🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ทริปนี้วางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์เป็นฐาน เพราะที่พักและร้านอาหารกระจุกอยู่ในเมือง แล้วขับวงรอบออกไปแต่ละทิศวันละสาย ระยะทางในจังหวัดไม่ไกล — อำเภอสหัสขันธ์ (ภูกุ้มข้าว–ภูสิงห์–เขื่อนลำปาว) ห่างเมืองราว 28–35 กม. ส่วนสายภูพาน (อำเภอสมเด็จ–ห้วยผึ้ง) ไกลออกไปทางทิศเหนือราว 55 กม. แนะนำมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะขนส่งสาธารณะระหว่างอำเภอมีน้อย
ภาพรวมทริป 3 วัน
- วันที่ 1 — สายไดโนเสาร์ + เขื่อนลำปาว · พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) → ขึ้นภูสิงห์ไหว้พระพรหมภูมิปาโลชมวิว → ดูพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนลำปาว
- วันที่ 2 — สายภูพาน ธรรมชาติ · น้ำตกแก้งกะอาม → จุดชมวิวผาเสวยบนเทือกเขาภูพาน → กลับเข้าเมืองกินส้มตำแซ่บ
- วันที่ 3 — ผ้าไหมแพรวา + ของฝาก · หมู่บ้านทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน → เลือกของฝากในเมือง → กลับ
- งบประมาณคร่าว ๆ · ที่พักในเมือง 2 คืน 700–1,800 บาท/คืน · ค่าน้ำมัน/เช่ารถ · ค่าเข้าชมรวมไม่เกินไม่กี่ร้อยบาท ทริปนี้ไม่ได้ใช้เงินเยอะ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว กาฬสินธุ์ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — ถิ่นไดโนเสาร์และพระอาทิตย์ตกเขื่อนลำปาว
วันแรกเก็บไฮไลต์ที่คนรู้จักกาฬสินธุ์มากที่สุด คือเรื่องไดโนเสาร์ เริ่มเช้าที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร แล้วค่อย ๆ ไล่อยู่ในโซนอำเภอสหัสขันธ์ทั้งวัน ปิดท้ายด้วยวิวพระอาทิตย์ตกริมเขื่อน
ไดโนเสาร์ + เขื่อนลำปาว
เคล็ดลับวันแรก
พิพิธภัณฑ์สิรินธรปิดวันจันทร์ ถ้าวางทริปให้วันแรกตรงกับจันทร์ ให้สลับเอาวันผ้าไหมแพรวาหรือสายภูพานขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเก็บไดโนเสาร์วันอื่น
วันที่ 2 — เทือกเขาภูพานและน้ำตกแก้งกะอาม
วันที่สองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นสายธรรมชาติ ขับขึ้นทางทิศเหนือเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ฝั่งอำเภอสมเด็จ–ห้วยผึ้ง ระยะทางจากเมืองราว 55 กม. ใช้เวลาขับประมาณชั่วโมงนิด ๆ ถนนช่วงขึ้นเขาคดเคี้ยวพอควร ขับระวังหน่อย
ภูพาน + น้ำตก
เลือกฤดูให้ถูก
น้ำตกแก้งกะอามและน้ำตกในภูพานสวยช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว (กันยายน–ธันวาคม) น้ำเยอะและเขียวชอุ่ม ถ้ามาหน้าแล้ง (มีนาคม–พฤษภาคม) น้ำตกอาจแห้ง ให้เน้นจุดชมวิวและสายวัฒนธรรมแทน
วันที่ 3 — ผ้าไหมแพรวาบ้านโพนและของฝาก
วันสุดท้ายเป็นสายวัฒนธรรมเบา ๆ ก่อนกลับ ไปดูของขึ้นชื่อของกาฬสินธุ์ที่หาดูที่อื่นยาก คือผ้าไหมแพรวา ผ้าทอมือของชาวผู้ไทบ้านโพน อำเภอคำม่วง ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม
ผ้าไหมแพรวา + ของฝาก
กินอะไรดีในกาฬสินธุ์
กาฬสินธุ์เป็นเมืองอาหารอีสานรสจัด จุดเด่นคือปลาน้ำจืดและกุ้งก้ามกรามจากเขื่อนลำปาว กับส้มตำ–ลาบที่เผ็ดถึงใจ นี่คือร้านและเมนูที่คนพื้นที่ไปกินจริง
สวนอาหารริมเขื่อนลำปาว
สวนอาหารริมน้ำวิวเขื่อน เมนูเด่นคือต้มปลากด อ่อมไก่บ้าน ลาบเป็ด ลาบปลา ปลาจากเขื่อนสด นั่งกินรับลมเย็นช่วงเย็นได้บรรยากาศ
ร้านส้มตำในเมือง (ตำถาด–ไก่ย่าง)
ร้านส้มตำเจ้าดังในตัวเมืองหลายเจ้า เมนูตำถาด ไก่ย่าง ลาบ น้ำตก รสแซ่บจัดจ้านแบบอีสานแท้ ราคาเป็นมิตร
แจ่วฮ้อน–หมูจุ่ม
หม้อไฟอีสานน้ำซุปสมุนไพร จิ้มเนื้อหมูและผัก กินกับข้าวเหนียว เป็นมื้อค่ำที่คนกาฬสินธุ์นัดเจอกัน อิ่มและคุ้ม
กุ้งก้ามกรามเผา
เขื่อนลำปาวเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามใหญ่ที่สุดในอีสาน กุ้งเผามันเยิ้มจิ้มซีฟู้ดเป็นเมนูที่ต้องลองสักมื้อ
แจ่วบอง (น้ำพริกปลาร้าผัด)
ของกินคู่ครัวอีสานและของฝากขึ้นชื่อของกาฬสินธุ์ น้ำพริกปลาร้าผัดหอม กินกับผักสดและข้าวเหนียว ซื้อกลับเป็นของฝากได้
คาเฟ่ในสวน (กาแฟดอย–เมนูท้องถิ่น)
กาฬสินธุ์มีคาเฟ่ในสวนหลายร้าน บรรยากาศร่มรื่น บางร้านอยู่ในสวนอินทผาลัมมีเมนูจากอินทผาลัม เหมาะแวะพักช่วงบ่าย
ไปกาฬสินธุ์ยังไง พักที่ไหน
กาฬสินธุ์ไม่มีสนามบินและไม่มีรถไฟผ่าน วิธีที่สะดวกสุดคือบินลงขอนแก่นหรืออุดรธานี แล้วต่อรถ — จากขอนแก่นราว 80 กม. (ขับ 1.5 ชม.) จากอุดรฯ ราว 130 กม. ส่วนรถทัวร์มี บขส. เข้าตัวเมืองตรงจากกรุงเทพ ใช้เวลาราว 8–9 ชม. ในจังหวัดควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะที่เที่ยวกระจายคนละอำเภอ
พักในตัวเมืองกาฬสินธุ์
โรงแรมและที่พักกระจุกในเมือง ใกล้ตลาดและร้านอาหาร ราคาเริ่มหลักร้อยถึงราว 1,800 บาท/คืน เดินทางออกไปแต่ละอำเภอสะดวก เหมาะเป็นฐานทั้ง 2 คืน
โฮมสเตย์–รีสอร์ตชานเมือง
มีรีสอร์ตและโฮมสเตย์เปิดใหม่หลายแห่งรอบเมือง บางที่เป็นทั้งคาเฟ่และที่พักในตัว เหมาะสายถ่ายรูปและอยากได้บรรยากาศเงียบ
จัดเวลาให้พอดี
ถ้ามีแค่ 2 วัน ตัดสายภูพาน (วันที่ 2) ออกก่อน เพราะไกลและกินเวลาเดินทาง เก็บไดโนเสาร์–เขื่อนลำปาว–ผ้าไหมแพรวาให้ครบก็ได้แก่นของกาฬสินธุ์แล้ว ส่วนใครชอบธรรมชาติค่อยเพิ่มภูพานเป็นวันที่สาม
อยากได้ที่พักทำเลดีในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ดูตัวเลือกที่คนรีวิวจริง
ดู Top 10 ที่พักกาฬสินธุ์ →