🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พอเรือสปีดโบ๊ตพาเราเข้าใกล้หลีเป๊ะ น้ำทะเลจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากน้ำเงินเข้มเป็นเขียวมรกตจนเห็นพื้นทรายข้างล่าง นั่นคือสัญญาณว่าเราเข้าเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตาแล้ว เกาะหลีเป๊ะที่เราตั้งใจมาพักผ่อนเป็นแค่เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในหมู่เกาะใหญ่ของอุทยานนี้ และการที่ทั้งย่านนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์มากว่าห้าสิบปี คือเหตุผลที่ทำให้ทะเลตรงนี้ยังใสและปะการังยังสมบูรณ์ ต่างจากหลายที่ที่เสื่อมไปตามการพัฒนา
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาคืออะไร
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาอยู่ในจังหวัดสตูล ทางใต้สุดของฝั่งอันดามัน ติดช่องแคบมะละกาและน่านน้ำมาเลเซีย จัดตั้งเมื่อ 19 เมษายน 2517 เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมหมู่เกาะราว 51 เกาะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผืนทะเล มีเกาะหลักอย่างตะรุเตา อาดัง ราวี หลีเป๊ะ กลาง และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกมาก ความสมบูรณ์ของที่นี่ได้รับการยอมรับจนถูกประกาศเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ตั้งแต่ปี 2527
พื้นที่อุทยานแบ่งคร่าว ๆ เป็นสองกลุ่มเกาะ คือกลุ่มเกาะตะรุเตาที่อยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่ (ขึ้นเรือจากท่าปากบารา) กับกลุ่มเกาะอาดัง–ราวีที่หลีเป๊ะอยู่ตรงนี้ อยู่ไกลออกไปกลางทะเล นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาหลีเป๊ะจะวนเที่ยวอยู่ในกลุ่มอาดัง–ราวีเป็นหลัก เพราะอยู่ใกล้และน้ำใสที่สุด ส่วนเกาะตะรุเตาเองอยู่คนละมุมและเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์-ธรรมชาติมากกว่าทะเลใส
อยากเที่ยว เกาะหลีเป๊ะ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
เกาะไหนบ้างที่อยู่ในเขตตะรุเตา
เกาะที่คนมาหลีเป๊ะมักได้ไปเที่ยวหรือได้ยินชื่อ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานทั้งหมด หมายความว่าทุกครั้งที่ไปเหยียบเกาะหรือดำน้ำตามจุดเหล่านี้ คือกำลังอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ต้องเสียค่าเข้าอุทยานและทำตามกติกาของอุทยาน
- เกาะหลีเป๊ะ — เกาะที่มีที่พักและร้านค้า เป็นฐานหลักของนักท่องเที่ยว อยู่ในเขตอุทยานเช่นกัน
- เกาะอาดัง — เกาะใหญ่อันดับสองของอุทยาน ตรงข้ามหลีเป๊ะ มีจุดชมวิวผาชะโดและที่ทำการอุทยานย่อย
- เกาะราวี — เกาะใหญ่คู่กับอาดัง มีหาดทรายขาวเงียบ ๆ และจุดดำน้ำตื้น
- เกาะหินงาม — เกาะหาดหินกลมมันวาวทั้งเกาะ มีตำนานคำสาบห้ามนำหินกลับ
- ร่องน้ำจาบัง — กองหินกลางทะเลที่มีปะการังอ่อนสีสดเป็นไฮไลต์ดำน้ำตื้น
- เกาะยาง เกาะหินซ้อน เกาะดง — จุดดำน้ำตื้นรอบ ๆ ที่ทัวร์มักพาแวะ
- เกาะตะรุเตา — เกาะใหญ่ที่สุดและเป็นชื่ออุทยาน อยู่ฝั่งใกล้แผ่นดินใหญ่ มีประวัติเรือนจำเก่า
เข้าใจง่าย ๆ
พูดสั้น ๆ คือ เกือบทุกที่ที่ทัวร์ดำน้ำหลีเป๊ะพาไป รวมถึงตัวหลีเป๊ะเอง อยู่ในเขตอุทยานตะรุเตาทั้งหมด ค่าทัวร์ที่จ่ายมักยังไม่รวมค่าเข้าอุทยาน ต้องเตรียมเงินส่วนนี้แยกไว้
ทำไมน้ำถึงใสและปะการังถึงสมบูรณ์
หลายคนถามว่าทำไมทะเลแถบหลีเป๊ะถึงใสกว่าหลายเกาะ คำตอบส่วนหนึ่งคือที่ตั้ง เกาะกลุ่มนี้อยู่ไกลจากแผ่นดินใหญ่และปากแม่น้ำ น้ำเลยไม่ขุ่นจากตะกอน อีกส่วนคือการเป็นเขตอุทยานมากว่าห้าสิบปี ที่ช่วยคุมการก่อสร้าง การประมง และกิจกรรมที่ทำลายแนวปะการัง ปะการังหลายจุดรอบอาดัง ราวี และร่องน้ำจาบังจึงยังมีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนสีสดให้เห็นตื้น ๆ จากผิวน้ำ
แต่ความสมบูรณ์นี้ก็เปราะบาง ปะการังโตช้ามาก ใช้เวลาหลายปีกว่าจะขึ้นมาแค่นิดเดียว แค่ครีบฟินเตะโดน หรือยืนเหยียบครั้งเดียวก็หักได้ในพริบตา ช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ ๆ แนวปะการังหน้าหลีเป๊ะบางจุดก็เริ่มเสื่อมจากการเหยียบและครีมกันแดด สิ่งที่ทำให้ที่นี่สวยอยู่ได้ จึงไม่ใช่แค่กฎอุทยาน แต่เป็นวิธีที่เราแต่ละคนเที่ยวด้วย
ค่าเข้าอุทยานตะรุเตาเท่าไร
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานเหมือนอุทยานทางทะเลทั่วไป ราคาปัจจุบันอยู่ที่คนไทยผู้ใหญ่ราว 40 บาท เด็กราว 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ราว 200 บาท เด็กราว 100 บาท โดยทั่วไปตั๋วใช้ได้ภายในวันเดียวหรือช่วงระยะเวลาที่อุทยานกำหนด อัตรานี้อาจปรับได้ ควรเช็กกับจุดเก็บค่าธรรมเนียมหน้างานอีกครั้ง
เงินค่าเข้าตรงนี้ไม่ใช่ค่าผ่านทางเปล่า ๆ แต่เป็นงบที่อุทยานเอาไปดูแลพื้นที่ ทั้งเก็บขยะตามเกาะ ดูแลแนวปะการัง วางทุ่นจอดเรือเพื่อไม่ให้สมอเรือไปทำลายปะการัง และจ้างเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน การจ่ายค่าเข้าจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาทะเลที่เรามาเที่ยวให้อยู่ต่อไป มองมุมนี้แล้วราคานี้ถือว่าคุ้มมาก
- คนไทย ผู้ใหญ่ ~40 บาท · เด็ก ~20 บาท
- ต่างชาติ ผู้ใหญ่ ~200 บาท · เด็ก ~100 บาท
- ค่าทัวร์ดำน้ำ ส่วนใหญ่ยังไม่รวมค่าเข้าอุทยาน เตรียมเงินสดแยกไว้
- บนเกาะไม่มี ATM พกเงินสดไปให้พอทั้งค่าอุทยาน ค่าเรือ และค่ากิน
honesty เรื่องเงินสด
หลีเป๊ะไม่มีตู้ ATM และหลายร้านรับแต่เงินสด ของบนเกาะราคาสูงกว่าฝั่งแผ่นดินใหญ่อยู่แล้วเพราะต้องขนข้ามทะเล ควรกดเงินสดมาให้พอตั้งแต่ฝั่งปากบาราหรือหาดใหญ่ เผื่อค่าเข้าอุทยาน ค่าทัวร์ ค่าเรือ และค่ากินตลอดทริป
เที่ยวยังไงให้ช่วยรักษาธรรมชาติ
ตะรุเตาสวยได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีกติกาและคนที่ช่วยกันดูแล เราในฐานะนักท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ระหว่างดำน้ำและเดินเที่ยว ทำตามนี้แล้วทะเลยังอยู่ให้รุ่นต่อไปได้เที่ยว
- ห้ามแตะ เหยียบ หรือเก็บปะการังและก้อนหิน ปะการังโตช้ามาก หักง่าย และที่เกาะหินงามมีกฎห้ามนำหินออกจากเกาะเด็ดขาด
- ไม่ให้อาหารปลาและสัตว์ การให้อาหารทำให้ระบบนิเวศเสีย ปลาจะแย่งกันและพฤติกรรมเปลี่ยน
- เก็บขยะกลับมาทิ้งบนหลีเป๊ะ เกาะเล็ก ๆ และจุดดำน้ำหลายที่ไม่มีถังขยะ ขยะทุกชิ้นต้องเก็บใส่กระเป๋ากลับ
- ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับแนวปะการัง (reef-safe) สารบางตัวในครีมกันแดดทั่วไปทำร้ายปะการัง ใส่เสื้อกันแดดแทนได้ยิ่งดี
- อย่ายืนหรือเตะครีบโดนพื้นทรายและปะการัง ลอยตัวนิ่ง ๆ ดูจะปลอดภัยกับทั้งตัวเราและแนวปะการัง
- เคารพทุ่นจอดเรือและเขตห้ามเข้า อุทยานวางทุ่นและกำหนดเขตไว้เพื่อปกป้องจุดเปราะบาง
เกาะตะรุเตา — เกาะที่ตั้งชื่ออุทยาน
หลายคนไม่รู้ว่าเกาะตะรุเตาที่เป็นชื่ออุทยาน ไม่ใช่เกาะเดียวกับหลีเป๊ะ และอยู่คนละมุม เกาะตะรุเตาเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยาน อยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่ ขึ้นเรือจากท่าปากบาราใช้เวลาไม่นาน เกาะนี้มีประวัติเป็นเรือนจำและนิคมนักโทษการเมืองสมัยก่อนสงครามโลก ช่วงสงครามขาดแคลนเสบียงจนเคยมีเรื่องโจรสลัด จนกลายเป็นตำนานเล่าขานของเกาะ
ตัวเกาะตะรุเตาเน้นธรรมชาติและประวัติศาสตร์ มีน้ำตก ถ้ำ ป่าชายเลน จุดชมวิว และซากเรือนจำเก่าให้เดินดู เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวเชิงเรียนรู้มากกว่าหาดทรายขาวน้ำใส ถ้าใครมีเวลาและสนใจประวัติศาสตร์ สามารถแยกทริปไปตะรุเตาต่างหากจากหลีเป๊ะได้ แต่ส่วนใหญ่คนที่มาพักหลีเป๊ะมักไม่ได้ไปถึงเกาะนี้เพราะอยู่ไกลกันพอสมควร
ฤดูเปิด-ปิด ของอุทยาน
เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนวางแผน คือกลุ่มเกาะอาดัง–ราวี ที่หลีเป๊ะอยู่ มีช่วงปิดฤดูท่องเที่ยวประมาณ 16 พฤษภาคม ถึง 15 พฤศจิกายน ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม ทะเลแรง คลื่นสูง เรือสปีดโบ๊ตข้ามฟากหลายเจ้าหยุดวิ่ง ที่พักและร้านบนหลีเป๊ะหลายแห่งปิด และอุทยานปิดจุดดำน้ำกับเกาะในเขตเพื่อความปลอดภัยและให้ธรรมชาติได้พักฟื้น
ช่วงที่เที่ยวได้สวยและปลอดภัยที่สุดคือหน้าแล้ง ประมาณกลางพฤศจิกายนถึงกลางพฤษภาคม น้ำใส คลื่นสงบ เรือวิ่งครบ ถ้าเล็งช่วงไฮซีซั่นจริง ๆ คือธันวาคมถึงเมษายน แต่คนจะเยอะและที่พักแพงกว่า ใครรับความเสี่ยงได้ช่วงต้นหรือปลายฤดูจะเจอคนน้อยกว่าและราคาถูกลง
honesty เรื่องอากาศและความปลอดภัย
แม้ในหน้าเปิด บางวันทะเลก็แรงได้ ก่อนลงเรือหรือออกทัวร์ดำน้ำทุกครั้งควรเช็กสภาพอากาศและคลื่นของวันนั้น ถ้าผู้ประกอบการเรือหรืออุทยานแจ้งว่าทะเลแรงให้งดออก ก็ควรฟัง อย่าฝืน ความปลอดภัยมาก่อนรูปสวย ๆ เสมอ
วิธีไปและจุดเข้าอุทยานจากหลีเป๊ะ
ถ้าตั้งต้นจากแผ่นดินใหญ่ ส่วนใหญ่ขึ้นเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล มาหลีเป๊ะใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง บางเส้นทางมาจากท่าเรือตำมะลังหรือต่อจากเกาะลังกาวีของมาเลเซียก็ได้ พอถึงหลีเป๊ะ เรือจะจอดที่ทุ่นหน้าหาดพัทยา แล้วต่อเรือหางยาวเข้าฝั่ง จุดนี้มักเป็นที่ที่ต้องจ่ายค่าเข้าอุทยานและค่าธรรมเนียมหาดพัทยา
เมื่ออยู่บนหลีเป๊ะแล้ว การไปเที่ยวเกาะอื่นในเขตอย่างอาดัง ราวี หินงาม หรือร่องน้ำจาบัง ทำได้สองแบบ คือเหมาเรือหางยาวเลือกแวะเองตามจุดที่อยากไป กับลงทัวร์ดำน้ำตื้นแบบโปรแกรมที่จัดไว้เป็นโซน (โซนใน-โซนนอก) ทัวร์จะสะดวกกว่าและคุ้มกว่าถ้าไปคนเดียวหรือสองคน ส่วนเหมาเรือเหมาะกับกลุ่มที่อยากกำหนดเวลาเอง
- เรือสปีดโบ๊ตจากปากบารา มาหลีเป๊ะ ~1.5 ชั่วโมง · หน้าเปิดวิ่งหลายรอบต่อวัน
- เข้าหลีเป๊ะผ่านหาดพัทยา ต่อเรือหางยาวจากทุ่นเข้าฝั่ง · จุดจ่ายค่าอุทยานมักอยู่ตรงนี้
- ทัวร์ดำน้ำตื้นโซนใน/โซนนอก ราคาต่อคนคุ้มกว่าเหมาเรือสำหรับ 1–2 คน
- เหมาเรือหางยาว เลือกเกาะและเวลาเองได้ เหมาะกลุ่มหลายคน
ทริปตัวอย่าง — เที่ยวเกาะในเขตตะรุเตาจากหลีเป๊ะ
ทัวร์ดำน้ำตื้นโซนใน
ขึ้นเกาะอาดัง ชมวิวมุมสูง
พักทะเล + ตลาดเช้า
วางแผนเที่ยวหลีเป๊ะให้ครบ ทั้งที่พัก หาด และทริปดำน้ำในเขตอุทยาน
ดูคู่มือเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ →