🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าขับรถจากตัวเมืองจันทบุรีลงใต้ไปทางทะเลราว 30 กิโลเมตร จะถึงปากน้ำแหลมสิงห์ ตรงปากแม่น้ำจันทบุรีที่ไหลออกอ่าวไทย จุดนี้เคยเป็นด่านหน้าทางทะเลของเมืองจันท์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และเป็นที่ที่ฝรั่งเศสเลือกตั้งกองกำลังตอนเข้ายึดจันทบุรี สิ่งที่เหลือให้เห็นทุกวันนี้คือ คุกขี้ไก่ ป้อมอิฐแดงทรงสี่เหลี่ยม กับ ตึกแดง อาคารที่ฝรั่งเศสใช้เป็นกองบัญชาการ สองหลังนี้อยู่ห่างกันแค่ราว 200 เมตร เดินถึงกันสบาย
ร.ศ.112 คืออะไร ทำไมฝรั่งเศสมายึดจันทบุรี
ร.ศ.112 ตรงกับ พ.ศ.2436 (ค.ศ.1893) ตอนนั้นฝรั่งเศสยึดเขมรเป็นอาณานิคมแล้ว และอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงต่อ จนเกิดเหตุปะทะกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา สยามต้องยอมตามข้อเรียกร้อง และฝรั่งเศสขอ ยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน จนกว่าสยามจะทำตามสัญญาครบ กองทหารฝรั่งเศสจึงเข้ามาประจำการที่จันทบุรีอยู่นานถึง 11 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2436 ถึง พ.ศ.2447 ก่อนถอนออกไปหลังมีสนธิสัญญาแลกกับการคืนเมืองจันท์ให้สยาม
เก็บไว้ในใจ
ช่วงที่ฝรั่งเศสยึดจันทบุรีคือช่วงเดียวกับที่คนจันท์ต้องอยู่ใต้การควบคุมของกองทัพต่างชาติบนแผ่นดินตัวเอง คุกขี้ไก่กับตึกแดงเลยไม่ใช่แค่ตึกเก่าสวย ๆ แต่เป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่กดดันที่สุดช่วงหนึ่งของเมือง
อยากเที่ยว จันทบุรี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
คุกขี้ไก่ — ป้อมเล็กกับชื่อที่ฟังแล้วจำ
คุกขี้ไก่เป็นป้อมอิฐแดงทรงสี่เหลี่ยม กว้างราว 4.4 เมตร สูงราว 7 เมตร ผนังมีช่องแคบ ๆ เป็นแนวสองชั้นไว้ระบายอากาศและส่องดูข้างนอก ที่มาของชื่อมาจากวิธีคุมขังที่โหดร้าย คือ ขังนักโทษไว้ชั้นล่าง แล้วเลี้ยงไก่ไว้ชั้นบน พื้นกั้นระหว่างสองชั้นเป็นช่องโปร่ง มูลไก่จึงร่วงลงมาโดนคนข้างล่างตลอด เป็นการทรมานนักโทษที่ต่อต้านฝรั่งเศส ชื่อ คุกขี้ไก่ จึงติดปากคนจันท์มาจนถึงทุกวันนี้
กรมศิลปากรบูรณะคุกขี้ไก่เมื่อ พ.ศ.2515 และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน วันนี้ตัวป้อมยังตั้งอยู่ครบ มีป้ายเล่าประวัติให้อ่าน เดินรอบนอกถ่ายรูปได้ ภายในเป็นห้องโล่งเล็ก ๆ ใช้เวลาดูจริง ๆ ไม่กี่นาที แต่พอได้ยืนข้างในแล้วนึกภาพเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ก็ให้ความรู้สึกต่างจากการอ่านในหนังสือ
- ลักษณะ — ป้อมอิฐแดงสี่เหลี่ยม สูงสองชั้น มีช่องผนังเป็นแนว
- หน้าที่เดิม — ทั้งป้อมปืนเฝ้าปากน้ำและที่คุมขังนักโทษการเมือง
- สภาพปัจจุบัน — บูรณะแล้ว เปิดให้เข้าชมเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
- เวลาที่ใช้ — เดินดูรอบ ๆ ราว 15–20 นาที
ตึกแดง — กองบัญชาการฝรั่งเศสริมแม่น้ำ
ห่างจากคุกขี้ไก่ไปทางท่าเรือข้ามฟากราว 200 เมตร คือ ตึกแดง อาคารชั้นเดียวก่ออิฐทาสีแดงตามชื่อ มีระเบียงโค้งแบบสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม ฝรั่งเศสสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2436 บนที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตรเดิมที่สร้างไว้สมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อรับศึกญวน โดยรื้ออิฐจากป้อมเก่ามาก่อเป็นตึกใหม่ ใช้เป็นที่พักนายทหารและกองรักษาการณ์เฝ้าปากน้ำแหลมสิงห์ตลอดช่วงที่ยึดเมือง
หลังฝรั่งเศสถอนทัพ ตึกแดงเปลี่ยนมือใช้งานหลายอย่าง เคยเป็นห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนของอำเภอแหลมสิงห์ ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2527 ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่เล่าเรื่องราว ร.ศ.112 และวิถีปากน้ำแหลมสิงห์ ตัวตึกอยู่ริมแม่น้ำติดท่าเรือ ลมทะเลเย็นสบาย เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยทั้งตอนเช้าและตอนแดดร่ม
เคล็ดลับถ่ายรูป
ผนังอิฐแดงของตึกจะออกสีอุ่นสวยตอนแดดเฉียงช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงเที่ยงวันที่แดดจัดเพราะภาพจะแบนและร้อนเกินไป ถ้ามาเย็น ๆ เดินต่อไปดูพระอาทิตย์ตกที่หาดแหลมสิงห์ได้พอดี
วิธีเดินทาง เวลาเปิด และค่าเข้า
จากตัวเมืองจันทบุรี ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าทางอำเภอขลุง แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3149 ไปทางปากน้ำแหลมสิงห์ ตรงไปจนเกือบสุดถนน คุกขี้ไก่จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงท่าเรือข้ามฟากสิงห์อำนวย จากนั้นไปต่ออีกราว 200 เมตร ตึกแดงอยู่ทางซ้ายใกล้ท่าเรือ รวมระยะจากตัวเมืองราว 30 กิโลเมตร ขับรถราว 35–40 นาที
- ระยะทาง — ราว 30 กม. จากตัวเมืองจันทบุรี ใช้เวลาขับ 35–40 นาที
- ค่าเข้าชม — ฟรี ทั้งคุกขี้ไก่และตึกแดง
- ที่จอดรถ — มีลานจอดด้านหน้าแต่ไม่กว้างนัก ช่วงวันหยุดอาจต้องรอคิว
- การเดินทาง — ขับรถ/มอเตอร์ไซค์สะดวกสุด ไม่มีรถสาธารณะตรงถึง แนะนำเช่ารถจากตัวเมือง
เรื่องเวลาเปิดบอกตรง ๆ ว่าจุดนี้ไม่มีเวลาทำการตายตัวแบบพิพิธภัณฑ์ใหญ่ คุกขี้ไก่เป็นโบราณสถานกลางแจ้งเดินดูได้ในเวลากลางวัน ส่วนตึกแดงบางช่วงปิดบ้างเปิดบ้างตามเจ้าหน้าที่ดูแล ถ้าอยากชัวร์ว่าได้เข้าด้านในตึกแดง แนะนำมาช่วงสาย ๆ ถึงบ่ายของวันธรรมดา หรือสอบถาม ททท.จันทบุรีก่อนได้
เที่ยวต่อรอบแหลมสิงห์ได้ที่ไหนบ้าง
ข้อดีของแหลมสิงห์คือมาที่เดียวเที่ยวได้หลายแบบ ทั้งประวัติศาสตร์ ทะเล และธรรมชาติ คุกขี้ไก่กับตึกแดงใช้เวลาไม่นาน เลยเหมาะจับคู่กับที่เที่ยวรอบ ๆ ให้คุ้มค่าน้ำมัน
หาดแหลมสิงห์ & อ่าวกระทิง
หาดทรายยาวริมทะเล มีหินรูปสิงห์หมอบยื่นลงทะเลเป็นที่มาของชื่อ ช่วงเย็นเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่คนจันท์ชอบมานั่งกินลม
วนอุทยานเขาแหลมสิงห์
เดินป่าระยะสั้นขึ้นไปชมวิวทะเลกับเกาะรอบ ๆ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เหมาะคนชอบวิวมุมสูง
โอเอซิส ซีเวิลด์
ศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์โลมาที่ปากน้ำแหลมสิงห์ มีโชว์โลมา เหมาะมากับครอบครัวที่มีเด็ก
อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน (เสม็ดงาม)
แหล่งประวัติศาสตร์ที่เชื่อกันว่าเป็นอู่ต่อเรือสมัยพระเจ้าตาก อยู่ระหว่างทางจากตัวเมืองมาแหลมสิงห์ ราว 11 กม.จากเมือง
แผนเที่ยวครึ่งวันแหลมสิงห์
ประวัติศาสตร์ + ทะเลแหลมสิงห์
อยากได้แผนเที่ยวจันทบุรีแบบเต็มวัน รวมเมืองเก่า ทะเล และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวจันทบุรี →