🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ช่วงปี 2511–2525 พื้นที่เขาค้อเป็นรอยต่อของสามจังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย และเคยเป็นฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภูเขาทั้งลูกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ตและไร่สตรอว์เบอร์รี เคยเป็นเขตสู้รบที่เข้าถึงยากมาก กว่าจะเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวได้อย่างทุกวันนี้ ทหาร ตำรวจ และพลเรือนต้องร่วมกันยึดพื้นที่คืนทีละเนิน เรื่องนี้เลยเป็นภูมิหลังที่ทำให้เที่ยวเขาค้อแล้วได้มากกว่าวิว
พระตำหนักเขาค้อ — ยอดเขากับวิว 360 องศา
พระตำหนักเขาค้ออยู่บนจุดสูงจุดหนึ่งของเทือกเขา สร้างเป็นเรือนประทับเมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จมาทรงเยี่ยมราษฎรและติดตามงานพัฒนาพื้นที่เขาค้อหลังยุคสู้รบ ตัวพระตำหนักไม่เปิดให้เข้าด้านใน แต่เปิดให้เดินชมรอบนอกและบริเวณสวนได้ จุดนี้เด่นที่วิวเปิดโล่งเห็นภูเขาเป็นชั้น ๆ ถ้ามาเช้าหน่อยช่วงปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกลอยอยู่ตามหุบ
- เข้าฟรี ไม่เก็บค่าเข้า มีลานจอดรถสะดวก เดินชมรอบนอกได้สบาย
- เดินชมเฉพาะภายนอก ตัวพระตำหนักไม่เปิดให้เข้าด้านใน ให้ชมสถาปัตยกรรมและสวนรอบ ๆ
- วิวเปิดโล่ง เป็นจุดถ่ายรูปวิวภูเขาเป็นชั้น เหมาะมาช่วงเช้าหรือเย็นแสงนุ่ม
เคล็ดลับ
พระตำหนักอยู่บนทางขึ้นยอดเขาที่ลมแรงและอากาศเย็นกว่าด้านล่างหลายองศา พกเสื้อกันลมไว้ใบหนึ่ง ถึงมาหน้าร้อนตอนเช้า ๆ บนนี้ก็ยังเย็นสบาย
อยากเที่ยว เพชรบูรณ์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ — หัวใจของเรื่อง
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อตั้งอยู่บนเนินสูงอีกจุดหนึ่ง สร้างเพื่อรำลึกถึงทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตจากการสู้รบเพื่อยึดพื้นที่เขาค้อคืน ตัวอนุสรณ์เป็นแท่งหินอ่อนทรงสามเหลี่ยม ออกแบบโดย ดร.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา รูปสามเหลี่ยมสื่อถึงการทำงานร่วมกันสามฝ่าย คือ พลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่ฐานอนุสรณ์มีรายชื่อผู้เสียสละจารึกไว้ ยืนอ่านแล้วเข้าใจน้ำหนักของคำว่า "ผู้เสียสละ" มากขึ้น
- เวลาเปิด ประมาณ 07.00–17.00 น. ทุกวัน
- ค่าเข้า ราว 10 บาท ถ้ามาเป็นหมู่คณะ เจ้าหน้าที่ช่วยบรรยายสรุปและฉายวีดิทัศน์การสู้รบที่เขาค้อให้ดูได้
- จุดชมวิว ตัวเนินอนุสรณ์อยู่สูง มองเห็นวิวภูเขารอบทิศ เป็นทั้งที่รำลึกและจุดชมวิวในตัว
มารยาทในการเที่ยว
ตรงนี้เป็นที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิต ไม่ใช่แค่จุดเช็กอิน แต่งกายสุภาพ ลดเสียง และเก็บภาพอย่างให้เกียรติสถานที่ จะทำให้ทริปนี้ได้ความหมายมากกว่ารูปสวย ๆ ใบเดียว
ฐานอิทธิ + พิพิธภัณฑ์อาวุธ — ที่ที่ประวัติศาสตร์จับต้องได้
ถ้าอนุสรณ์สถานคือส่วนของความทรงจำ ฐานอิทธิคือส่วนที่จับต้องได้จริง พิพิธภัณฑ์อาวุธแห่งนี้ตั้งชื่อตาม พันเอกอิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการยึดพื้นที่เขาค้อคืนเมื่อปี 2524 จุดนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ยิงสนับสนุนการสู้รบจริง ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง วางอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้รบไว้ให้เดินดูใกล้ ๆ ทั้งเครื่องบินขับไล่ F-5 รถสายพานลำเลียงพล และปืนใหญ่ เด็ก ๆ ชอบ ผู้ใหญ่ก็ได้ภาพการรบที่ชัดขึ้นกว่าอ่านในหนังสือ
เครื่องบินขับไล่ F-5
เครื่องบินรบจริงที่นำมาจอดแสดง เป็นจุดถ่ายรูปที่ทำให้เห็นภาพการสู้รบทางอากาศสมัยนั้น
ปืนใหญ่ + รถลำเลียงพล
อาวุธหนักที่เคยใช้จริงในสมรภูมิ ตั้งแสดงกลางแจ้งให้เดินดูรอบ ๆ
จุดเล่าเรื่องฐานยิง
ป้ายและพื้นที่บอกเล่าว่าฐานนี้ทำหน้าที่ยิงสนับสนุนอย่างไรในการยึดเนินคืน
เที่ยวสามจุดนี้ในหนึ่งวัน
พระตำหนัก อนุสรณ์สถาน และฐานอิทธิ อยู่บนเส้นทางขึ้นเขาค้อใกล้ ๆ กัน เที่ยวรวบเป็นครึ่งวันถึงหนึ่งวันได้สบาย เราจัดเส้นเดินให้แสงดีและไม่ต้องย้อนทาง
เริ่มที่ยอดเขาตอนแสงนุ่ม
ลงรายละเอียดประวัติศาสตร์
การเดินทางและช่วงเวลาที่ควรไป
- รถส่วนตัวสะดวกสุด ทางขึ้นเขาค้อชันและคดเคี้ยว ตรวจเบรกให้พร้อมก่อนขึ้น สามจุดนี้อยู่ตามเส้นทางหลักบนเขา ขับวนเที่ยวต่อกันได้
- ช่วงพีคคือหน้าหนาว พฤศจิกายน–มกราคม อากาศเย็น มีทะเลหมอก แต่คนเยอะและที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า
- หน้าฝนเขียวสวย มิถุนายน–ตุลาคม ภูเขาเขียว ราคาที่พักถูกลง แต่ระวังถนนลื่นและหมอกหนาทำให้ทัศนวิสัยสั้น
- เผื่อเวลาครึ่งวัน สามจุดนี้รวมกันใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมง เหลือเวลาไปคาเฟ่หรือจุดชมวิวอื่นต่อได้
วางแผนทริปเขาค้อ–เพชรบูรณ์ให้ครบทั้งวิว ประวัติศาสตร์ และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวเพชรบูรณ์ →