หน้าแรก จุดหมาย กระบี่ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยกระบี่กระบี่–ภูเก็ต 4 วัน 3 คืน เลาะอันดามันสองเมืองทะเล
🛶 แพลนข้ามจังหวัด

กระบี่–ภูเก็ต 4 วัน 3 คืน
เลาะอันดามันสองเมืองทะเล

ทริปอันดามันที่หลายคนอยากได้ คือเก็บได้ทั้ง กระบี่ กับ ภูเก็ต ในรอบเดียว สองเมืองนี้อยู่ห่างกันแค่ข้ามอ่าว ทำเป็นทริปต่อเนื่องได้สบาย ไม่ต้องบินสองรอบ แพลนนี้จัดให้สองคืนแรกอยู่ฝั่งกระบี่เก็บหินผาทะเลใส อ่าวนาง ไร่เลย์ ทะเลแหวก แล้วค่อย นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปภูเก็ต เก็บเมืองเก่าชิโน-โปรตุกีส หาดฝั่งตะวันตก กับพระใหญ่ เราเขียนแบบลงเวลาจริง ราคาตั๋วจริง และบอกวิธีข้ามจังหวัดที่ทำตามได้ ไม่ใช่แค่ลิสต์ชื่อสถานที่

🛶 อ่าวนาง + ไร่เลย์ + ทะเลแหวก⛴️ เฟอร์รี่ข้ามจังหวัด🏝️ ภูเก็ตเมืองเก่า + หาดฝั่งตะวันตก
กระบี่–ภูเก็ต 4 วัน 3 คืน เลาะอันดามันสองเมืองทะเล

🔄 อัปเดตล่าสุด 4 มิ.ย. 2026

กระบี่กับภูเก็ตเป็นเมืองทะเลอันดามันที่อยู่คนละฝั่งอ่าวพังงา หน้าตาคนละแบบ กระบี่เด่นที่หินปูนผาสูงกับทะเลใสเงียบ ๆ ส่วนภูเก็ตเป็นเกาะใหญ่ที่มีทั้งหาด เมืองเก่า และชีวิตกลางคืน เอามารวมเป็นทริปเดียวจึงได้บรรยากาศที่ต่างกันชัด หัวใจของแพลนนี้คือ วางสองคืนแรกที่กระบี่ฝั่งอ่าวนาง เพราะเป็นจุดตั้งต้นของเรือเฟอร์รี่ข้ามไปภูเก็ตพอดี ไม่ต้องย้อนเข้าเมืองกระบี่ให้เสียเวลา

เรื่องลำดับเมือง เราเลือกเริ่มที่กระบี่ก่อนแล้วจบที่ภูเก็ต เพราะภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติเที่ยวบินเยอะ บินกลับสะดวกกว่า ถ้าตั๋วเครื่องบินคุณลงกระบี่และกลับภูเก็ต (หรือสลับกัน) แพลนนี้ปรับกลับด้านได้เลย เพราะเฟอร์รี่วิ่งสองทางทุกวัน

ภาพรวมทริปและที่พักแต่ละคืน

  • คืน 1–2 — อ่าวนาง กระบี่ เป็นย่านที่พักหลักของกระบี่ มีหาด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และเป็นจุดลงเรือไปไร่เลย์/ทะเลแหวก รวมถึงเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามไปภูเก็ต
  • คืน 3 — ภูเก็ตเมืองเก่า เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นถ่ายรูปตึกชิโน-โปรตุกีส กินของพื้นเมือง และอยู่ใกล้ถนนคนเดินวันอาทิตย์
  • คืน 4 (ถ้าต่อ) — ฝั่งหาดป่าตอง/กะรน/กะตะ ถ้าอยากปิดทริปด้วยหาดและชีวิตกลางคืน ให้ย้ายมานอนฝั่งตะวันตกคืนสุดท้าย แต่ถ้าทริปแค่ 3 คืน นอนเมืองเก่าต่อแล้วเที่ยวหาดแบบไป-กลับก็ได้

เลือกฤดูให้ดี

ฝั่งอันดามันหน้าน้ำใสคือราว พฤศจิกายน–เมษายน ทะเลเรียบ เรือออกครบ ส่วนช่วง พฤษภาคม–ตุลาคม เป็นหน้าฝนมรสุม คลื่นแรง เรือเฟอร์รี่และทัวร์เกาะอาจงดวิ่งบางวัน ถ้ามาหน้าฝนให้เผื่อแผนสำรองและเช็กสภาพอากาศกับท่าเรือก่อนเสมอ

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว กระบี่ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม กระบี่ ทั้งหมด (Klook)

วันแรก — ถึงกระบี่ เก็บอ่าวนาง วัดถ้ำเสือ

วันที่ 1

กระบี่ฝั่งบก + อ่าวนางตอนเย็น

10:00
ถึงสนามบินกระบี่ เข้าที่พักย่านอ่าวนางจากสนามบินกระบี่ (KBV) ไปอ่าวนางราว 30–40 นาที มีรถตู้/รถแอร์พอร์ตและแท็กซี่ ค่ารถตู้ร่วมเริ่มราว 150–200 บาท/คน เหมารถส่วนตัวราว 600–800 บาท เก็บของแล้วออกเที่ยวต่อได้เลย
11:30
แวะวัดถ้ำเสือ (วัดถ้ำเสือ เขาแก้ว)อยู่นอกเมืองกระบี่ ทางไป-กลับอ่าวนางราว 40 นาที จุดเด่นคือบันได 1,237 ขั้นขึ้นยอดเขาชมวิวรอบทิศ ขึ้นช้า ๆ พักเป็นช่วง ใช้เวลาขึ้น-ลงราว 1.5–2 ชั่วโมง ฟรีค่าเข้า แต่งกายสุภาพ ระวังลิงแย่งของ ใครไม่ไหวบันไดให้ไหว้พระด้านล่างก็ได้
14:00
กินเที่ยงร้านพื้นเมืองในเมืองกระบี่ หรือกลับอ่าวนางถ้าผ่านเมืองกระบี่ แวะกินข้าวแกงใต้หรือขนมจีนน้ำยาปูเป็นมื้อกลางวันได้ รสจัดแบบใต้แท้ ราคาเริ่มจานละ 50–80 บาท แล้วค่อยกลับเข้าอ่าวนาง
16:30
เดินเล่นหาดอ่าวนาง ดูพระอาทิตย์ตกหาดอ่าวนางมองออกไปเห็นเกาะหินปูนเรียงราย ช่วงเย็นแดดอ่อนเหมาะเดินเล่น ถ่ายรูป มีร้านนวดเท้าริมหาดและคาเฟ่ให้นั่งพัก
18:30
กินเย็นซีฟู้ดถนนอ่าวนางถนนเลียบหาดอ่าวนางมีร้านซีฟู้ดและร้านอาหารไทย-ฝรั่งเรียงยาว ปูม้า กุ้ง ปลาเก๋านึ่งมะนาว ราคาเริ่มจานละ 150–400 บาท เลือกร้านที่คนนั่งเยอะและมีปลาสดโชว์หน้าร้าน

วันที่สอง — ไร่เลย์ ถ้ำพระนาง ทะเลแหวกครึ่งวัน

วันนี้คือไฮไลต์ทะเลของฝั่งกระบี่ ตอนเช้าไป ไร่เลย์–ถ้ำพระนาง ที่เข้าถึงได้ด้วยเรือหางยาวเท่านั้น (ไม่มีถนนเชื่อม) แล้วบ่ายต่อด้วยทัวร์ ทะเลแหวก 4 เกาะ สันทรายที่โผล่ตอนน้ำลงให้เดินเชื่อมเกาะได้ ใครไม่อยากเหนื่อยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ

วันที่ 2

ไร่เลย์เช้า + ทะเลแหวกบ่าย

08:30
นั่งเรือหางยาวจากอ่าวนางไปไร่เลย์เรือหางยาวออกจากหาดอ่าวนางไปไร่เลย์ตะวันตก ค่าโดยสารราว 100–150 บาท/คน (เรือออกเมื่อคนครบ 6–8 คน) นั่งราว 10–15 นาที ทะเลใสเห็นผาหินปูนตั้งตระหง่าน
09:00
เดินไปหาดถ้ำพระนาง (Phra Nang Cave Beach)จากไร่เลย์ตะวันตกเดินข้ามคอคอดราว 10 นาทีถึงหาดถ้ำพระนาง หาดทรายขาวใต้ผาสูง น้ำใส มีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ฝั่งหาด ฟรีค่าเข้า เป็นหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดของไทย ระวังลิงและของมีค่า
10:30
เดินขึ้นจุดชมวิวไร่เลย์ หรือเล่นน้ำใครแรงดีลองเดินขึ้นจุดชมวิวไร่เลย์ (Railay Viewpoint) ทางชันลื่น ใส่รองเท้าผ้าใบ ใช้เวลาขึ้นราว 20–30 นาที ส่วนทางต่อไปสระมรกต (Princess Lagoon) ชันและยากกว่า ไม่เหมาะเด็กหรือคนกลัวที่สูง ใครไม่ไหวเล่นน้ำหาดไร่เลย์ตะวันตกแทนได้
12:00
กินเที่ยงที่ไร่เลย์ แล้วนั่งเรือกลับอ่าวนางไร่เลย์มีร้านอาหารและคาเฟ่ริมหาด ราคาสูงกว่าฝั่งบกเล็กน้อยเพราะขนของมาทางเรือ กินอิ่มแล้วนั่งเรือหางยาวกลับอ่าวนางเตรียมต่อทัวร์บ่าย
13:30
ลงทัวร์ทะเลแหวก 4 เกาะ (รอบบ่าย)ทัวร์ 4 เกาะ (เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ ทะเลแหวก) มีทั้งรอบเช้าและบ่าย เลือกรอบบ่ายเพื่อไม่ชนกับไร่เลย์ตอนเช้า ราคาเรือหางยาวร่วมราว 400–600 บาท/คน สปีดโบ๊ตราว 900–1,200 บาท บวกค่าธรรมเนียมอุทยานต่างหาก ดูตารางน้ำลงเพื่อเห็นสันทรายชัด
17:30
กลับอ่าวนาง พักผ่อน กินเย็นเดินทะเลมาทั้งวันเหนื่อยและโดนแดด พักล้างตัวแล้วหาของกินเบา ๆ เก็บแรงไว้พรุ่งนี้ข้ามจังหวัด

จองทัวร์เกาะกับเจ้าที่น่าเชื่อถือ

ทัวร์เกาะของกระบี่มีหลายเจ้า ราคาต่างกันตามชนิดเรือและจำนวนเกาะ เลือกเจ้าที่มีเสื้อชูชีพให้ครบ บอกชัดว่ารวม/ไม่รวมค่าธรรมเนียมอุทยานและอาหาร และอย่าลงเรือถ้าทะเลคลื่นแรงผิดปกติ ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ

วันที่สาม — ข้ามจังหวัดกระบี่ไปภูเก็ต เดินเมืองเก่า

วันนี้คือวันเปลี่ยนเมือง มีสองทางหลักให้เลือก คือ เรือเฟอร์รี่ (ได้บรรยากาศทะเล วิวเกาะระหว่างทาง) กับ รถตู้/รถข้ามฝั่งบก (เร็วและตรงเวลากว่า ไม่ขึ้นกับคลื่น) เราเลือกเฟอร์รี่เป็นแผนหลักเพราะเข้ากับธีมเลาะทะเล แต่บอกทางเลือกรถไว้ให้ด้วย

แผนหลัก · ทะเล

เฟอร์รี่ อ่าวนาง → ท่าเรือรัษฎา ภูเก็ต

เรือออกจากหาดอ่าวนางช่วงราวบ่ายสาม แวะไร่เลย์ แล้วข้ามอ่าวพังงาถึงท่าเรือรัษฎาภูเก็ตราวเย็น ใช้เวลาราว 2–2.5 ชั่วโมง ค่าตั๋วราว 800–900 บาท/คน ได้วิววิวเกาะกลางทะเลระหว่างทาง เหมาะหน้าน้ำใส

ทางเลือก · บก

รถตู้/รถข้ามฝั่งบก กระบี่ → ภูเก็ต

วิ่งหลายรอบต่อวัน ใช้เวลาราว 2.5–3 ชั่วโมงผ่านสะพานสารสิน ค่าตั๋วเริ่มราว 250–550 บาท/คน เร็วและไม่ขึ้นกับคลื่น เหมาะหน้าฝนหรือคนเมาเรือ ส่งได้ถึงป่าตอง/เมืองเก่าตามจุดที่จอง

วันที่ 3

ข้ามไปภูเก็ต + ภูเก็ตเมืองเก่า

09:00
กินเช้าสบาย ๆ เก็บกระเป๋า เช็กเอาต์ถ้าใช้เฟอร์รี่บ่าย ยังมีเวลาช่วงเช้าเดินเล่นหาดอ่าวนางหรือนั่งคาเฟ่ก่อน ฝากกระเป๋าไว้กับที่พักได้ ถ้าใช้รถตู้รอบเช้าให้เผื่อเวลาออกตามที่จอง
15:00
ลงเรือเฟอร์รี่ที่หาดอ่าวนาง ข้ามอ่าวพังงาไปถึงจุดลงเรือก่อนเวลาราว 30–45 นาที ตามที่ผู้ให้บริการนัด เรือแวะไร่เลย์ก่อนข้ามอ่าว เตรียมครีมกันแดด หมวก และถุงกันน้ำสำหรับมือถือ คนเมาเรือพกยาไว้
17:30
ถึงท่าเรือรัษฎา ภูเก็ต ต่อรถเข้าเมืองเก่าจากท่าเรือรัษฎาเข้าตัวเมืองภูเก็ต (ย่านเมืองเก่า) ราว 10–15 นาที มีแท็กซี่/รถรับจ้างหน้าท่า ค่ารถราว 150–300 บาท เช็กอินที่พักย่านเมืองเก่าแล้วออกเดินเล่นต่อ
18:30
เดินถนนถลาง–ซอยรมณีย์ ภูเก็ตเมืองเก่าถนนถลาง (Thalang Road) คือหัวใจเมืองเก่า ตึกชิโน-โปรตุกีสสีพาสเทล ร้านคาเฟ่ ร้านของที่ระลึก แวะซอยรมณีย์ (Soi Romanee) ที่เคยถูกจัดเป็นถนนสวย ถ่ายรูปได้ทั้งเส้น ตอนค่ำไฟสวย เดินสบาย
19:30
กินเย็นของพื้นเมืองภูเก็ต — หมี่ฮกเกี้ยนลองหมี่ฮกเกี้ยนผัด เส้นเหลืองผัดกับซีฟู้ดและหมูในน้ำข้น ร้านเก่าแก่อย่างมี่ต้นโพธิ์ (Mee Ton Poe) แถววงเวียนหอนาฬิกาทำมาตั้งแต่ยุค 1940s ราคาเริ่มจานละ 60–120 บาท ตามด้วยโอ๊ะเอ๋วหรือขนมพื้นเมืองปิดท้าย

ถ้าทริปตรงวันอาทิตย์

ภูเก็ตเมืองเก่ามีถนนคนเดินวันอาทิตย์ (Lard Yai) บนถนนถลาง เปิดเย็นถึงค่ำเฉพาะวันอาทิตย์ มีของกินพื้นเมือง ของแฮนด์เมด และดนตรีสด ถ้าคืนที่นอนเมืองเก่าตรงกับวันอาทิตย์ จัดให้คืนนั้นเป็นไฮไลต์ได้เลย

ของกินพื้นเมืองภูเก็ตที่ควรลอง

ภูเก็ตเป็นเมืองอาหารที่ได้รสจีนฮกเกี้ยนผสมใต้ จานพื้นเมืองหลายอย่างหากินได้เฉพาะที่นี่ เราคัดมาให้ตามที่คนพูดถึงและร้านเก่าแก่ที่ยังเปิดอยู่ จัดลำดับตามความเป็นเอกลักษณ์ของจาน ไม่ได้แปลว่าอันดับท้ายไม่อร่อย

1

หมี่ฮกเกี้ยน (Hokkien Mee)

เส้นผัด · เปิดเช้า–บ่าย

เส้นหมี่เหลืองผัดกับซีฟู้ด หมู และผักในน้ำข้น ๆ รสจีนฮกเกี้ยนที่คนภูเก็ตทำกันมาหลายรุ่น ร้านเด่นคือมี่ต้นโพธิ์แถววงเวียนหอนาฬิกา เปิดมาตั้งแต่ยุค 1940s

พื้นเมืองภูเก็ตต้องลอง
฿60–120
2

หมูฮ้อง

กับข้าว · ร้านพื้นเมือง

หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วเครื่องพะโล้แบบฮกเกี้ยน เนื้อนุ่มเปื่อย รสหวานเค็มกลมกล่อม กินกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นกับข้าวพื้นเมืองที่ร้านข้าวต้มและร้านอาหารเก่าทำกัน

พื้นเมืองภูเก็ต
฿80–150
3

โอ๊ะเอ๋ว (O-Aew)

ของหวาน

ของหวานเย็นเฉพาะถิ่นภูเก็ต วุ้นจากเมล็ดกล้วยและเฉาก๊วยราดน้ำแดงน้ำแข็งใส กินคลายร้อนหลังเดินเมืองเก่า หาได้ตามร้านเก่าในย่านถนนถลาง

ของหวานถิ่นเดียว
฿30–50
4

ติ่มซำเช้าภูเก็ต

มื้อเช้า

วัฒนธรรมกินติ่มซำมื้อเช้าแบบฮกเกี้ยน ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา กินคู่ชาร้อน ร้านติ่มซำเช้าในเมืองเปิดแต่เช้ามืดและคนพื้นที่ไปกันจริง

มื้อเช้าอาหารจีน
฿15–40/เข่ง
5

โรตี–ชาชัก

มื้อเช้า/ของว่าง

โรตีกรอบนอกนุ่มในกับชาชักร้อน ๆ ได้อิทธิพลมุสลิมใต้ หากินได้ตามร้านเช้าและร้านน้ำชาในเมือง เป็นมื้อเช้าเบา ๆ ก่อนออกเที่ยว

มื้อเช้า
฿20–60
6

น้ำชุบหยำ / อาหารใต้รสจัด

สำรับใต้

น้ำพริกคลุกผักสดแบบใต้ กินกับข้าวสวยและของทอด รสจัดเผ็ดเปรี้ยว เป็นสำรับพื้นบ้านที่ร้านข้าวแกงใต้ในเมืองมีให้ลอง

อาหารใต้
฿50–100

วันที่สี่ — หาดฝั่งตะวันตก พระใหญ่ จุดชมวิว

วันสุดท้ายเก็บภาพจำของภูเก็ตให้ครบ คือ หาดฝั่งตะวันตก (ป่าตอง กะรน กะตะ) พระใหญ่ บนเขานาคเกิด และ จุดชมวิวกะรน ที่เห็นสามหาดในมุมเดียว ถ้าเครื่องบินกลับช่วงค่ำ ทำได้สบายในหนึ่งวัน ใครบินเช้าให้ตัดให้เหลือ 1–2 จุดใกล้สนามบิน

วันที่ 4

พระใหญ่ + จุดชมวิว + หาด

09:00
ขึ้นพระใหญ่ภูเก็ต (Big Buddha) เขานาคเกิดเปิด 09:00–18:00 (เข้าได้ถึง 17:30) ฟรีค่าเข้า องค์พระหินอ่อนขาวบนยอดเขา มองเห็นอ่าวฉลอง หาดกะตะ–กะรนรอบทิศ แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า มีผ้าให้ยืมหน้างาน จอดรถฟรี (เคยปิดปรับปรุงบางช่วง เช็กสถานะก่อนไปอีกที)
11:00
แวะวัดฉลอง (Wat Chalong)วัดคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต อยู่ไม่ไกลจากทางลงพระใหญ่ พระมหาธาตุเจดีย์สวยงาม ฟรีค่าเข้า แต่งกายสุภาพ ใช้เวลาราว 30–45 นาที
12:30
กินเที่ยงแถวกะตะ/กะรนขับลงฝั่งตะวันตกมาแถวหาดกะตะ–กะรน มีร้านอาหารทะเลและร้านวิวหาดให้เลือก กินอิ่มแล้วเตรียมขึ้นจุดชมวิว
14:00
จุดชมวิวกะรน (Karon Viewpoint) — เห็นสามหาดหรือที่เรียกเขาสามหาด มองเห็นหาดกะตะน้อย กะตะ และกะรนเรียงกันสวยมาก ฟรีค่าเข้า เปิดเช้าถึงเย็น จุดถ่ายรูปยอดนิยม จอดรถริมทางได้
15:30
ลงเล่นน้ำหาดกะตะหรือป่าตองหาดกะตะน้ำใสเงียบกว่า เหมาะเล่นน้ำ ส่วนป่าตองคึกคักร้านเยอะ ถ้าอยากปิดทริปแบบชิลเลือกกะตะ ถ้าอยากช้อป/ชีวิตกลางคืนเลือกป่าตอง
18:00
เก็บของฝาก แล้วไปสนามบินภูเก็ตสนามบินภูเก็ต (HKT) อยู่ทางเหนือของเกาะ จากฝั่งหาดตะวันตกถึงสนามบินราว 45–60 นาที เผื่อเวลารถติดช่วงเย็น แนะนำออกก่อนเวลาบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

เรื่องรถในภูเก็ต

ภูเก็ตขนส่งสาธารณะน้อยและจุดเที่ยวกระจาย ทางสะดวกสุดคือเช่ารถ/มอเตอร์ไซค์ (มีใบขับขี่สากลและขับระวัง) หรือเรียกแอปเรียกรถที่ใช้ได้ในภูเก็ต ส่วนแท็กซี่/รถรับจ้างราคาค่อนข้างสูงและควรตกลงราคาก่อน วางจุดเที่ยวฝั่งใต้ให้อยู่โซนเดียวกันจะประหยัดเวลาและค่ารถ

สรุปงบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน (4 วัน 3 คืน)

  • ข้ามจังหวัดกระบี่–ภูเก็ต — เฟอร์รี่ราว 800–900 บาท หรือรถตู้ 250–550 บาท บวกค่ารถต่อเข้าเมืองอีกราว 150–300 บาท
  • ทัวร์เกาะ/เรือหางยาว — ไร่เลย์เที่ยวละ 100–150 บาท, ทัวร์ทะเลแหวก 4 เกาะ 400–1,200 บาท ตามชนิดเรือ บวกค่าธรรมเนียมอุทยานต่างหาก
  • ค่าเข้าสถานที่ — วัดถ้ำเสือ พระใหญ่ วัดฉลอง จุดชมวิวกะรน หาดถ้ำพระนาง ส่วนใหญ่ฟรี เตรียมเงินทำบุญตามศรัทธา
  • ค่าอาหาร — มื้อพื้นเมือง/ข้าวแกงใต้ 50–120 บาท ซีฟู้ดริมหาด 150–400 บาท/จาน เผื่อราว 500–800 บาท/วัน
  • ที่พัก 3 คืน — เกสต์เฮาส์/โฮสเทลเริ่มหลักร้อย โรงแรมระดับกลางย่านอ่าวนาง/เมืองเก่าภูเก็ตหลักพันต้น ๆ ขึ้นไป จองล่วงหน้าช่วงไฮซีซัน

ดูที่พักทำเลดีสำหรับทริปนี้ — ใกล้หาดอ่าวนางและท่าเรือเฟอร์รี่

ดู Top 10 โรงแรมกระบี่ →

คำถามที่พบบ่อย

ไปกระบี่กับภูเก็ตในทริปเดียวคุ้มไหม ใช้กี่วันดี?

คุ้มมากเพราะสองเมืองอยู่ติดอ่าวเดียวกัน ข้ามถึงกันได้ในไม่กี่ชั่วโมง แนะนำอย่างน้อย 4 วัน 3 คืน คือสองคืนกระบี่ฝั่งอ่าวนางเก็บไร่เลย์–ทะเลแหวก แล้วข้ามไปภูเก็ตอีกหนึ่งถึงสองคืนเก็บเมืองเก่าและหาดฝั่งตะวันตก ถ้ามีเวลามากกว่านั้นเพิ่มทัวร์เกาะ (พีพี/เกาะลันตา) ได้อีก

จากกระบี่ไปภูเก็ตเดินทางยังไง นั่งเรือหรือนั่งรถดีกว่า?

มีสองทางหลัก เรือเฟอร์รี่ออกจากอ่าวนางช่วงบ่าย แวะไร่เลย์ แล้วข้ามอ่าวพังงาถึงท่าเรือรัษฎาภูเก็ตใช้เวลาราว 2–2.5 ชั่วโมง ค่าตั๋วราว 800–900 บาท ได้วิวทะเลแต่ขึ้นกับคลื่น อีกทางคือรถตู้/รถข้ามฝั่งบกผ่านสะพานสารสิน ใช้เวลาราว 2.5–3 ชั่วโมง ค่าตั๋ว 250–550 บาท เร็วและตรงเวลากว่า เหมาะหน้าฝนหรือคนเมาเรือ

เรือเฟอร์รี่กระบี่–ภูเก็ตวิ่งทุกวันไหม ออกกี่โมง?

หน้าไฮซีซัน (ราวพฤศจิกายน–เมษายน) มีเรือวิ่งทุกวัน เที่ยวจากอ่าวนางไปภูเก็ตมักออกช่วงราวบ่ายสาม ถึงท่าเรือรัษฎาราวเย็น ส่วนหน้าฝนมรสุมเรืออาจงดบางวันเพราะคลื่นแรง แนะนำจองล่วงหน้าและเช็กตารางกับผู้ให้บริการก่อนเดินทางทุกครั้ง เพราะเวลาออกปรับได้ตามฤดูและสภาพอากาศ

ควรเริ่มเที่ยวเมืองไหนก่อน กระบี่หรือภูเก็ต?

ขึ้นกับตั๋วเครื่องบิน แต่แพลนนี้เริ่มกระบี่ก่อนแล้วจบที่ภูเก็ต เพราะสนามบินภูเก็ตเที่ยวบินเยอะ บินกลับสะดวกกว่า ถ้าตั๋วคุณลงภูเก็ตและกลับกระบี่ ก็สลับลำดับได้เลย เพราะเฟอร์รี่และรถวิ่งสองทางทุกวัน

ไปช่วงไหนของปีดีที่สุดสำหรับทริปกระบี่–ภูเก็ต?

ฝั่งอันดามันสวยที่สุดช่วงราวพฤศจิกายน–เมษายน ทะเลเรียบ น้ำใส เรือและทัวร์เกาะออกครบ ส่วนพฤษภาคม–ตุลาคมเป็นหน้าฝนมรสุม คลื่นแรง เรือเฟอร์รี่และทัวร์เกาะอาจงดบางวัน ถ้ามาหน้าฝนให้เผื่อแผนบนบกและเลือกเดินทางข้ามจังหวัดด้วยรถแทนเรือ

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ