🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
สถานีรถไฟหัวหินไม่ได้สวยเพราะทาสีให้เด่นเฉย ๆ แต่สวยเพราะเป็นของจริงที่ผ่านเวลามาเกือบศตวรรษ อาคารไม้สีครีมตัดแดงหลังนี้ตั้งอยู่กลางเมืองหัวหิน เดินถึงได้จากย่านโรงแรมและตลาด เป็นทั้งสถานที่ราชการเก่า แลนด์มาร์กถ่ายรูป และหน้าตาประจำเมืองที่คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่าหัวหิน เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่รายละเอียดงานไม้ เสาเซาะร่องลวดลายละเอียด หลังคาปั้นหยามุงกระเบื้อง และพลับพลาทรงไทยที่ตั้งคู่กันอย่างลงตัว
ประวัติย่อ — อาคารไม้ที่มาจากงานสมัย ร.6
สถานีรถไฟหัวหินเปิดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2454 ตอนที่ทางรถไฟสายใต้สร้างมาถึงหัวหิน อาคารเดิมเป็นเรือนไม้หลังเล็ก ต่อมาในปี พ.ศ. 2469 สมัยรัชกาลที่ 7 จึงสร้างอาคารหลังที่เห็นทุกวันนี้ขึ้น โดยนำโครงไม้จากศาลาในงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' ที่เตรียมจัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่สวนลุมพินี แต่งานไม่ได้จัดเพราะสิ้นรัชกาลก่อน มาประกอบใหม่เป็นตัวสถานี อาคารหลังนี้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารยาวนานราว 97 ปี ก่อนที่การรถไฟจะย้ายขบวนไปจอดที่สถานีใหม่
เพราะเป็นเมืองตากอากาศที่เจ้านายและราชสำนักเดินทางมาประจำตั้งแต่ยุคก่อน สถานีหัวหินจึงไม่ใช่สถานีธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้มีงานไม้ประณีตกว่าสถานีทั่วไป กลายเป็นมรดกสถาปัตยกรรมที่คนทั้งเมืองภูมิใจ
อยากเที่ยว หัวหิน ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
พลับพลาพระมงกุฎเกล้า — ไฮไลต์ที่ห้ามเดินผ่าน
เรือนไทยทรงจตุรมุขหลังเล็กที่ตั้งคู่กับตัวสถานีคือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้า เดิมเป็นพลับพลาที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 และเคยตั้งอยู่ในบริเวณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ต่อมาปี พ.ศ. 2511 การรถไฟได้ย้ายมาประกอบใหม่ที่สถานีหัวหิน และทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 6 พร้อมตั้งชื่อใหม่ว่า 'พลับพลาพระมงกุฎเกล้า' ตามที่เห็นในป้ายปัจจุบัน ตัวพลับพลาเป็นเรือนไม้ฉลุลายวิจิตร หลังคาซ้อนชั้น สีและทรงเข้ากับตัวสถานีพอดี เป็นมุมที่คนถ่ายรูปกันเยอะที่สุด
พลับพลาเข้าชมจากภายนอกเป็นหลัก
พลับพลาเป็นโบราณสถานที่อนุรักษ์ไว้ ปกติชมและถ่ายรูปได้จากด้านนอก ไม่ได้เปิดให้ขึ้นไปเดินด้านในตลอดเวลา ช่วยกันรักษาระยะ ไม่ปีนหรือพิงโครงไม้เก่า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นของจริงต่อไป
สถาปัตยกรรม — ดูตรงไหนถึงเรียกว่าสวย
สไตล์ของสถานีหัวหินเป็นการผสมงานไม้แบบวิกตอเรียนกับเรือนบังกะโลไม้เขตร้อน จุดที่ทำให้ดูพิเศษคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำมือทั้งหมด ลองเดินช้า ๆ แล้วสังเกตทีละจุด จะเห็นว่าแต่ละชิ้นมีเหตุผลของมัน
- เสาไม้เซาะร่อง — เสาและคิ้วไม้ฉลุลายละเอียด ฝีมือช่างไม้ยุคเก่าที่หาดูยากแล้ว
- หลังคาทรงปั้นหยา — หลังคาลาดสี่ด้านมุงกระเบื้องว่าว ช่วยระบายฝนและความร้อนได้ดี
- สีครีมตัดแดง — คู่สีเอกลักษณ์ที่ทำให้อาคารเด่นและกลายเป็นภาพจำของหัวหิน
- นาฬิกาและป้ายชื่อสถานี — มุมยอดนิยมที่คนชอบยืนถ่ายคู่กับป้าย 'หัวหิน'
- หัวรถจักรไอน้ำเก่า — บางช่วงมีหัวรถจักรโบราณจัดแสดงให้ถ่ายรูปเป็นฉากหลัง
ด้วยคุณค่างานไม้และการอนุรักษ์ สถานีหัวหินได้รับรางวัล 'อาคารอนุรักษ์ดีเด่น' ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟไม้ที่สวยและได้รับการดูแลดีที่สุดของไทย
สถานีเก่ากับสถานีใหม่ — เข้าใจให้ตรงก่อนไป
เรื่องที่หลายคนยังสับสน คือตั้งแต่ 11 ธันวาคม 2566 การรถไฟย้ายขบวนรถไปจอดที่ สถานีหัวหินแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสถานียกระดับชานชาลาสูงสำหรับรถไฟทางคู่สายใต้ ตั้งอยู่ใกล้กันแต่คนละอาคาร ส่วนอาคารไม้สีแดงหลังเก่าที่ทุกคนมาถ่ายรูปนั้นได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นแลนด์มาร์ก ไม่ได้รื้อทิ้ง สรุปง่าย ๆ คือถ้ามาเที่ยวถ่ายรูปให้มาที่อาคารไม้หลังเก่า แต่ถ้าจะ ขึ้นรถไฟจริง ต้องไปที่สถานีใหม่ ดูป้ายและถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดก่อนเสมอ
มาถ่ายรูป vs มาขึ้นรถไฟ คนละจุด
อย่าเผลอลากกระเป๋ามารอรถไฟที่อาคารไม้หลังเก่า เพราะขบวนไม่ได้จอดที่นี่แล้ว ถ้าจะเดินทางด้วยรถไฟให้เช็กว่าขึ้นที่สถานีหัวหินใหม่ (ยกระดับ) และเผื่อเวลาเดินจากจุดถ่ายรูปไปอีกนิด
นั่งรถไฟกรุงเทพฯ–หัวหิน เป็นทริปได้เลย
เสน่ห์อย่างหนึ่งของหัวหินคือมาด้วยรถไฟได้แบบไม่ต้องรีบ ขบวนรถไฟสายใต้จากกรุงเทพฯ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์/บางซื่อ) มีทั้งรถธรรมดา รถเร็ว และรถด่วน วิ่งผ่านลงมาถึงหัวหิน ใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมงแล้วแต่ประเภทขบวน ค่าตั๋วเริ่มต้นหลักร้อยต้น ๆ สำหรับชั้นประหยัด ไปจนหลักหลายร้อยสำหรับชั้นที่นั่งดีกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศวิวสองข้างทางมากกว่าความเร็ว
- ขบวนรถ — มีรถธรรมดา รถเร็ว และรถด่วนสายใต้ผ่านหัวหินหลายขบวนต่อวัน
- เวลาเดินทาง — ประมาณ 3–4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ แล้วแต่ประเภทขบวนและจำนวนสถานีที่จอด
- ค่าตั๋วโดยประมาณ — เริ่มหลักร้อยต้น ๆ สำหรับชั้นประหยัด ราคาขึ้นกับชั้นที่นั่งและขบวน
- จองล่วงหน้า — เช็กตารางและจองผ่านแอป/เว็บการรถไฟ โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ตั๋วเต็มเร็ว
เช็กตารางก่อนเสมอ เวลาปรับได้
ตารางและราคารถไฟปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบายการรถไฟ ก่อนเดินทางให้เช็กตารางล่าสุดและประเภทขบวนในวันนั้นจากช่องทางทางการ อย่ายึดเวลาเก่าจากเว็บทั่วไป เพราะตั้งแต่เปิดทางคู่สายใต้ ตารางมีการปรับหลายรอบ
ถ่ายรูปให้สวย — มุมเด็ดและช่วงเวลา
สถานีหัวหินถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม แต่ถ้าอยากได้ภาพที่ไม่ติดคนเยอะและแสงกำลังดี มีจังหวะที่ควรรู้ไว้
หน้าพลับพลาพระมงกุฎเกล้า
มุมไอคอนิกที่สุด เก็บทั้งเรือนไม้ฉลุลายและฉากตัวสถานีด้านหลังได้ในภาพเดียว
ป้ายชื่อสถานี 'หัวหิน'
ยืนถ่ายคู่ป้ายชื่อสถานีและนาฬิกา เป็นภาพยืนยันว่ามาถึงหัวหินแล้ว
ริมชานชาลาเรือนไม้
แนวเสาไม้เซาะร่องและหลังคาปั้นหยาเรียงยาว ได้ภาพมิติลึกสวย
- เช้าตรู่ราว 07.00–09.00 — แสงนุ่ม คนน้อยที่สุด เหมาะถ่ายภาพอาคารแบบไม่มีคนบัง
- ช่วงเย็นแดดร่ม — แสงทองสวย แต่คนเริ่มเยอะ ต้องรอจังหวะคนว่าง
- เลี่ยงเที่ยงแดดแรง — แสงแข็งและร้อน ภาพมักสว่างโพลนเก็บรายละเอียดงานไม้ยาก
- เลี่ยงวันหยุดยาว — คนแน่นมาก กว่าจะได้มุมโล่งต้องรอนาน
เที่ยวต่อจากสถานี — เดินไปไหนได้บ้าง
ข้อดีของสถานีรถไฟหัวหินคืออยู่กลางเมือง เดินหรือนั่งรถสั้น ๆ ต่อไปจุดอื่นได้สบาย จัดเป็นทริปครึ่งวันรวมของกินและทะเลได้พอดี
- หาดหัวหิน — เดินหรือนั่งรถไม่กี่นาทีถึงทางลงหาดถนนดำเนินเกษม เก็บทะเลต่อได้เลย
- ตลาดฉัตรไชย / ตลาดโต้รุ่งหัวหิน — ของกินและสตรีทฟู้ดกลางเมือง อยู่ในระยะใกล้สถานี
- เพลินวาน — ตลาดย้อนยุคสไตล์วินเทจ เข้ากับธีมคลาสสิกของสถานี ถ่ายรูปต่อได้
- คาเฟ่ย่านกลางเมือง — แวะนั่งพักจิบกาแฟหลบแดดก่อนไปจุดต่อไป
วางแผนเที่ยวหัวหินเต็มวันแบบเดินสะดวก
ดูคู่มือเที่ยวหัวหิน →ข้อมูลก่อนไป — เวลาเปิด ค่าเข้า การเดินทาง
- ค่าเข้า — เข้าชมและถ่ายรูปบริเวณอาคารเก่าได้ฟรี ไม่มีค่าเข้า
- ช่วงเวลาเหมาะมา — กลางวันชมได้ทั้งวัน แนะนำเช้าตรู่หรือเย็นเพื่อแสงสวยและคนน้อย
- ที่ตั้ง — กลางเมืองหัวหิน ถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้ย่านตลาดและโรงแรมในเมือง
- การเดินทาง — จากกรุงเทพฯ ขับรถราว 3 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟ/รถตู้/รถทัวร์ลงในเมืองแล้วเดินต่อ
- ที่จอดรถ — มีพื้นที่จอดบริเวณใกล้เคียง วันหยุดยาวค่อนข้างเต็ม เผื่อเวลาหาที่จอด
ช่วยกันรักษาของเก่า
อาคารและพลับพลาเป็นไม้เก่าอายุเกือบร้อยปี ถ่ายรูปได้เต็มที่แต่อย่าปีน อย่าพิง อย่าขีดเขียนบนโครงไม้ และทิ้งขยะให้ลงถัง เพื่อให้แลนด์มาร์กนี้อยู่คู่หัวหินต่อไปอีกนาน