🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ลำปางอยู่บนเส้นทางสายเหนือพอดี ทำให้เลือกได้หลายวิธี ถ้าชอบบรรยากาศและไม่รีบ รถไฟคือทางที่คนนิยม เพราะสถานีรถไฟนครลำปางเป็นอาคารไม้เก่าสวยกลางเมือง ลงแล้วเข้าที่พักได้เลย ถ้าอยากถึงเร็วก็มีรถทัวร์วิ่งตรงจากกรุงเทพหลายรอบ ส่วนคนที่อยากเที่ยวรอบนอกอย่างแจ้ซ้อนหรือศูนย์ช้าง การขับรถเองหรือเช่ารถจะคล่องตัวที่สุด
ไปลำปางด้วยรถไฟ
รถไฟสายเหนือกรุงเทพ–เชียงใหม่ทุกขบวนจอดที่สถานีรถไฟนครลำปาง ตัวสถานีเป็นอาคารไม้ทรงล้านนาผสมยุโรปที่เก่าแก่และถ่ายรูปสวย อยู่ในตัวเมืองฝั่งสบตุ๋ย เดินทางต่อเข้าโรงแรมง่าย เส้นทางช่วงขุนตาน–ลำปางวิ่งผ่านภูเขาและอุโมงค์ขุนตานที่ยาวที่สุดในไทย วิวสองข้างทางสวยมากโดยเฉพาะตอนเช้า
ขบวนที่คนนิยมคือด่วนพิเศษอุตราวิถี (ขบวน 9/10) เป็นรถนอนปรับอากาศใหม่ ออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ช่วงค่ำ ราว 18.10 น. ถึงลำปางตอนเช้ามืดถึงเช้า รวมเวลาประมาณ 10–11 ชั่วโมง นอนหลับตื่นมาก็ถึงพอดี นอกจากนี้ยังมีขบวนด่วนและเร็วอื่น ๆ ที่ราคาถูกลงมาให้เลือกตามงบ
ด่วนพิเศษอุตราวิถี (รถนอนใหม่)
รถนอนปรับอากาศรุ่นใหม่ สะอาด นั่ง–นอนสบาย เหมาะออกค่ำถึงเช้า ตื่นมาถึงลำปางพอดี ที่นั่งเต็มเร็วช่วงวันหยุด ควรจองล่วงหน้า
รถด่วน/รถเร็ว ชั้น 2 ปรับอากาศ
ราคาประหยัดกว่ารถนอนใหม่ มีทั้งรอบกลางวันและกลางคืน เหมาะคนงบจำกัดและอยากเห็นวิวภูเขาช่วงขุนตาน
ชั้น 3 พัดลม
ถูกที่สุด เหมาะสายแบ็คแพ็คหรืออยากลองบรรยากาศรถไฟดั้งเดิม แต่ใช้เวลานานและที่นั่งแข็ง ไม่เหมาะถ้าเดินทางไกลทั้งคืน
จองตั๋วรถไฟ
จองออนไลน์ผ่าน D-Ticket ของการรถไฟ (dticket.railway.co.th) ล่วงหน้าได้หลายวัน ช่วงหยุดยาวรถนอนเต็มเร็วมาก ถ้าวางแผนแล้วควรกดจองทันทีที่เปิด อย่ารอไปซื้อหน้าสถานี
ไปลำปางด้วยรถทัวร์
รถทัวร์เป็นทางที่เร็วกว่ารถไฟเล็กน้อยและมีรอบให้เลือกเยอะ วิ่งตรงจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 (กรุงเทพ) มาลงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดลำปาง ใช้เวลาราว 8–9 ชั่วโมง บริษัทที่วิ่งเส้นนี้มีหลายเจ้า เช่น สมบัติทัวร์ และรถ บขส. รวมถึงรถที่วิ่งเลยไปเชียงใหม่–เชียงรายแล้วแวะลำปางระหว่างทาง
- รอบกลางคืน — นิยมสุด ออกค่ำถึงลำปางเช้า ประหยัดค่าที่พักหนึ่งคืน ราคาประมาณ ฿430–650 ตามชั้นที่นั่ง (ม.1 พิเศษ / VIP)
- รอบกลางวัน — มีบ้างแต่น้อยกว่า เหมาะคนที่อยากเห็นวิวระหว่างทางและไม่ชอบนั่งรถกลางคืน
- จากเชียงใหม่ — ลำปางห่างเชียงใหม่แค่ราว 100 กม. มีรถตู้และรถทัวร์วิ่งบ่อย ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง เหมาะแวะลำปางก่อน/หลังเที่ยวเชียงใหม่
ขับรถไปเอง
ถ้าขับรถจากกรุงเทพ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ตรงขึ้นเหนือผ่านนครสวรรค์–กำแพงเพชร–ตาก แล้วเข้าลำปาง รวมระยะทางราว 600 กม. ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมงรวมแวะพัก ถนนช่วงเถิน–ลำปางเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวบ้าง ขับช่วงกลางวันจะปลอดภัยกว่า การมีรถเองคุ้มมากถ้าตั้งใจไปแจ้ซ้อน ศูนย์ช้าง หรือวัดพระธาตุลำปางหลวง เพราะที่เหล่านี้อยู่นอกเมืองและรถสาธารณะไปไม่สะดวก
เช่ารถที่ลำปาง
มีบริการเช่ารถรอบสถานีขนส่งและในเมือง เหมาะคนนั่งรถไฟ/รถทัวร์มาแล้วอยากมีรถเที่ยวรอบนอก ราคาเริ่มราว ฿800–1,200 ต่อวันตามรุ่น
เช่ามอเตอร์ไซค์
ร้านเช่าในเมืองมีให้เลือก ราคาราว ฿200–300 ต่อวัน คล่องตัวเที่ยวในเมืองและวัดใกล้ ๆ แต่ไปแจ้ซ้อนทางไกลและขึ้นเขา ควรมั่นใจในการขับ
เที่ยวในเมืองด้วยรถม้า
ลำปางคือจังหวัดเดียวในไทยที่ยังมีรถม้าวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวในเมือง จนได้ชื่อว่า เมืองรถม้า รถม้านั่งได้ 2–4 คน คนขับจะพาชมเมืองเก่า ผ่านบ้านไม้เก่าแถวถนนทิพย์ช้าง ริมแม่น้ำวัง และย่านการค้าเดิม เป็นวิธีชมเมืองแบบช้า ๆ ที่บรรยากาศดีมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรง
รอบเมืองเล็ก
วิ่งวนย่านเมืองเก่าใกล้จุดขึ้นรถ ผ่านบ้านไม้และถนนทิพย์ช้าง ใช้เวลาราว 20 นาที เหมาะลองครั้งแรกหรือมีเวลาน้อย
รอบเมืองใหญ่
ต่อจากรอบเล็ก เพิ่มช่วงริมแม่น้ำวัง ตลาด และหอนาฬิกา ใช้เวลาราว 40 นาที เห็นเมืองได้ทั่วขึ้น
เหมาเป็นชั่วโมง
บอกคนขับให้พาแวะวัด สะพานรัษฎา หรือร้านเซรามิกตามใจ เหมาะอยากเที่ยวจริงจังและถ่ายรูปหลายจุด
ขึ้นรถม้าที่ไหน
จุดขึ้นรถม้าหลักอยู่หน้าศาลากลางเก่าและตามหน้าโรงแรมเก่าแก่ในเมือง เช่น ทิพย์ช้าง เวียงลคอร ราคาด้านบนเป็นอัตราที่สมาคมรถม้ากำหนด แต่ควรตกลงราคาและรอบให้ชัดก่อนขึ้นทุกครั้ง ช่วงเทศกาลคนเยอะอาจต้องรอคิว
รถสองแถวและการเดินทางในเมือง
ในตัวเมืองลำปางมีรถสองแถวสีฟ้าวิ่งตามเส้นทางหลัก ค่าโดยสารถูกมาก เริ่มราว ฿10–15 ต่อเที่ยวสำหรับระยะในเมือง ถ้าจะให้พาไปจุดที่ไกลขึ้นหรือเหมาเป็นรอบก็ตกลงราคากันได้ เมืองลำปางไม่ใหญ่ หลายจุดในเขตเมืองเก่ากับกาดกองต้าเดินถึงกันได้สบาย ส่วนเรียกรถผ่านแอปก็พอมีแต่ไม่เยอะเท่าเมืองใหญ่ เผื่อเวลารอไว้บ้าง
- รถสองแถวสีฟ้า — วิ่งในเมือง ราคาเริ่มราว ฿10–15 โบกขึ้นได้ตามทาง บอกจุดลงกับคนขับ
- เดินเอง — ย่านกาดกองต้า เมืองเก่า และริมน้ำวังอยู่ใกล้กัน เดินเที่ยวกลางวันหรือเย็นสบาย ๆ
- มอเตอร์ไซค์/รถเช่า — คล่องสุดถ้าจะออกนอกเขตเมืองหรือไปวัดที่อยู่ห่างออกไป
ไปศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยและแจ้ซ้อน
จุดที่คนถามบ่อยสุดคือจะไปสองที่นี้ยังไงถ้าไม่มีรถ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อยู่บนถนนสายลำปาง–เชียงใหม่ อำเภอห้างฉัตร ห่างเมืองราว 30 กม. ส่วนอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อยู่อำเภอเมืองปาน ห่างเมืองราว 70 กม. เป็นน้ำพุร้อนกับน้ำตกที่คนไปแช่น้ำแร่กัน ทั้งสองที่อยู่คนละทิศ วางแผนแยกวันจะสบายกว่า
รถสายลำปาง–แจ้ซ้อน (ไปแจ้ซ้อน)
รถโดยสารประจำทางขึ้นบริเวณถนนตลาดเก่าในเมือง วิ่งถึงที่ทำการอุทยานแจ้ซ้อน ค่าโดยสารราว ฿50 มีรอบช่วงกลางวัน แต่รอบจำกัด ควรเช็กเวลารถเที่ยวกลับให้ดีก่อนออก
เหมารถสองแถว/รถส่วนตัว
ยืดหยุ่นสุด ไปได้ทั้งศูนย์ช้างและแจ้ซ้อน กำหนดเวลาเองได้ เหมาะไปเป็นกลุ่มหารกัน เหมาไปแจ้ซ้อนไป–กลับราว ฿1,500 ขึ้นไปตามระยะและการรอ
ขับรถ/เช่ารถเอง
คุ้มสุดถ้าเที่ยวหลายจุด ศูนย์ช้างอยู่ทางห้างฉัตร แจ้ซ้อนอยู่ทางเมืองปาน ทางขึ้นแจ้ซ้อนช่วงท้ายเป็นทางเขา ขับช่วงกลางวันปลอดภัยกว่า
วางแผนเที่ยวรอบนอก
รถประจำทางไปแจ้ซ้อนมีรอบไม่เยอะและเที่ยวกลับมาเร็ว ถ้าไปแบบไม่มีรถส่วนตัวต้องเผื่อเวลาและถามรอบรถกลับให้แน่ใจ ไม่อย่างนั้นอาจตกค้าง ทางที่สบายใจที่สุดคือเช่ารถหรือเหมารถสองแถวไปทั้งวัน
สรุปเลือกวิธีไหนดี
- อยากบรรยากาศ + นอนประหยัดค่าที่พัก → รถไฟด่วนพิเศษอุตราวิถี ออกค่ำถึงเช้า
- อยากถึงเร็วและมีรอบเยอะ → รถทัวร์กลางคืนจากหมอชิต 2
- ตั้งใจเที่ยวแจ้ซ้อน–ศูนย์ช้าง–วัดนอกเมือง → ขับรถเองหรือเช่ารถที่ลำปาง
- เที่ยวเฉพาะในเมืองเก่า–กาดกองต้า → รถม้า รถสองแถวสีฟ้า และเดินเอาก็พอ
วางแผนทริปลำปางแบบเต็มอิ่มต่อ
ดูคู่มือเที่ยวลำปาง →