🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
กาฬสินธุ์กับสกลนครอยู่ติดกันคนละฝั่งของเทือกเขาภูพาน ขับรถจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปตัวเมืองสกลนครราว 120 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 เป็นเส้นหลัก ใช้เวลาขับรวดเดียวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่เสน่ห์ของทริปนี้คือของแวะระหว่างทาง เลยควรเผื่อเวลา 3 วันให้ได้เดินช้า ๆ ทริปนี้เหมาะกับคนมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะจุดเที่ยวกระจายและรถสาธารณะเข้าถึงยาก
ภาพรวมของแพลน วันแรกเก็บกาฬสินธุ์ฝั่งไดโนเสาร์กับเขื่อนลำปาว วันที่สองเข้าถิ่นผู้ไทแล้วไต่ภูพานเข้าสกลนคร วันที่สามเก็บตัวเมืองสกลนครก่อนกลับ เราวางให้นอนกาฬสินธุ์ 1 คืน สกลนคร 1 คืน จะได้ไม่ต้องย้ายของบ่อย
วันที่ 1 — กาฬสินธุ์ เมืองไดโนเสาร์ + เขื่อนลำปาว
วันที่ 1
สหัสขันธ์ · ลำปาว · ตัวเมืองกาฬสินธุ์
09:00
พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) อ.สหัสขันธ์พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์หลักของประเทศ ห่างตัวเมืองกาฬสินธุ์ราว 28 กม. เปิดอังคาร–อาทิตย์ 09.00–17.00 น. หยุดจันทร์ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท ในนี้มีหลุมขุดค้นฟอสซิลของจริงที่วัดสัตตนาคที่ติดกัน เดินดูสบาย ๆ 2 ชั่วโมง
11:30
แวะวัดสักกะวัน ดูหลุมขุดค้นภูกุ้มข้าวอยู่ติดพิพิธภัณฑ์ เป็นจุดที่เจอกระดูกไดโนเสาร์เรียงตัวในหินจริง เดินไม่กี่นาทีจากตัวพิพิธภัณฑ์
12:30
มื้อเที่ยงในอำเภอสหัสขันธ์แถวนี้มีร้านตามสั่งและร้านอาหารอีสานริมทาง ราคามื้อละ 60–120 บาท ถ้าอยากกินปลาน้ำจืดเก็บไว้มื้อเย็นที่เขื่อนลำปาวจะคุ้มกว่า
14:00
เขื่อนลำปาว จุดชมวิวและสปริงเวย์เขื่อนดินยาวที่สุดในอีสาน ใช้ทางหลวง 213 ต่อเข้าทางแยกไปเขื่อน วิวกว้างเหมาะถ่ายรูปและนั่งเล่นช่วงเย็น มีจุดเล่นน้ำตรงสปริงเวย์ช่วงน้ำไหล
17:00
ร้านอาหารปลาริมเขื่อนโซนร้านอาหารริมน้ำมีปลาเผา ต้มยำปลา ปลาทอด ปลาส่วนใหญ่จากกระชังในเขื่อน มื้อเย็นต่อหัวประมาณ 150–250 บาท
19:00
เข้าที่พักในตัวเมืองกาฬสินธุ์กลับเข้าเมืองราว 35 กม. นอนในเมืองคืนนี้จะหาที่พัก ร้านกาแฟ และของกินเช้าได้ง่ายกว่า
เคล็ดลับวันแรก
พิพิธภัณฑ์สิรินธรหยุดทุกวันจันทร์ ถ้าทริปคุณเริ่มวันจันทร์ ให้สลับเอาเขื่อนลำปาวขึ้นก่อนแล้วเก็บพิพิธภัณฑ์ไว้วันอื่น จะได้ไม่เสียเที่ยว
🎟️จองกิจกรรมในแผนเที่ยว กาฬสินธุ์ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม กาฬสินธุ์ ทั้งหมด (Klook) วันที่ 2 — ถิ่นผู้ไท ผ้าแพรวา แล้วข้ามภูพาน
วันนี้คือหัวใจของทริป ออกจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ขึ้นเหนือไปอำเภอคำม่วงและเขาวง ซึ่งเป็นถิ่นชาวผู้ไทที่อพยพมาจากฝั่งลาวหลายชั่วอายุคน เก็บเรื่องผ้าและวิถีชุมชนช่วงเช้า แล้วบ่ายไต่ทางหลวง 227 ต่อ 213 ข้ามสันเขาภูพานเข้าเขตสกลนคร
วันที่ 2
คำม่วง · เขาวง · ข้ามภูพาน · เข้าสกลนคร
08:30
ออกจากกาฬสินธุ์ไปบ้านโพน อ.คำม่วงระยะทางราว 80 กม. ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง วิวสองข้างทางเป็นทุ่งนาสลับเชิงเขา
10:00
ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา บ้านโพนบ้านโพนคือแหล่งทอผ้าแพรวที่ทำให้กาฬสินธุ์เป็นที่รู้จัก ในศูนย์มีการสาธิตการทอ ดูลายเก็บมือ และเลือกซื้อผ้าจากชาวบ้านโดยตรง ผ้าผืนเล็กของฝากเริ่มหลักร้อย ผ้าทอมือเต็มผืนหลักพันถึงหลักหมื่นตามความละเอียด
12:00
มื้อเที่ยงอาหารผู้ไทแถวคำม่วง–เขาวงหาอาหารพื้นถิ่นได้ เช่น อ่อมพื้นบ้าน ซุปหน่อไม้ ปลาแดกบอง ราคาย่อมเยา ถ้ามีโฮมสเตย์ที่จองล่วงหน้าจะได้กินสำรับผู้ไทเต็มชุด
13:30
หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง อ.กุฉินารายณ์ชุมชนโฮมสเตย์ที่ยังรักษาวิถีผู้ไท มีการแสดงและงานหัตถกรรมให้ดู เหมาะกับคนอยากเห็นวัฒนธรรมแบบมีคนเล่าให้ฟัง ควรติดต่อชุมชนล่วงหน้าถ้าอยากดูการแสดง
15:30
ไต่ทางหลวง 213 ข้ามเทือกเขาภูพานออกจากเขตกาฬสินธุ์ขึ้นสันเขาเข้าเขตสกลนคร เส้นทางคดเคี้ยวผ่านป่า ขับช้า ๆ ระวังโค้ง ช่วงนี้คือรอยต่อของสองจังหวัดที่เห็นป่าภูพานชัดที่สุด
17:30
เข้าที่พักตัวเมืองสกลนครถึงตัวเมืองสกลนครช่วงเย็น เก็บของแล้วหาของกินริมหนองหาร พรุ่งนี้เก็บเมืองสกลแบบเต็มวัน
เรื่องผ้าแพรวา
ผ้าแพรวเป็นผ้าไหมเก็บลายด้วยมือทั้งผืน ผืนที่ราคาสูงคือผืนที่ลายแน่นและใช้เวลาทอนานเป็นเดือน ถ้าซื้อเป็นของฝากให้ถามชาวบ้านว่าเป็นทอมือล้วนหรือผสมจักร จะได้เลือกตามงบและเข้าใจที่มาของราคา
วันที่ 3 — สกลนคร หนองหาร พระธาตุ และวัดบนภู
วันสุดท้ายเก็บตัวเมืองสกลนครซึ่งเป็นเมืองพระธาตุและเมืองสายธรรม มีทั้งหนองหารทะเลสาบใหญ่ พระธาตุเชิงชุมกลางเมือง และวัดบนเขาที่วิวเปิดกว้าง จัดให้จบก่อนบ่ายแก่ ๆ จะได้มีเวลาขับกลับ
วันที่ 3
ตัวเมืองสกลนคร · วัดถ้ำผาแด่น · เดินทางกลับ
08:00
ใส่บาตรหรือเดินตลาดเช้าริมหนองหารหนองหารเป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ของภาคอีสาน ตลาดเช้าริมน้ำมีของกินพื้นถิ่นและบรรยากาศเมืองสบาย ๆ
09:30
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารพระธาตุคู่เมืองสกลนคร อยู่กลางเมือง เดินสักการะและดูสถาปัตยกรรมเก่าได้ไม่นาน เป็นจุดที่คนสกลถือเป็นศูนย์รวมใจ
10:30
วัดถ้ำผาแด่น อ.เมืองวัดบนเชิงเขาภูพาน ห่างตัวเมืองราว 17 กม. มีงานแกะสลักหินผาและจุดชมวิวเมืองสกลที่เปิดกว้าง ทางขึ้นช่วงปลายชันต้องใช้รถที่กำลังดีหรือต่อรถของวัด
12:30
มื้อเที่ยงในเมืองสกลนครลองอาหารพื้นถิ่นสกล เช่น หมูทุบ แหนมเนือง และของกินจากหนองหาร ตัวเมืองมีร้านให้เลือกหลายระดับราคา
14:00
เลือกแวะพิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโรอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม สายธรรมสายป่าภูพาน ถ้าทางกลับผ่านพอดีแวะได้ ถ้าเวลาน้อยข้ามได้ไม่เสียดาย
15:30
ออกเดินทางกลับจากสกลนครกลับกาฬสินธุ์ราว 120 กม. หรือต่อไปขอนแก่นเพื่อขึ้นเครื่อง/รถทัวร์ได้สะดวก เผื่อเวลาให้ถึงก่อนค่ำ
ถ้ามีเวลาแค่ 2 วัน ตัดอะไรได้บ้าง
- ตัดเขื่อนลำปาว ถ้าไม่อินวิวน้ำ เอาเวลาไปทุ่มกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และถิ่นผู้ไทแทน
- รวมวันผู้ไทกับวันข้ามภูพาน เลือกบ้านโพนที่เดียวแล้วข้ามภูพานช่วงบ่าย นอนสกลคืนเดียว
- วันสุดท้ายเลือกอย่างเดียว ระหว่างหนองหาร+พระธาตุเชิงชุม กับวัดถ้ำผาแด่น ถ้าเวลาน้อยอย่าฝืนเก็บทั้งหมด
เรื่องการเดินทางและที่พัก
ขับรถเองเส้นทางหลัก
ทางหลวง 213 เชื่อมกาฬสินธุ์–สกลนครตรง ๆ ผ่านสันเขาภูพาน ถนนดีแต่มีโค้งช่วงข้ามภู ขับกลางวันปลอดภัยกว่า
2 คืนนอนที่ไหน
คืนแรกนอนตัวเมืองกาฬสินธุ์ คืนสองนอนตัวเมืองสกลนคร ทั้งสองเมืองมีโรงแรมและที่พักระดับราคากลางให้เลือก
โฮมสเตย์อยากนอนชุมชน
โฮมสเตย์ผู้ไทที่โคกโก่งหรือบ้านโพนรับนอนได้ ติดต่อล่วงหน้าจะได้สำรับอาหารและการแสดงพื้นถิ่นครบ
ช่วงเวลาที่เที่ยวสวย
ป่าภูพานและน้ำตกในอุทยานสวยช่วงปลายฝนต้นหนาว ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นกำลังดีและน้ำตกยังมีน้ำ ส่วนหน้าแล้งน้ำตกอาจแห้ง เน้นวัฒนธรรมและจุดชมวิวแทนจะคุ้มกว่า