ทำการฝั่งปัว ถ้ามาเที่ยวแบบขับรถวันเดียวแนะนำโฟกัสที่จุดชมวิว 1715 ลานดูดาว และเส้นชมพูภูคาจะคุ้มกว่า
เส้นทางจากปัว ขับยังไง
- จากตัวเมืองน่าน — ใช้ทางหลวง 1080 ขึ้นเหนือไปอำเภอปัว ราว 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
- จากปัวขึ้นดอยภูคา — เลี้ยวเข้าถนนสาย 1256 (ปัว–บ่อเกลือ) จากกลางอำเภอปัว ขึ้นเขาราว 24–25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยาน ถนนลาดยางตลอดแต่คดเคี้ยวและชันมาก
- รถที่เหมาะ — รถเก๋งขึ้นได้ แต่ควรเบรกและเครื่องยนต์พร้อม เพราะมีทางลงชันยาว ถ้าเมารถง่ายเตรียมยาไว้
- เที่ยวต่อ — สาย 1256 เส้นนี้ยังไปต่อถึงบ่อเกลือและถนนลอยฟ้า 1256 (สกายโรด) ได้ หลายคนรวบไปในทริปเดียว
เคล็ดลับขับรถ
ทะเลหมอกสวยช่วงเช้ามืด แปลว่าต้องออกจากที่พักในปัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ขับทางคดเคี้ยวในความมืดต้องใช้สมาธิ ขับช้า ๆ เปิดไฟ และระวังหมอกลงจัดบนสันเขาที่ทำให้ทัศนวิสัยสั้น
ค่าเข้า ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก
- ค่าเข้าอุทยาน — คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (ชาวต่างชาติเก็บสูงกว่า) ค่ารถยนต์ 20 บาท รถจักรยานยนต์ 30 บาท
- บ้านพักอุทยาน — มีหลายหลัง ราคาเริ่มราว 800–2,000 บาทต่อหลัง และบ้านเกวียนหลังเล็กราว 300 บาท (พัก 2 คน) จองผ่านระบบ nps.dnp.go.th ล่วงหน้า ช่วงหน้าหนาวเต็มเร็วมาก
- ลานกางเต็นท์ — มีหลายโซน รวมลานดูดาวและใกล้จุด 1715 เช่าเต็นท์และเครื่องนอนได้ที่อุทยาน อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวให้พอ
- อาหาร/ของใช้ — มีร้านอาหารและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ที่ทำการ แต่ตัวเลือกจำกัด ซื้อน้ำและของกินเล่นติดรถมาจากปัวด้วยจะอุ่นใจกว่า
สัญญาณโทรศัพท์บนดอยมีบ้างแบบติด ๆ ดับ ๆ อย่าพึ่งพาแผนที่ออนไลน์ตลอดทาง โหลดเส้นทางออฟไลน์หรือจำทางหลัก ปัว–1256–ที่ทำการ ไว้ก่อนขึ้นเขา
ช่วงเวลาที่ควรไป
- พ.ย.–ก.พ. — หน้าหนาว ฟ้าใส ทะเลหมอกเช้าสวยที่สุด อากาศเย็นถึงหนาวจัดบนยอด เป็นช่วงที่คนเยอะและที่พักเต็มไว
- ก.พ.–มี.ค. — ช่วงต้นชมพูภูคาออกดอก (แล้วแต่ปี) ถ้าตั้งใจมาดูดอกต้องเล็งช่วงนี้และเช็กข่าวก่อน
- หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) — ป่าเขียวจัด หมอกเยอะ แต่ถนนลื่นและบางช่วงมีหมอกลงจัด ขับรถต้องระวังเป็นพิเศษ
อยากได้แพลนเที่ยวน่านทั้งทริปแบบไม่ต้องคิดเอง
ดูคู่มือเที่ยวน่าน →