🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เกาะกูดต่างจากเกาะใกล้กรุงเทพตรงที่ "ไปยาก" คือเสน่ห์ของมัน เพราะคนน้อยกว่า น้ำใสกว่า แต่ก็แปลว่าต้องเผื่อเวลาเดินทางและงบมากกว่า การเดินทางหลักคือนั่งเรือจากท่าเรือแหลมศอก อำเภอเมืองตราด ข้ามไปเกาะใช้เวลาราว 60–75 นาที แพลน 2 วัน 1 คืนนี้จึงให้คุณถึงเกาะช่วงสายของวันแรก เที่ยวฝั่งตะวันตกที่หาดสวยและน้ำตกอยู่รวมกัน แล้ววันที่สองค่อยขยับไปอ่าวสลัดทางเหนือก่อนนั่งเรือกลับ
จองเรือ + รถรับส่งล่วงหน้า
เรือไปเกาะกูดมีทั้งเรือเฟอร์รี่คาตามารัน (ราว 60 นาที) และสปีดโบ๊ท (ราว 45–60 นาที) ออกจากท่าเรือแหลมศอก ตั๋วไป-กลับโดยประมาณ ฿600–900/คน แล้วแต่ประเภทเรือและบริษัท รอบเรือมีไม่กี่รอบต่อวันและกระจุกช่วงเช้า–สาย จองออนไลน์ล่วงหน้าและถามรีสอร์ทเรื่องรถรับจากท่าเรือบนเกาะไว้ด้วย ช่วงมรสุม พ.ค.–ต.ค. รอบเรือลดลงและบางวันงดวิ่งถ้าคลื่นแรง
วันที่ 1 — น้ำตกคลองเจ้า คายัค ชิงช้าริมหาด
วันที่ 1
ขึ้นเกาะ · น้ำตกคลองเจ้า · พายคายัค · พระอาทิตย์ตกอ่าวตะเภา
08:30
ขึ้นเรือรอบเช้าจากท่าเรือแหลมศอก (อ.เมืองตราด)ถ้าขับรถมาเอง จอดรถไว้ที่ลานจอดของบริษัทเรือแถวท่าเรือ คิดค่าจอดราว ฿70–100/วัน เพราะรถส่วนตัวขึ้นเกาะไม่ได้ เผื่อเวลามาถึงท่าก่อนเรือออกอย่างน้อย 30 นาที
09:45
ถึงเกาะกูด เช็คอินที่พักโซนอ่าวคลองเจ้า–อ่าวตะเภาฝั่งตะวันตกแถบคลองเจ้าเป็นโซนหาดสวยและมีที่พักหลายระดับ ถ้าเช็คอินยังไม่ได้ ฝากกระเป๋าไว้ก่อนแล้วออกเที่ยว เช่ามอเตอร์ไซค์ที่รีสอร์ทหรือร้านในตัวเกาะ ราว ฿300/24 ชั่วโมง น้ำมันหน้าปั๊มข้างทางลิตรละราว ฿40 แพงกว่าบนฝั่ง
10:30
ลุยน้ำตกคลองเจ้า เล่นน้ำแอ่งใหญ่น้ำตกหลักของเกาะ มี 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างให้ลงเล่นได้ น้ำใสเย็นตลอดปี เดินจากลานจอดเข้าไปไม่ไกล มีค่าเข้าอุทยานฯ คนไทยหลักสิบบาท เตรียมรองเท้ากันลื่นและของกันน้ำ ช่วงหน้าฝนน้ำแรงให้ระวัง
12:30
มื้อกลางวันแถวคลองเจ้า ก่อนพักร้อนร้านอาหารตามรีสอร์ทและร้านริมคลองแถวคลองเจ้ามีให้เลือก ราคาบนเกาะสูงกว่าฝั่งราว 1.5–2 เท่า จานหลักเริ่มราว ฿120–250 สั่งข้าวกับกับข้าวแบ่งกันคุ้มกว่า
14:30
พายคายัคในคลองเจ้า ลอดป่าโกงกางคลองเจ้าเป็นลำคลองน้ำกร่อยที่พายคายัคเข้าไปในป่าโกงกางได้เงียบ ๆ หลายรีสอร์ทมีคายัคให้ยืมฟรีหรือเช่าราว ฿100–200/ชั่วโมง พายช่วงน้ำขึ้นจะสบายกว่า
16:00
ไปนั่งชิงช้าริมหาดคลองเจ้า ถ่ายรูปชิงช้าไม้กลางน้ำริมหาดคลองเจ้าเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเกาะ ส่วนใหญ่อยู่หน้ารีสอร์ท เข้าใช้ได้ถ้าเป็นแขกหรือนั่งร้านของที่นั่น ช่วงเย็นแสงนุ่มถ่ายสวย คนรอคิวถ่ายเยอะ ใจเย็น ๆ
17:30
ดูพระอาทิตย์ตกที่อ่าวตะเภาอ่าวตะเภาอยู่เหนือหาดคลองเจ้าขึ้นไปราว 1 กม. หาดทรายขาวใต้ทิวมะพร้าว หันออกทะเลฝั่งตะวันตก เห็นพระอาทิตย์ตกได้สวย เงียบกว่าหาดคลองเจ้า เหมาะนั่งชิลปิดวัน
19:00
มื้อเย็นที่พัก / ร้านแถวคลองเจ้ากลางคืนบนเกาะเงียบและร้านปิดเร็ว หลายโซนไฟและสัญญาณมือถือจำกัด เตรียมไฟฉาย/พาวเวอร์แบงก์ และจ่ายเงินสดเผื่อไว้ เพราะบางร้านรูดบัตรไม่ได้
ขับมอเตอร์ไซค์บนเกาะต้องระวัง
ถนนบนเกาะกูดเป็นถนนเส้นเดียวเลียบเกาะ บางช่วงแคบ ชัน และคดเคี้ยวขึ้นลงเนิน ผิวถนนบางจุดชำรุด กลางคืนไม่มีไฟถนน ถ้าขับไม่คล่องให้ไปช้า ๆ ใส่หมวกกันน็อก และเลี่ยงขับตอนมืดหรือฝนตก ไม่ชินทางแนะนำเหมารถสองแถวของเกาะแทน
🎟️จองกิจกรรมในแผนเที่ยว เกาะกูด ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม เกาะกูด ทั้งหมด (Klook) วันที่ 2 — อ่าวตะเภายามเช้า สู่ซีฟู้ดอ่าวสลัด
วันที่ 2
หาดเช้า · อ่าวสลัด · ซีฟู้ดส่งท้าย · กลับฝั่ง
07:00
เดินเล่นอ่าวตะเภายามเช้า น้ำใสคนน้อยเช้า ๆ น้ำที่อ่าวตะเภานิ่งใส เหมาะลงเล่นน้ำหรือดำน้ำตื้นดูปะการังริมหาด แดดยังไม่แรง คนยังไม่มา เป็นช่วงที่หาดสวยและสงบที่สุดในรอบวัน
09:00
อาหารเช้าที่พัก แล้วเก็บกระเป๋าเช็คเอาท์เช็คเวลารอบเรือกลับของวันนั้นไว้ก่อน เพราะรอบบ่ายมีจำกัด ฝากกระเป๋าไว้ที่รีสอร์ทถ้ายังมีเวลาเที่ยวต่อ
10:00
ขับขึ้นเหนือไปอ่าวสลัด ผ่านวิวเกาะอ่าวสลัดอยู่ทางเหนือของเกาะ ขับจากคลองเจ้าราว 30–40 นาทีตามถนนเลียบเกาะ ระหว่างทางมีจุดวิวและหมู่บ้านให้แวะ ขับช้า ๆ ระวังทางโค้ง
10:45
เดินสะพานปลาอ่าวสลัด ดูวิถีหมู่บ้านชาวประมงอ่าวสลัดเป็นอ่าวรูปตัวยู ไม่มีชายหาด แต่เป็นท่าเทียบเรือประมงและชุมชนเก่าแก่ มีบ้านเรือนไม้ปลูกยื่นลงน้ำ เดินสะพานชมเรือประมง ซื้ออาหารทะเลแห้งและกะปิเป็นของฝากได้
11:30
มื้อกลางวันซีฟู้ดร้านบนน้ำที่อ่าวสลัดร้านอาหารทะเลที่อ่าวสลัดตั้งบนเรือนไม้ยื่นลงทะเล วัตถุดิบสดจากเรือประมงในชุมชน ปูม้า กุ้ง หมึก หอย ราคาตามน้ำหนัก ถามราคาก่อนสั่งเสมอ มื้ออิ่ม ๆ ราว ฿300–600/คน แล้วแต่จะสั่งซีฟู้ดหนักแค่ไหน
13:00
ขับกลับโซนท่าเรือ คืนมอเตอร์ไซค์เผื่อเวลาขับกลับและคืนรถ ถ้ารอบเรือบ่ายต้นจะได้ไม่ลุกลี้ลุกลน เติมน้ำมันคืนตามที่ตกลงกับร้าน
14:00
ขึ้นเรือกลับท่าเรือแหลมศอกถึงฝั่งราวบ่ายสามกว่า ถ้าจะขับรถต่อไปกรุงเทพหรือพัทยา เผื่อเวลาเดินทางอีกหลายชั่วโมง พักให้หายเมาเรือก่อนออกรถ
ถ้ามีเวลาเหลือช่วงเช้าวันที่สองและไม่อยากขับไกล ปรับแพลนได้ง่าย ๆ เปลี่ยนจากอ่าวสลัดเป็นแวะน้ำตกคลองยายกี๋ที่อยู่ใกล้คลองเจ้ากว่า หรือไปดำน้ำตื้นแถวอ่าวพร้าว–อ่าวง่ามโข่ที่หาดยาวและเงียบ แล้วค่อยกินซีฟู้ดแถวคลองเจ้าก่อนลงเรือ ทั้งสองทางก็ปิดทริปได้สวย
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน (2 วัน 1 คืน)
- ตั๋วเรือไป-กลับ — ราว ฿600–900/คน แล้วแต่เรือเฟอร์รี่หรือสปีดโบ๊ท
- ที่พัก — รีสอร์ทระดับกลางบนเกาะ ฿1,200–3,000/คืน (หาร 2 คน) ช่วงไฮซีซั่นสูงกว่า
- อาหาร — 4–5 มื้อ ราว ฿800–1,800 ทั้งทริป ของบนเกาะแพงกว่าฝั่ง โดยเฉพาะซีฟู้ด
- เช่ามอเตอร์ไซค์ + น้ำมัน — ราว ฿350–450 ต่อ 24 ชั่วโมง
- ค่าเข้าน้ำตก/คายัค — น้ำตกหลักสิบบาท คายัคหลายที่ฟรีหรือ ฿100–200
- รวมโดยประมาณ — ราว ฿2,500–5,000/คน ไม่รวมค่าเดินทางมาตราด
เคล็ดลับให้ทริปลื่นขึ้น
- เลือกหน้าเที่ยวให้ถูก — ช่วง พ.ย.–ก.พ. อากาศดี ทะเลใส คลื่นน้อย เป็นช่วงดีที่สุด ส่วน พ.ค.–ต.ค. เป็นหน้ามรสุม ฝนชุก คลื่นแรง รีสอร์ทและเรือบางเจ้าปิดหรือลดรอบ เช็กก่อนจองทุกครั้ง
- เตรียมเงินสด — ตู้เอทีเอ็มบนเกาะมีน้อยและบางจุดรูดบัตรไม่ได้ ถอนเงินสดมาจากฝั่งให้พอ เผื่อค่าเรือ ค่าที่พัก ค่าอาหาร
- ดำน้ำเช็กอากาศก่อน — ทัวร์ดำน้ำรอบเกาะขึ้นกับสภาพคลื่นลม วันคลื่นแรงอาจงด ถ้าตั้งใจมาดำน้ำ เผื่อวันสำรองไว้
- ไฟ–สัญญาณจำกัด — บางรีสอร์ทมีไฟเป็นช่วงเวลาและสัญญาณมือถืออ่อนในบางจุด พกพาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย และดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้
- ถามราคาซีฟู้ดก่อนสั่ง — ร้านบนน้ำคิดตามน้ำหนัก ให้ชั่งและตกลงราคาต่อกิโลก่อนปรุงทุกครั้ง กันบิลบานปลาย