🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
แพร่เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไม้สักมานาน คนแพร่รุ่นก่อนจึงนิยมสร้างบ้านโชว์เนื้อไม้ เสาต้นใหญ่ และคุ้มเจ้าหลวงคือบ้านไม้สักที่เป็นหน้าตาของเมืองนี้ ตัวคุ้มสร้างราวปี พ.ศ. 2435 (ก่อนเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ประมาณ 10 ปี) โดยเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย จุดที่คนชอบกันคือมันไม่ได้เป็นแค่ของเก่าให้ถ่ายรูป แต่เดินเข้าไปแล้วยังรู้สึกถึงชีวิตของเจ้านายเมืองเหนือเมื่อร้อยกว่าปีก่อนได้จริง
บ้านไม้สักทรงขนมปังขิง — สถาปัตยกรรมที่ต้องดูใกล้ ๆ
ตัวคุ้มเป็นอาคารสองชั้น โครงสร้างก่ออิฐถือปูนผสมเรือนไม้สัก ตั้งอยู่บนเสาสูงแบบใต้ถุน เป็นงานสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ที่เอาแบบยุโรปมาผสมกับเรือนล้านนา เสน่ห์ที่คนชอบกันคือลวดลายฉลุไม้ตรงชายคา หน้าจั่ว และระเบียง ที่ฝรั่งเรียกว่าทรงขนมปังขิง (gingerbread) มองเผิน ๆ เหมือนลูกไม้ไม้ที่ตัดเป็นลายซ้ำ ๆ รอบหลัง
- ประตูหน้าต่าง 72 บาน — ทั้งหลังมีประตูและหน้าต่างรวมกัน 72 บาน แต่ละบานมีลายฉลุไม้ด้านบน ทำให้ลมและแสงผ่านได้ทั้งวัน เป็นภูมิปัญญาเรือนเมืองร้อนก่อนยุคแอร์
- เรือนไม้สักทั้งหลัง — พื้น ฝา บันได เสา ใช้ไม้สักของแพร่ เดินแล้วได้ยินเสียงพื้นไม้ ได้กลิ่นไม้เก่า บรรยากาศคนละแบบกับพิพิธภัณฑ์ตึกปูน
- ระเบียงและบันไดโค้ง — มุมบันไดทางขึ้นชั้นสองกับระเบียงรอบบ้านเป็นจุดถ่ายรูปที่คนชอบที่สุด แสงเช้ากับแสงบ่ายให้โทนไม้คนละอารมณ์
- ไม่ใช้ตะปูในงานไม้หลายจุด — งานเข้าไม้แบบช่างเมืองเหนือ เดินดูรอยต่อไม้ใกล้ ๆ จะเห็นฝีมือช่างสมัยนั้น
ดูตรงไหนก่อนดี
ถ้าเวลาน้อย ให้เดินขึ้นชั้นสองก่อน เพราะห้องรับแขกและระเบียงด้านหน้าคือไฮไลต์ของลวดลายฉลุไม้ แล้วค่อยลงมาดูใต้ถุนทีหลัง
อยากเที่ยว แพร่ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เรื่องเจ้าหลวงองค์สุดท้าย — ทำไมคุ้มนี้ถึงสำคัญ
เจ้าพิริยเทพวงศ์เป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย พำนักที่คุ้มนี้จนถึงปี พ.ศ. 2445 ที่เกิดเหตุการณ์เงี้ยว (ไทใหญ่) ก่อความไม่สงบในเมืองแพร่ หลังเหตุการณ์นั้นเจ้าหลวงต้องลี้ภัยไปอยู่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และไม่ได้กลับมาอีก ตัวคุ้มจึงถูกใช้เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารและราชการต่อมาอีกหลายยุค จนปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ดูแลและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่
ข้างในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ภาพถ่ายเก่า และเรื่องราวของเจ้านายเมืองแพร่ ทำให้เข้าใจว่าทำไมแพร่ถึงเป็นเมืองที่มีคุ้มและบ้านไม้สักเก่าเยอะ บอกตรงว่าป้ายข้อมูลบางจุดเป็นภาษาไทยเป็นหลัก ถ้ามากับเพื่อนต่างชาติอาจต้องช่วยเล่าให้ฟังบ้าง
คุกใต้ถุน 3 ห้อง — มุมที่คนพูดถึงมากที่สุด
ใต้ถุนคุ้มมีห้องทึบ 3 ห้อง ที่เชื่อกันว่าเคยใช้เป็นที่คุมขังในสมัยก่อน ด้านบนพื้นชั้นสองมีช่องเล็ก ๆ ไว้ส่งอาหารลงไป เป็นมุมที่หลายคนมาถึงแล้วต้องลงไปดู เพราะมีตำนานเรื่องเล่าเฮี้ยน ๆ ผูกกับที่นี่ จนกลายเป็นจุดที่คนแชร์กันเยอะ ในแง่เที่ยวจริง ใต้ถุนเย็นและแสงน้อย เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์มืด ๆ หน่อย ถ้าพาเด็กเล็กมาให้ดูแลใกล้ ๆ
บอกตรง
เรื่องผีเรื่องเฮี้ยนเป็นเรื่องเล่าและความเชื่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ใครไม่อินเรื่องนี้ก็เที่ยวได้ปกติ มองเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์มากกว่าก็สนุกไปอีกแบบ
จุดถ่ายรูปและวิธีเที่ยวให้คุ้ม
หน้าคุ้มมุมตรง
ยืนถ่ายเต็มหลังให้เห็นบันไดทางขึ้นกับลายฉลุไม้ มาเช้าแดดยังไม่แรง ได้โทนไม้สวยที่สุด
ระเบียงชั้นสอง
ลายไม้ฉลุกับเสาระเบียงเป็นเฟรมถ่ายรูปธรรมชาติ คนชอบถ่ายพอร์ตเทรตตรงนี้
ใต้ถุนคุก
แสงน้อยโทนมืด เหมาะกับคนชอบภาพอารมณ์ลึก แต่เคารพสถานที่ด้วย
- ใช้เวลาเดินดูประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงกำลังดี
- ถอดรองเท้าก่อนขึ้นเรือนไม้ ช่วยกันรักษาพื้นไม้สักเก่า
- แต่งตัวสุภาพนิดหน่อย เพราะเป็นทั้งสถานที่ราชการและพื้นที่ประวัติศาสตร์
- จับคู่เที่ยวกับบ้านวงศ์บุรี (คุ้มสีชมพู) ที่อยู่ในย่านเดียวกัน เดินหรือขับรถไม่กี่นาทีถึง
เวลาเปิด ค่าเข้า และวิธีเดินทาง
- เวลาเปิด — ทุกวัน 08.30–16.30 น. เปิดไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ค่าเข้าชม — เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าเข้า (มีกล่องรับบริจาคบำรุงสถานที่)
- ที่ตั้ง — ถนนคุ้มเดิม ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ตรงข้ามโรงเรียนนารีรัตน์
- เดินทาง — อยู่ในเขตเมืองเก่ากำแพงเวียง ขับรถจากถนนเจริญเมืองเลี้ยวเข้าถนนคุ้มเดิมประมาณ 100 เมตร มีที่จอดรถ ถ้าพักในเมืองแพร่ปั่นจักรยานหรือเดินก็ถึง
คุ้มเจ้าหลวงอยู่ในย่านเมืองเก่าที่เดินเที่ยวต่อได้สบาย รอบ ๆ มีบ้านวงศ์บุรี คุ้มและเรือนไม้สักเก่าอีกหลายหลัง รวมถึงวัดพระบาทมิ่งเมืองและคาเฟ่ในเมืองเก่า วางแผนครึ่งวันเช้าเดินย่านนี้กำลังพอดี
อยากเที่ยวแพร่แบบเดินครบในวันเดียว
ดูเส้นทางเดินเมืองเก่าแพร่ →