🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
หุบป่าตาดอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีราว 90 กิโลเมตร จุดที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนป่าทั่วไปคือมันเป็นหุบเขาปิด — พื้นที่ราบกลางวงล้อมของเขาหินปูน ทางเดียวที่เข้าไปได้คือลอดผ่านถ้ำสั้น ๆ พอออกจากถ้ำ บรรยากาศก็เปลี่ยนทันที อากาศชื้นเย็น แสงแดดส่องลงมาเป็นลำผ่านปล่องและยอดไม้ ทำให้ป่าดูเขียวจัดและมีมิติแบบที่ภาพถ่ายมักจะสวยกว่าที่คิด
หุบป่าตาดคืออะไร ทำไมถึงเรียกว่าป่าดึกดำบรรพ์
หุบป่าตาดถูกค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เมื่อปี พ.ศ. 2522 ตอนนั้นยังไม่มีทางเข้า ต้องปีนข้ามเขาเข้าไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 จึงมีการเจาะถ้ำทำเป็นทางเดินลอดเข้าหุบ คนทั่วไปถึงได้เข้าไปชมกันได้สะดวกอย่างทุกวันนี้
ที่เรียกว่าป่าดึกดำบรรพ์เพราะพืชส่วนใหญ่ในหุบนี้เป็นพันธุ์เก่าแก่ที่ขึ้นอยู่ในสภาพปิดมานาน พระเอกคือ ต้นตาด ปาล์มลำต้นสูงตรงที่เป็นที่มาของชื่อหุบ ขึ้นหนาแน่นจนเดินอยู่ใต้ร่มเงาได้ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีพืชหายากอย่างเต่าร้าง คัดค้าวเล็ก และขนุนดิน รวมกับเฟิร์นและมอสที่ชอบความชื้น ทำให้พื้นป่าดูเขียวครึ้มทั้งปี
อยากเที่ยว อุทัยธานี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ไฮไลต์ที่ทำให้หุบป่าตาดน่าเดิน
- อุโมงค์ถ้ำทางเข้า — ทางเดินลอดถ้ำสั้น ๆ มืดนิดหน่อย มีหินงอกหินย้อยให้ดูระหว่างทาง เป็นประตูเชื่อมจากโลกข้างนอกเข้าสู่หุบป่า
- แสงลอดจากปล่องถ้ำ — ช่วงสายถึงเที่ยงแสงจะส่องลงมาเป็นลำผ่านปล่องและช่องว่างของยอดไม้ เป็นจังหวะที่คนชอบถ่ายรูปรอกัน
- ดงต้นตาดสูงชะลูด — เดินอยู่ใต้แนวต้นตาดที่ขึ้นตรงเรียงกันทั้งหุบ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าคนละยุค
- กิ้งกือมังกรสีชมพู — สัตว์ตัวเล็กสีชมพูสดที่พบได้ในหุบนี้ช่วงหน้าฝนราวสิงหาคม–พฤศจิกายน เป็นของแถมที่เจอแล้วถือว่าโชคดี
ช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุด
อยากได้ลำแสงลอดผ่านปล่องถ้ำชัด ๆ ให้ไปช่วงสายราว 09.30–11.30 น. ตอนนั้นแดดอยู่สูงพอจะส่องตรงลงมาในหุบ ถ้าไปบ่ายแก่ ๆ แสงจะเริ่มเฉียงและป่าจะดูทึบลง
เส้นทางเดินป่าเป็นยังไง เดินยากไหม
ข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เดินป่า — หุบป่าตาดเดินง่ายกว่าที่ชื่อทำให้กลัว เส้นทางชมธรรมชาติเป็นวงรอบ ไป-กลับประมาณ 700 เมตร ใช้เวลาเดินชิล ๆ ราว 30–45 นาที พื้นทางส่วนใหญ่เป็นทางปูนและทางดินที่ปรับเรียบแล้ว ไม่ต้องปีนเขา เด็กและผู้สูงอายุเดินได้ ขอแค่ระวังพื้นลื่นช่วงในถ้ำและหลังฝนตก
- รองเท้า — ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่กันลื่นได้ เพราะในถ้ำและพื้นป่าจะชื้นตลอด
- ยากันยุง — ป่าชื้นมียุงพอสมควร เตรียมไปฉีดก่อนเข้าหุบ
- ไฟฉายเล็ก ๆ — ช่วงลอดถ้ำค่อนข้างมืด มีไฟส่องบ้างแต่พกไฟฉายหรือใช้ไฟมือถือจะอุ่นใจกว่า
- เก็บขยะกลับ — เป็นเขตอนุรักษ์ ไม่เก็บดอกไม้ใบไม้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์
เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้า
หุบป่าตาดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับคนไทยผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท (เด็กเล็กไม่เกิน 3 ขวบและผู้สูงอายุเข้าฟรี) ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ราคาอาจปรับได้ แนะนำเผื่อเงินสดติดตัวไปเพราะจุดนี้อยู่นอกเมือง
เผื่อเวลาให้พอ
ตัวหุบป่าตาดใช้เวลาเดินจริงแค่ราว 30–45 นาที แต่ทางมาจากตัวเมืองไกลพอควร แนะนำจับคู่กับที่เที่ยวใกล้เคียงในวันเดียวจะคุ้มกว่าขับมาเที่ยวจุดเดียว
การเดินทางไปหุบป่าตาด
หุบป่าตาดอยู่ อ.ลานสัก ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีประมาณ 90 กิโลเมตร ขับรถราว 1.5 ชั่วโมง เส้นทางหลักคือใช้ทางหลวงหมายเลข 333 (อุทัยธานี–หนองฉาง) แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 3438 (หนองฉาง–ลานสัก) ตามป้ายบอกทางเข้าหุบป่าตาดได้เลย เส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถเก๋งขึ้นได้สบาย
ขับรถส่วนตัว
สะดวกที่สุดสำหรับที่นี่ เพราะอยู่นอกเมืองและอยากแวะที่เที่ยวอื่นต่อ มีลานจอดรถหน้าทางเข้า
เช่ามอเตอร์ไซค์
เหมาะกับคนชินการขับทางไกล ระยะ 90 กม. ใช้เวลาพอควร ควรเติมน้ำมันก่อนออกจากเมือง
เหมารถ/แท็กซี่
ถ้าไม่ได้ขับเอง ลองเหมารถจากในเมืองแบบไป-กลับ จับคู่หลายจุดในวันเดียวจะคุ้มค่ารถ
เที่ยวหุบป่าตาดต่อกับที่ไหนได้บ้าง
เพราะหุบป่าตาดอยู่ฝั่ง อ.ลานสัก การมาเที่ยวจุดเดียวแล้วขับกลับจะเสียดายระยะทาง ลองวางแผนรวมกับธรรมชาติและคาเฟ่แถวลานสัก–บ้านไร่ในวันเดียว จะได้ทริปที่เต็มอิ่มกว่า
- คาเฟ่วิวเขาแถวลานสัก — รอบหุบป่าตาดมีคาเฟ่วิวภูเขาหลายร้านในระยะใกล้ แวะนั่งพักจิบกาแฟต่อจากเดินป่าได้พอดี
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง — มรดกโลกทางธรรมชาติที่อยู่ฝั่งลานสัก–ห้วยขาแข้ง เหมาะกับคนชอบธรรมชาติแบบจริงจัง
- ถ้ำและภูเขาแถวบ้านไร่ — โซนบ้านไร่มีถ้ำและจุดชมวิวภูเขาให้แวะต่อ เหมาะจัดเป็นทริปธรรมชาติทั้งวัน
อยากได้แพลนเที่ยวธรรมชาติอุทัยธานีแบบเต็มวัน
ดูแพลนเที่ยวธรรมชาติอุทัยธานี →