🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
กำแพงเพชรกับพิษณุโลกเป็นคู่ที่จับมาเที่ยวด้วยกันง่ายมาก ระยะทางระหว่างสองเมืองอยู่ที่ราว 100–110 กิโลเมตร ขับรถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ถึงชั่วโมงครึ่งบนทางหลวงหมายเลข 12 (สายตาก–พิษณุโลก) เส้นตรง วิ่งสบาย ไม่ค่อยมีโค้งหนัก เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งสายประวัติศาสตร์และสายไหว้พระในทริปเดียว
แพลนนี้วางให้เริ่มที่กำแพงเพชรก่อน เพราะของเด่นคืออุทยานประวัติศาสตร์ที่ต้องเดินกลางแดด ควรเก็บช่วงเช้าที่ยังไม่ร้อนจัด แล้วค่อยย้ายไปนอนฝั่งพิษณุโลกคืนเดียว ตื่นเช้าไหว้พระพุทธชินราชแบบไม่ต้องแย่งที่กับทัวร์
ภาพรวมทริป 2 วัน 1 คืน
- วันที่ 1 — เที่ยวเมืองเก่ากำแพงเพชร: วัดพระแก้ว วัดช้างรอบ เขตอรัญญิก แล้วกินก๋วยเตี๋ยวกับกล้วยไข่ก่อนออกเดินทาง
- เย็นวันที่ 1 — ขับ 1 ชั่วโมงครึ่งเข้าพิษณุโลก เช็กอินที่พักริมแม่น้ำน่าน เดินเล่นริมน่านตอนค่ำ
- วันที่ 2 — ไหว้พระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ตอนเช้า ต่อด้วยวัดจุฬามณีหรือเขาสมอแคลง แล้วกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาก่อนกลับ
ก่อนออกเดินทาง
ทั้งสองเมืองอากาศร้อนกลางวัน พกหมวกกับน้ำติดตัว และเตรียมผ้าคลุมไหล่/กางเกงคลุมเข่าไว้สำหรับเข้าวิหารพระพุทธชินราช เพราะเป็นวัดที่เคร่งเรื่องการแต่งกายพอสมควร
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว กำแพงเพชร ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2534 พร้อมกับสุโขทัยและศรีสัชนาลัย จุดเด่นคือโบราณสถานศิลาแลงสีน้ำตาลแดงที่ยังสมบูรณ์ ตั้งกระจายในเขตกำแพงเมืองและเขตอรัญญิกบนเนินเขาด้านเหนือ เปิดทุกวัน 08.30–16.30 น. ค่าเข้าคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 30 บาท ถ้าจะขับรถเข้าไปในเขตอรัญญิกมีค่าธรรมเนียมรถเพิ่มเล็กน้อย
เดินเมืองเก่า แล้วย้ายเข้าพิษณุโลก
เรื่องที่พัก
พิษณุโลกมีโรงแรมในเมืองให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่เกสต์เฮาส์ริมน้ำไปจนโรงแรมใหญ่ใกล้สถานีรถไฟ ถ้าตั้งใจไหว้พระเช้า ๆ เลือกที่พักใกล้วัดใหญ่จะขับไม่ถึงสิบนาที
วันที่ 2 — ไหว้พระพุทธชินราช พิษณุโลก
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่คนเรียกติดปากว่า วัดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยที่หลายคนยกให้งามที่สุดในไทย เปลวเปลวรัศมีรอบองค์กับซุ้มเรือนแก้วเป็นจุดที่คนมากราบไหว้และถ่ายรูปกันมากที่สุด วัดเปิดให้เข้าได้ตั้งแต่เช้าราว 06.00 น. ควรไปก่อน 09.00 น. ก่อนรถทัวร์มาถึง จะได้กราบแบบสงบ ๆ
วัดใหญ่ แล้วเก็บที่เที่ยวรอบเมือง
ร้านกินที่ห้ามพลาดในทริปนี้
สองเมืองนี้กินอร่อยคนละแนว กำแพงเพชรเด่นก๋วยเตี๋ยวรสจัดกับกล้วยไข่ ส่วนพิษณุโลกขึ้นชื่อก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน้ำกับอาหารริมแม่น้ำน่าน นี่คือร้านที่คนพื้นที่ไปจริง
ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน (เจ๊แดง)
ร้านในตำนานข้างวัดใหญ่ นั่งห้อยขาริมแม่น้ำน่าน เด็ดที่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรเข้มข้นแบบสุโขทัย กับน้ำตกหมู บรรยากาศกินวิวแม่น้ำเป็นเอกลักษณ์ของพิษณุโลกที่ใครมาก็ต้องลอง
ก๋วยเตี๋ยวกำแพงเพชร (เขตเทศบาล)
เส้นเล็กน้ำข้น รสจัด ใส่หมูตุ๋นกับลูกชิ้น เป็นก๋วยเตี๋ยวประจำเมืองที่หากินได้หลายร้านในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อิ่มท้องก่อนออกเดินทาง
กล้วยไข่กำแพงเพชร
ของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ลูกเล็กเนื้อแน่นหวานหอม กินสด ๆ ก็ได้ หรือซื้อกล้วยไข่เชื่อมกับกล้วยฉาบเป็นของฝาก หาซื้อได้ตามร้านของฝากริมถนนสายหลัก
อาหารเจ บนเขาสมอแคลง
ร้านอาหารเจบนเขาสมอแคลง ฝั่งพิษณุโลก กินง่าย ราคาสบาย เหมาะแวะระหว่างขึ้นไปไหว้พระและชมวิวเมือง
ร้านอาหารริมน้ำน่าน
ช่วงค่ำริมแม่น้ำน่านในเมืองพิษณุโลกมีร้านอาหารและของกินเล่น บรรยากาศลมเย็น เหมาะมื้อเย็นวันแรกหลังเช็กอินที่พัก
เส้นทางและการเดินทาง
- ขับรถเอง — สะดวกที่สุดสำหรับทริปนี้ เพราะโบราณสถานกระจายตัวและต้องย้ายเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เชื่อมสองจังหวัด
- รถทัวร์/รถตู้ — มีรถระหว่างกำแพงเพชร–พิษณุโลกวิ่งทุกวัน แต่พอถึงเมืองต้องต่อรถในเมืองอีกที เหมาะคนไม่ขับรถ
- ในเขตอุทยานกำแพงเพชร — เขตเมืองเดินไหว แต่เขตอรัญญิกไกลกว่า ขับรถหรือเช่าจักรยานเข้าจะสบายกว่าเดินกลางแดด
- ในเมืองพิษณุโลก — วัดใหญ่ ริมน่าน และตลาดอยู่ใกล้กัน เดินหรือนั่งรถสามล้อในเมืองได้
จัดเวลาให้พอดี
ถ้ามีแค่วันเดียวก็ตัดให้เหลือกำแพงเพชรช่วงเช้าแล้วขับไปไหว้พระพุทธชินราชช่วงบ่ายได้ แต่จะรีบไปนิด การค้างคืนพิษณุโลกหนึ่งคืนทำให้ได้ไหว้พระเช้า ๆ แบบไม่แย่งที่กับทัวร์ คุ้มกว่ามาก
ดูที่พักแนะนำในกำแพงเพชรก่อนเริ่มทริป
ดู Top 10 โรงแรมกำแพงเพชร →