🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เรื่องแรกที่ควรเข้าใจก่อนวางแผน กระบี่อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน อากาศแบ่งชัดเป็นสองช่วงคือหน้าแล้ง (ราวพฤศจิกายน–เมษายน) ที่ทะเลนิ่งฟ้าใส กับหน้าฝน–มรสุม (ราวพฤษภาคม–ตุลาคม) ที่คลื่นลมแรงและฝนตกบ่อย เกาะที่อยากไปได้หรือไม่ ราคาที่พักถูกหรือแพง ขึ้นกับช่วงนี้เกือบทั้งหมด เลือกช่วงให้ตรงกับสไตล์ทริปก่อน เรื่องอื่นจะง่ายขึ้นมาก
เที่ยวกระบี่เดือนไหนดี
ช่วงที่ทะเลสวยและพร้อมที่สุดคือ พฤศจิกายน–มีนาคม ฟ้าใส คลื่นลมสงบ เกาะเปิดครบ เรือออกตามตารางแทบทุกวัน แต่นี่คือไฮซีซั่นที่คนเยอะและราคาที่พักแพงที่สุดของปี ส่วนใครรับแดดร้อนได้ เมษายน–ต้นพฤษภาคมทะเลยังนิ่งและคนเริ่มน้อยลง
พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ (ไฮซีซั่น · ดีสุด)
ช่วงทองของกระบี่ ฟ้าใส ทะเลนิ่ง ดำน้ำเห็นปะการังชัด เกาะเปิดครบทุกที่ เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปทะเลแบบชัวร์ ไม่ลุ้นฝน จุดเดียวที่ต้องยอมคือคนเยอะและราคาที่พักพุ่ง โดยเฉพาะปีใหม่และตรุษจีน ควรจองล่วงหน้าหลายเดือน
มีนาคม–ต้นพฤษภาคม (ร้อนแต่ทะเลยังนิ่ง)
ทะเลยังสงบ เกาะส่วนใหญ่ยังเปิด คนเริ่มบางตาหลังจบไฮซีซั่น ที่พักราคาลงมาบ้าง แลกกับอากาศร้อนจัดโดยเฉพาะเมษายน เตรียมกันแดดและน้ำดื่มให้พอ ช่วงสงกรานต์คนกลับมาแน่นอีกรอบสั้น ๆ
ตุลาคม (ปลายมรสุม · ลุ้นได้)
ปลายฝน มรสุมเริ่มอ่อนแรง บางสัปดาห์ฟ้าเปิดติดกันหลายวัน อุทยานทางทะเลฝั่งลันตาทยอยเปิดกลางเดือน ราคาที่พักยังถูก เป็นช่วงคุ้มสำหรับคนยอมเสี่ยงฝน ถ้าไปครึ่งหลังของเดือนโอกาสเจอวันสวยจะมากขึ้น
พฤษภาคม–กันยายน (มรสุมเต็มตัว · ระวัง)
หน้าฝนจริงจัง คลื่นลมแรง โดยเฉพาะกันยายนที่ฝนหนักสุด เกาะกลางทะเลหลายแห่งปิด เรือทัวร์อาจงดหรือเลื่อนบ่อย ข้อดีคือที่พักถูกสุดและคนน้อยมาก เหมาะกับคนเที่ยวเมือง คาเฟ่ น้ำตก บ่อน้ำพุร้อนมากกว่าเน้นทะเลเกาะนอก
บอกตรง ๆ เรื่องช่วงเวลา
ถ้าหัวใจของทริปคือนั่งเรือไปเกาะและดำน้ำดูปะการัง อย่าฝืนมาหน้ามรสุม เพราะทะเลขุ่นและเรืออาจถูกยกเลิกกะทันหัน แต่ถ้ามาเพื่อเที่ยวเมือง คาเฟ่ น้ำตก วัดถ้ำเสือ และบ่อน้ำพุร้อน หน้าฝนก็เที่ยวสนุกได้และประหยัดกว่ามาก ขอแค่เผื่อแผนสำรองไว้ในวันฝนตก
ฤดูมรสุม พ.ค.–ต.ค. เกาะไหนปิดบ้าง
นี่คือจุดที่หลายคนพลาด เพราะคิดว่ากระบี่เที่ยวเกาะได้ตลอดปี ความจริงคืออุทยานแห่งชาติทางทะเลบางแห่งมีประกาศ ปิดประจำปีช่วงมรสุม เพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูปะการัง ตัวที่ต้องจำคือกลุ่มเกาะในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
- เกาะรอกนอก–เกาะรอกใน เกาะห้า (Koh Haa) เกาะไหง กองหินแดง–หินม่วง — อยู่ในเขตอุทยานฯ หมู่เกาะลันตา ปิดประจำปีราว 16 พฤษภาคม–14 ตุลาคม ทุกปี ช่วงนี้ทัวร์เกาะรอก/เกาะห้าจะไม่ออก
- หมู่เกาะพีพี + อ่าวมาหยา — อยู่ในเขตอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี โดยหลักเปิดทั้งปี แต่ช่วงมรสุมเรือบางเที่ยวอาจงดเมื่อคลื่นแรง ส่วนอ่าวมาหยายังมีมาตรการจำกัดคนและบางช่วงปิดฟื้นฟูเป็นครั้งคราว เช็กก่อนทุกครั้ง
- หมู่เกาะห้อง (เกาะห้อง/เหลาบิเละ) — อยู่ในเขตอุทยานฯ ธารโบกขรณี โดยหลักเข้าได้ทั้งปี แต่หน้ามรสุมขึ้นกับสภาพคลื่นรายวัน ทะเลในลากูนสวยสุดช่วงหน้าแล้ง
- ทะเลแหวก เกาะปอดะ เกาะไก่ ไร่เลย์ — กลุ่มเกาะใกล้ฝั่งอ่าวนาง เที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่หน้าฝนทะเลขุ่นและคลื่นแรงกว่า ทัวร์อาจปรับเส้นทางตามน้ำขึ้น–น้ำลง
วันปิดเกาะอาจขยับ
วันที่ 16 พ.ค.–14 ต.ค. เป็นกรอบที่กรมอุทยานฯ ใช้มาต่อเนื่อง แต่บางปีอาจประกาศเลื่อนตามสภาพอากาศจริง ก่อนจองทัวร์เกาะรอก/เกาะห้าในช่วงต่อรอยฤดู (กลาง พ.ค. หรือกลาง ต.ค.) ให้ถามผู้จัดทัวร์หรือเช็กประกาศอุทยานฯ ล่าสุดอีกครั้ง อย่ายึดวันเป๊ะ ๆ
งบเที่ยวกระบี่ต่อวัน — ประมาณการจริง
งบขึ้นกับฤดูและสไตล์ทริปมาก โดยเฉพาะค่าที่พักที่หน้ามรสุมถูกกว่าหน้าไฮซีซั่นหลายเท่า ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อคนต่อวันปี 2026 (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินมากระบี่) คิดแบบเที่ยวจริง กินจริง
สายประหยัด (Backpacker)
นอนเกสต์เฮาส์/โฮสเทลในอ่าวนางหรือตัวเมือง กินร้านท้องถิ่นและตลาด ใช้รถสองแถว–เดิน เลือกทัวร์เกาะเรือหางยาวแบบจอยน์ เน้นที่เที่ยวฟรีอย่างหาด วัดถ้ำเสือ คุ้มสุดถ้ามาหน้าฝนเพราะที่พักถูก
สายสบายกำลังดี (Mid-range)
โรงแรม 3 ดาวมีสระในอ่าวนาง กินร้านนั่งสบายปนสตรีทฟู้ด ใช้แกร็บ/เหมารถบ้าง ทัวร์เกาะแบบจอยน์หรือสปีดโบ๊ต งบส่วนใหญ่หมดไปกับค่าทัวร์เกาะและที่พัก เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่ใช้จริง
สายสบายเต็มที่ (Comfort/Luxury)
รีสอร์ตติดหาดหรือวิวเขา เช่นแถบไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก กินร้านดี เหมาเรือส่วนตัวหรือทัวร์พรีเมียม ใช้รถส่วนตัวรับส่ง งบยืดได้อีกมากตามระดับรีสอร์ต ช่วงไฮซีซั่นราคาพุ่งสูง
- ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก เรือหางยาว — ราคาคนไทยราว 700 บาท เด็กราว 500 บาท (รวมประกัน เสื้อชูชีพ) สปีดโบ๊ตจะแพงกว่าราว 1,000–1,500 บาทขึ้นไป
- ที่พักอ่าวนางหน้ามรสุม — เกสต์เฮาส์เริ่มราว 400–500 บาท/คืน โรงแรมมีสระเริ่มราว 800–1,500 บาท/คืน หน้าไฮซีซั่นบวกขึ้นได้เท่าตัว
- ค่ารถสองแถวอ่าวนาง–ตัวเมือง — ราว 50–60 บาท/คน · เหมาแกร็บ/รถส่วนตัวแพงกว่าหลายเท่า เพราะรถในระบบมีน้อย
- ค่าเข้าอุทยานฯ ทางทะเล — คนไทยหลักสิบบาท ต่างชาติหลักร้อย แล้วแต่อุทยาน มักรวมในทัวร์อยู่แล้วแต่ควรถามให้ชัด
ความปลอดภัยทางน้ำ — สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงเรือ–ลงเล่นน้ำ
ทะเลกระบี่สวยแต่ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะหน้ามรสุมที่คลื่นลมแรงและกระแสน้ำเปลี่ยนเร็ว อุบัติเหตุทางน้ำส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทเล็ก ๆ ที่เลี่ยงได้ ไม่กี่ข้อนี้ช่วยให้ทริปทะเลปลอดภัยขึ้นมาก
- ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งบนเรือและตอนเล่นน้ำลึก — แม้ว่ายน้ำเป็น เพราะคลื่นและกระแสน้ำในทะเลเปิดต่างจากสระมาก ทัวร์ที่ดีจะมีเสื้อชูชีพให้ครบ ถ้าไม่มีถือเป็นสัญญาณอันตราย
- ดูธงเตือนและฟังไกด์ — ธงแดงคือห้ามลงเล่นน้ำ บางหาดมีกระแสน้ำดูด (rip current) ที่ดึงออกทะเล ถ้าโดนดึงอย่าฝืนว่ายทวน ให้ว่ายขนานชายฝั่งจนหลุดแล้วค่อยเข้าฝั่ง
- เลือกเรือเที่ยวเช้า — ทะเลมักนิ่งกว่าช่วงเช้า บ่ายลมแรงขึ้น โอกาสคลื่นสูงและเรือโคลงมากกว่า โดยเฉพาะหน้าฝน
- เช็กสภาพอากาศและยอมยกเลิกได้ — ถ้ากรมอุตุฯ ประกาศเตือนคลื่นลมแรงหรือทัวร์แจ้งงด อย่าฝืนหาเรือเถื่อนออกเอง ความปลอดภัยมาก่อนรูปสวย
- ปะการัง–หินลื่น — ใส่รองเท้าน้ำกันบาด อย่าเหยียบหรือจับปะการัง ทั้งอันตรายและผิดกฎอุทยาน
- เล่นน้ำใกล้กลุ่ม ดูแลเด็กตลอด — น้ำขึ้น–น้ำลงที่ทะเลแหวกและหาดหินเปลี่ยนเร็ว เผลอแป๊บเดียวระดับน้ำต่างไปมาก
เบอร์ฉุกเฉินที่ควรเซฟ
สายด่วนนักท่องเที่ยว (Tourist Police) โทร 1155 · เหตุฉุกเฉินทั่วไป/กู้ภัย 191 และ 1669 (การแพทย์ฉุกเฉิน) · เซฟไว้ในเครื่องก่อนออกทริปและจดที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาไทยไว้เผื่อต้องบอกคนช่วย
ซิม เน็ต และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนบิน
กระบี่ ทั้งตัวเมือง อ่าวนาง เกาะลันตา และพีพี สัญญาณค่ายหลัก AIS/True ใช้ได้ดีในพื้นที่ท่องเที่ยว แต่บนเกาะกลางทะเลและจุดดำน้ำไกลฝั่งสัญญาณจะหายเป็นเรื่องปกติ การมีเน็ตพร้อมตั้งแต่ลงเครื่องช่วยเรื่องเรียกรถ ดูแผนที่ และจองทัวร์ได้ทันที
- ซิมนักท่องเที่ยว (Tourist SIM) — ซื้อได้ที่สนามบินหรือเซเว่น เริ่มหลักร้อย เช่นแพ็กท่องเที่ยว 8–15 วันราว 299–599 บาท เน็ตเยอะ เหมาะถ้าอยากได้เบอร์ไทยไว้รับสายจองทัวร์/โรงแรม
- eSIM — สะดวกสำหรับมือถือรุ่นรองรับ ซื้อออนไลน์ก่อนบิน เปิดใช้ได้ทันทีที่ลงเครื่อง ไม่ต้องสลับซิม ราคาขึ้นกับวันและปริมาณเน็ต
- ของที่ควรมีติดกระเป๋า — ครีมกันแดด (เลือกแบบ reef-safe ไม่ทำลายปะการัง) หมวก แว่นกันแดด รองเท้ารัดส้น/รองเท้าน้ำ ยากันแมลง ยาแก้เมาเรือ ถุงกันน้ำใส่มือถือ
- เงินสดติดตัว — ร้านท้องถิ่น ตลาด รถสองแถว และทัวร์เล็ก ๆ หลายเจ้ารับเงินสดเป็นหลัก มี QR PromptPay เสริมแต่ไม่ทั่วถึงเท่าในเมืองใหญ่
- ร่ม/เสื้อกันฝนพับได้ — โดยเฉพาะถ้ามาช่วง พ.ค.–ต.ค. ฝนตกแบบมาไวไปไวเป็นปกติ
การเดินทางจากสนามบินกระบี่ (KBV)
สนามบินกระบี่ (KBV) อยู่ห่างตัวเมืองกระบี่ราว 15 กม. และห่างอ่าวนางราว 28 กม. ตัวเลือกหลักจากสนามบินมีดังนี้ ราคาโดยประมาณปี 2026
- รถชัตเทิลบัส/รถตู้ร่วม — เข้าตัวเมืองกระบี่ราว 100 บาท/คน · ไปอ่าวนางราว 150 บาท/คน ประหยัดสุด แต่ส่วนใหญ่ออกเมื่อคนเต็มคัน อาจต้องรอ
- รถรับส่งจองล่วงหน้า (Private Transfer) — มีคนถือป้ายรอรับ ราคาฟิกซ์ เหมาะกับครอบครัว มากระเป๋าเยอะ หรือมาดึก
- แท็กซี่สนามบิน — เหมาจ่ายตามโซน สะดวกแต่แพงกว่าชัตเทิล
- แกร็บที่กระบี่ — มีแต่รถในระบบน้อย โดยเฉพาะนอกตัวเมืองและช่วงดึก เรียกแล้วอาจไม่มีคนรับหรือรอนาน อย่าวางแผนพึ่งแกร็บอย่างเดียว เผื่อตัวเลือกชัตเทิลหรือรถจองไว้ด้วย
บอกตรง ๆ เรื่องรถในกระบี่
กระบี่ไม่ใช่ภูเก็ต ระบบขนส่งสาธารณะและแกร็บไม่ทั่วถึง รถสองแถวมีเส้นทางจำกัดและหยุดวิ่งช่วงเย็น ถ้าวางแผนเที่ยวหลายจุดต่อวันและถนัดขับเลนซ้าย เช่ารถยนต์มักคุ้มและยืดหยุ่นกว่า ส่วนมอเตอร์ไซค์ให้เลือกเฉพาะคนชำนาญและมีใบขับขี่สากล
สรุปสั้น ๆ ก่อนจองตั๋ว
- อยากได้ทะเลสวย เกาะเปิดครบ — มา พ.ย.–มี.ค. ยอมจ่ายแพงและจองล่วงหน้า
- อยากประหยัด คนน้อย — มาปลายมรสุม (ต.ค.) หรือหน้าฝน แต่เน้นเที่ยวบนฝั่งและเผื่อแผนสำรองวันฝนตก
- วางทัวร์เกาะรอก/เกาะห้า — เลี่ยง 16 พ.ค.–14 ต.ค. ที่อุทยานฯ ปิด เช็กประกาศล่าสุดเสมอ
- ความปลอดภัย — ใส่เสื้อชูชีพ เลือกเรือเช้า ฟังไกด์ เซฟเบอร์ 1155/1669
- เตรียมก่อนบิน — ซิม/eSIM พร้อมใช้ เงินสดติดตัว กันแดด reef-safe และอย่าพึ่งแกร็บอย่างเดียว
พร้อมแล้ว มาวางแผนทริปกระบี่แบบเต็มอิ่ม ตั้งแต่ที่พักถึงที่เที่ยว
ดูคู่มือเที่ยวกระบี่ →