🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนวางแผนต้องเข้าใจภาพรวมก่อนว่า หลีเป๊ะไปได้ทางเรืออย่างเดียว และเรือออกจากท่าหลักคือปากบาราในสตูล ดังนั้นไม่ว่าจะบินลงหาดใหญ่หรือตรัง สุดท้ายก็ต้องต่อรถมาลงเรือที่ปากบารากันเกือบทั้งหมด อีกทางที่นิยมไม่แพ้กันคือข้ามมาจากเกาะลังกาวีของมาเลเซียซึ่งใกล้กว่าและมีด่านตรวจคนเข้าเมืองบนเกาะหลีเป๊ะเลย เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ล่วงหน้าคือ หลีเป๊ะเปิดเป็นฤดู ช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ราวกลางพฤษภาคมถึงกลางตุลาคม ทะเลแรง เรือลดรอบหรือหยุดวิ่ง ที่พักหลายแห่งปิด ใครจะมาช่วงนั้นต้องเช็กให้ดีก่อน
สปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา (เส้นหลัก)
ท่าเรือปากบาราอยู่ที่ อ.ละงู จ.สตูล เป็นประตูหลักไปหลีเป๊ะและหมู่เกาะตะรุเตาทั้งหมด สปีดโบ๊ตวิ่งตรงปากบารา–หลีเป๊ะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางในทะเลประมาณ 60 กิโลเมตร รอบเรือมักออกช่วงสาย ตั้งแต่ราว 09:30 น. และรอบสุดท้ายของวันมักออกราว 13:30 น. ดังนั้นถ้าบินถึงหาดใหญ่/ตรังตอนสาย ต้องรีบต่อรถให้ทันรอบบ่าย ไม่งั้นอาจต้องค้างฝั่งหนึ่งคืน
- ผู้ให้บริการหลัก — Bundhaya Speedboat, Tigerline Ferry และ Satun Pakbara Speed Boat Club เป็นเจ้าใหญ่ที่วิ่งเส้นนี้ทุกวันในไฮซีซัน บางเจ้ามีรอบเสริมช่วงคนเยอะ
- ราคาโดยประมาณ — สปีดโบ๊ตเที่ยวเดียวเริ่มราว ฿600–750 ต่อคน ไป-กลับราว ฿1,100–1,300 แล้วแต่เจ้าและช่วงเวลา จองล่วงหน้ามักได้ราคาดีกว่าซื้อหน้าท่า
- ค่าธรรมเนียมอุทยานตะรุเตา — หลีเป๊ะอยู่ในเขตอุทยาน ต้องจ่ายค่าเข้าอุทยานคนละ ฿200 (เด็ก ฿100) จ่ายตอนขึ้นเกาะ ตั๋วใช้ได้ราวหนึ่งสัปดาห์ เก็บไว้เผื่อไปเกาะอื่นในอุทยานด้วย
- จองตั๋ว — จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่านเว็บผู้ให้บริการโดยตรง หรือผ่าน 12go, Klook ได้ ช่วงไฮซีซัน (พ.ย.–เม.ย.) และวันหยุดยาวควรจองล่วงหน้าเพราะที่นั่งเต็มเร็ว
- ที่จอดรถปากบารา — มีลานจอดรถเอกชนรอบท่าเรือ ค่าจอดราว ฿70–100 ต่อวัน เหมาะกับคนขับรถมาเองแล้วฝากรถไว้ระหว่างไปเกาะ
เช็กก่อนจองรอบเรือ
รอบสุดท้ายออกจากปากบาราไม่ดึก ส่วนใหญ่ราวบ่ายโมงครึ่ง ถ้าเที่ยวบินถึงหาดใหญ่/ตรังหลังเที่ยงมักไม่ทันรอบนั้น ทางที่ปลอดภัยคือบินรอบเช้า หรือถ้าถึงสาย ๆ ค่ายตั๋วรถ+เรือแบบรวมมักการันตีให้ไปลงรอบที่ยังทันได้ ลองถามตอนจองว่าจัดให้ทันรอบไหน อย่าซื้อแยกแล้วมาลุ้นเอาหน้างาน
บินลงหาดใหญ่ แล้วต่อรถมาปากบารา
สนามบินที่คนใช้มากที่สุดสำหรับมาหลีเป๊ะคือ สนามบินหาดใหญ่ (HDY) จ.สงขลา เพราะมีเที่ยวบินจากกรุงเทพและเมืองใหญ่เข้าออกถี่ ตั๋วมักหาได้ในราคาดี จากหาดใหญ่มาท่าเรือปากบาราระยะทางราว 120–130 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถราว 2 ถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนใหญ่จะซื้อแพ็กเกจรถตู้รับจากสนามบินถึงท่าเรือพร้อมตั๋วเรือในใบเดียว สะดวกและไม่ต้องลุ้นต่อรอบเอง
- รถตู้ร่วมตั๋วเรือ — แพ็กเกจรถตู้หาดใหญ่–ปากบารา+สปีดโบ๊ตถึงหลีเป๊ะ รวมกันเริ่มราว ฿650–950 ต่อคน เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวเลือกมากที่สุดเพราะจัดรอบให้ทันเรือ
- เที่ยวบินเข้าหาดใหญ่ — ไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์, นกแอร์, ไทยเวียตเจ็ท และการบินไทย/ไทยสมายล์ บินเข้าออกหาดใหญ่หลายเที่ยวต่อวัน
- เผื่อเวลาให้ทันเรือ — รวมเวลานั่งรถ 2–2.5 ชม. บวกเช็กอินท่าเรือ ควรบินถึงหาดใหญ่ก่อนเที่ยงเพื่อให้ทันรอบเรือบ่าย
- ถ้าไม่ทันเรือ — ค้างหนึ่งคืนแถวหาดใหญ่หรือเมืองสตูลใกล้ปากบารา แล้วลงเรือรอบเช้าวันรุ่งขึ้นได้สบายกว่าฝืนต่อรอบบ่ายแก่ ๆ
บินลงตรัง หรือมาจากตัวเมืองสตูล
อีกทางเลือกคือ สนามบินตรัง (TST) ซึ่งมีเที่ยวบินจากกรุงเทพเข้าออกอยู่บ้าง จากตรังมาปากบาราระยะทางใกล้เคียงกับหาดใหญ่ ราว 120–140 กิโลเมตร นั่งรถราว 2–2.5 ชั่วโมง มีรถตู้ร่วมตั๋วเรือเหมือนกัน เหมาะกับคนที่หาตั๋วบินเข้าตรังได้ถูกกว่า ส่วนคนที่อยู่ตัวเมืองสตูลอยู่แล้ว ปากบาราห่างจากตัวเมืองสตูลแค่ราว 50–60 กิโลเมตร ขับหรือนั่งรถราว 1 ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือ
- ตรัง–ปากบารา — รถตู้ร่วมตั๋วเรือเริ่มราว ฿650–950 ต่อคนเช่นเดียวกับฝั่งหาดใหญ่ บางรอบรับจากตัวเมืองตรังหรือสถานีรถไฟตรัง
- นั่งรถไฟลงตรัง — สายใต้มีรถไฟกรุงเทพ–ตรัง ใครชอบรถไฟนอนลงตรังตอนเช้าแล้วต่อรถมาปากบาราได้ แต่ต้องเผื่อเวลาให้ทันรอบเรือ
- ตัวเมืองสตูล–ปากบารา — ราว 50–60 กม. ขับ ~1 ชม. ถ้าค้างสตูลคืนหนึ่งแล้วลงเรือเช้าจะสบายตัวกว่ามาไกลในวันเดียว
- เลือกตรังดีตรงไหน — บางช่วงตั๋วบินเข้าตรังถูกกว่าหาดใหญ่ และยังพ่วงเที่ยวเมืองตรัง เกาะมุก เกาะกระดานในทริปเดียวได้ก่อนหรือหลังหลีเป๊ะ
บินกรุงเทพ–หาดใหญ่/ตรัง ลงรอบเช้าคุ้มสุด
ถ้ามาจากกรุงเทพ เที่ยวบินรอบเช้าตรู่ลงหาดใหญ่หรือตรัง แล้วต่อรถตู้รวมตั๋วเรือ จะถึงหลีเป๊ะช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันเดียวกันพอดี ได้เที่ยวเต็มวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าบินรอบสายหรือบ่าย มักไม่ทันรอบเรือสุดท้าย ต้องค้างฝั่งหนึ่งคืน เสียวันเที่ยวไปเปล่า ๆ วางตั๋วเครื่องกับรอบเรือให้สอดคล้องกันตั้งแต่แรก
เรือข้ามจากลังกาวี มาเลเซีย (มีด่าน ตม. บนเกาะ)
เกาะหลีเป๊ะอยู่ใกล้ ลังกาวีของมาเลเซีย มากกว่าฝั่งไทยเสียอีก เลยมีเรือเฟอร์รี/สปีดโบ๊ตวิ่งตรงลังกาวี–หลีเป๊ะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง เหมาะกับคนที่เที่ยวลังกาวีอยู่แล้วอยากต่อมาหลีเป๊ะ หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่บินลงลังกาวีได้สะดวก จุดสำคัญคือเส้นนี้เป็นการข้ามประเทศ ต้องมีพาสปอร์ตและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยขาเข้าไทยจะมาประทับตราที่ ด่าน ตม. บนเกาะหลีเป๊ะ เลย
- ราคาโดยประมาณ — เที่ยวเดียวลังกาวี–หลีเป๊ะอยู่ราว 130–180 ริงกิต (ราว ฿1,100–1,500) ไป-กลับราว 300–340 ริงกิต แล้วแต่เจ้าและช่วงเวลา
- เรื่องพาสปอร์ต — เช็กอินที่ท่าลังกาวีต้องยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แล้วมารับคืน/ประทับตราขาเข้าที่ด่าน ตม. บนหลีเป๊ะ เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม อย่าเก็บลึกในกระเป๋า
- ฤดูกาลเดินเรือ — เรือลังกาวี–หลีเป๊ะวิ่งเฉพาะไฮซีซัน มักวิ่งถึงราวสิ้นเดือนพฤษภาคม ช่วงมรสุมราวมิถุนายนถึงกลางตุลาคมไม่มีเรือตรง ต้องอ้อมผ่านฝั่งไทย
- เหมาะกับใคร — คนที่ทริปพ่วงลังกาวี+หลีเป๊ะ หรือนักเดินทางสายข้ามแดน ได้แต้มเที่ยวสองประเทศในทริปเดียว แต่ต้องวางแผนวีซ่า/วันพำนักให้ดี
ท่าเรือลอยน้ำ ต่อเรือหางยาวขึ้นฝั่ง
เรื่องที่นักท่องเที่ยวมือใหม่มักไม่ทันตั้งตัวคือ สปีดโบ๊ตและเฟอร์รีไม่จอดเทียบชายหาดตรง ๆ เพราะน้ำตื้นและเป็นเขตปะการัง เรือใหญ่จะไปจอดที่ ท่าเรือลอยน้ำ (floating pier) กลางทะเลหน้าหาดพัทยา (Pattaya Beach) แล้วทุกคนต้องลง เรือหางยาว ที่ทำหน้าที่เป็นเรือแท็กซี่พาเข้าหาดอีกทอดหนึ่ง บางบริษัทรวมค่าหางยาวไว้ในตั๋วแล้ว บางเจ้าต้องจ่ายเพิ่มหน้างาน ค่าเรือหางยาวเข้าฝั่งราว ฿50 ต่อคน เตรียมเงินสดย่อยติดตัวไว้
- หาดพัทยา (Pattaya Beach) — จุดขึ้นฝั่งหลักของหลีเป๊ะ เป็นหาดทรายขาวยาวที่มีร้านค้า ที่พัก และต้นถนนคนเดิน เรือหางยาวจากท่าลอยน้ำพาเข้าหาดนี้
- เตรียมของให้ลุยน้ำได้ — เรือหางยาวมักจอดตื้น ๆ ต้องลุยน้ำตื้นขึ้นหาด ใส่รองเท้าแตะ เก็บของอิเล็กทรอนิกส์ในถุงกันน้ำเผื่อไว้
- กระเป๋าหนักบอกคนเรือ — มีลูกหาบช่วยขนของขึ้นหาดได้ คิดค่าบริการเล็กน้อย ถามราคาก่อนทุกครั้ง
- ขากลับก็เหมือนกัน — ตอนกลับต้องนั่งหางยาวออกไปขึ้นสปีดโบ๊ตที่ท่าลอยน้ำ เผื่อเวลาก่อนรอบเรือออกอย่างน้อย 30–45 นาที
บนเกาะไม่มีรถยนต์ เที่ยวรอบเกาะยังไง
หลีเป๊ะเป็นเกาะเล็ก กว้างไม่กี่กิโลเมตร และไม่มีรถยนต์วิ่งบนเกาะเลย หัวใจของเกาะคือ ถนนคนเดิน (Walking Street) ทางเดินยาวราว 600 เมตรที่ลากเชื่อม หาดพัทยา ฝั่งหนึ่งไปออกใกล้ หาดซันไรส์ (Sunrise Beach) อีกฝั่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ ร้านดำน้ำ และร้านขายของ คนส่วนใหญ่เดินเที่ยวกันทั้งวัน ส่วนจะข้ามไปหาดที่ไกลขึ้นหรือขนของหนัก ใช้มอเตอร์ไซค์พ่วง (ตุ๊กตุ๊กไซด์คาร์) ที่วิ่งรับส่งทั่วเกาะ
- เดินเท้า — วิธีหลักของหลีเป๊ะ จากถนนคนเดินเดินถึงหาดพัทยาและซันไรส์ได้สบาย เกาะเล็กไม่ต้องรีบ
- มอเตอร์ไซค์พ่วง (island taxi) — ตุ๊กตุ๊กไซด์คาร์วิ่งรับส่งระหว่างหาดและที่พัก ราคาเริ่มราว ฿50 ต่อคนต่อเที่ยวสำหรับระยะใกล้ ระยะไกลหรือข้ามเกาะคิดเพิ่มตามจุด ถามราคาก่อนขึ้น
- เช่าจักรยาน — บางที่พักมีจักรยานให้ยืม/เช่า เหมาะกับคนอยากปั่นเล่นในเกาะ แต่ทางบางช่วงเป็นทรายและแคบ
- เดินข้ามเกาะ — จากหาดพัทยาไปหาดซันเซ็ต (Sunset Beach) เดินตามทางเล็ก ๆ ได้ราว 15–20 นาที วิวสวยแต่ใส่รองเท้าเดินสบายไว้
เรือหางยาวเที่ยวรอบเกาะ-ดำน้ำเกาะรอบ ๆ
นอกจากเป็นเรือแท็กซี่ขึ้นฝั่ง เรือหางยาวยังเป็นพาหนะหลักของทัวร์ดำน้ำตื้นรอบหลีเป๊ะ ทริปยอดนิยมคือ โปรแกรม 4 เกาะ และ 7 เกาะ พาวนดำน้ำตื้นตามจุดในหมู่เกาะอาดัง-ราวีและตะรุเตาฝั่งตะวันออก เช่น เกาะหินงาม หาดทรายขาวเกาะราวี ร่องน้ำจาบัง คนเรือท้องถิ่นรู้จุดดีและคอยดูความปลอดภัย จองได้ตามร้านบนถนนคนเดินหรือผ่านที่พัก
- ทริปเรือหางยาวเหมา/ร่วม — แบบร่วมกรุ๊ปดำน้ำตื้นครึ่งวัน-เต็มวันเริ่มราว ฿550–950 ต่อคน รวมอุปกรณ์สนอร์เกิล ส่วนเหมาเรือทั้งลำเริ่มราว ฿2,500–3,500 ต่อวันแล้วแต่จุดและจำนวนคน
- เช็กสภาพอากาศก่อนออกเรือ — ทะเลแถบนี้คลื่นลมเปลี่ยนเร็ว ถ้าวันไหนคลื่นแรงคนเรืออาจงดออกหรือเปลี่ยนจุด เพื่อความปลอดภัยอย่าฝืน ฟังคนเรือท้องถิ่น
- ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้ง — แม้ว่ายน้ำเป็น จุดดำน้ำบางที่กระแสน้ำแรง ใส่ชูชีพและอยู่ในกลุ่มไว้ปลอดภัยกว่า
- หมู่เกาะอาดัง-ราวีปิดช่วงมรสุม — เขตอาดัง-ราวีของอุทยานปิดราว 16 พ.ค.–14 ต.ค. ทุกปีเพราะคลื่นลมแรง ช่วงนั้นทริปดำน้ำหลายจุดจะงด ตัวหลีเป๊ะกับตะรุเตายังเข้าได้แต่ทะเลแรง
เที่ยวทะเลแบบไม่ทำร้ายแนวปะการัง
หลีเป๊ะสวยเพราะแนวปะการังยังดี ช่วยกันรักษาไว้ด้วยการไม่แตะ ไม่เหยียบ และไม่เก็บปะการังหรือหินกลับบ้าน เปลือกหอย-ก้อนหินสวย ๆ ปล่อยไว้ที่เดิม ใช้ครีมกันแดดแบบรีฟเฟรนด์ลีถ้ามี และเก็บขยะทุกชิ้นกลับมาทิ้งบนฝั่ง ของบางอย่างบนเกาะกำจัดยาก เอากลับติดตัวมาได้ก็ยิ่งดี เที่ยวให้เกาะยังสวยสำหรับคนรุ่นถัดไป
เรื่องต้องรู้ก่อนมา — ฤดูกาล ราคาของ และเงินสด
- ฤดูกาลเที่ยว — ไฮซีซันคือราวพฤศจิกายนถึงเมษายน ทะเลใส เรือวิ่งครบรอบ ส่วนมรสุมราวกลางพฤษภาคมถึงกลางตุลาคม ทะเลแรง ฝนชุก เรือลดรอบหรือหยุด ที่พักและร้านหลายแห่งปิด ใครจะมาช่วงนั้นต้องเช็กล่วงหน้าทั้งเรือและที่พัก
- ของบนเกาะแพงกว่าฝั่ง — น้ำ อาหาร น้ำมัน ทุกอย่างขนเรือมาหมด ราคาจึงสูงกว่าบนฝั่งพอควร เตรียมงบเผื่อ และซื้อของจำเป็นบางอย่างจากฝั่งมาก่อนได้
- เตรียมเงินสด — มีตู้ ATM บนเกาะแต่น้อยและคิวยาว บางจุดคิดค่าธรรมเนียมแพง ร้านเล็ก ๆ และค่าเรือหางยาวรับเงินสดเป็นหลัก ถอนเงินมาเผื่อจากฝั่งจะอุ่นใจกว่า
- ไฟฟ้าและสัญญาณ — บางที่พักใช้ไฟปั่นเป็นช่วงเวลา สัญญาณมือถือมีแต่ไม่เร็วทุกจุด ชาร์จแบตและสำรองไฟไว้ก่อนออกทริปเรือ
สรุปเลือกเส้นทางไหนดี
บินกรุงเทพ มาสะดวกสุด
บินรอบเช้าลงหาดใหญ่ ต่อรถตู้รวมตั๋วเรือถึงปากบารา ลงสปีดโบ๊ตถึงหลีเป๊ะช่วงบ่าย แพ็กเกจรถ+เรือเริ่มราว ฿650–950
พ่วงเที่ยวตรัง
ตั๋วบินเข้าตรังบางช่วงถูกกว่า ต่อรถมาปากบารา ระยะใกล้เคียงหาดใหญ่ พ่วงเที่ยวเมืองตรัง-เกาะมุกได้ในทริปเดียว
ข้ามจากลังกาวี
เที่ยวลังกาวีอยู่แล้วต่อเรือตรงเข้าหลีเป๊ะ มีด่าน ตม. บนเกาะ ได้แต้มสองประเทศ แต่วิ่งเฉพาะไฮซีซัน เตรียมพาสปอร์ต
พร้อมวางแผนเที่ยวเกาะหลีเป๊ะแล้ว ดูคู่มือเกาะและที่พักต่อได้เลย
ดูคู่มือเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ →