🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าพูดถึงลำปาง สิ่งแรกที่คนนึกถึงมักเป็นรถม้า เพราะที่นี่คือเมืองเดียวในไทยที่ยังมีรถม้าวิ่งรับส่งและพานักท่องเที่ยวชมเมืองอยู่จริงจนถึงทุกวันนี้ รถม้าเข้ามาในลำปางตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ราวปี พ.ศ. 2458–2459 ตอนแรกเป็นพาหนะของเจ้านายและข้าราชการ ก่อนจะกลายเป็นรถสาธารณะของชาวเมือง พอรถยนต์เข้ามาแทน เมืองอื่นเลิกใช้หมด เหลือแค่ลำปางที่ยังรักษาไว้จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ทุกวันนี้รถม้าลำปางอยู่ในความดูแลของสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง มีคิวจอดประจำตามจุดต่าง ๆ ในเมือง ราคาเป็นอัตราตายตัว ไม่ต้องต่อรองให้เสียเวลา นั่งได้ทั้งกลางวันชมเมืองเก่าและกลางคืนชมไฟริมแม่น้ำวัง
เส้นทางและราคารถม้า
สมาคมรถม้ากำหนดราคาไว้เป็นมาตรฐาน 3 แบบ คิดตามระยะทางและเวลา ราคาด้านล่างเป็นอัตราต่อคัน (นั่งได้ราว 2–4 คน) ไม่ใช่ต่อคน อาจขยับเล็กน้อยตามช่วงเวลาและการเหมา แนะนำให้ถามยืนยันกับคนขับก่อนขึ้นทุกครั้ง
รอบเมืองเล็ก (สั้น)
เส้นทางยอดนิยมสำหรับคนมีเวลาน้อย ขึ้นจากศาลากลางเก่า ผ่านถนนทิพย์ช้างที่มีตึกแถวเก่าสองข้างทาง วนผ่านห้าแยกหอนาฬิกาใจกลางเมือง แล้วเข้าถนนบุญวาทย์ย่านการค้า ใช้เวลาราว 15–20 นาที กำลังพอดีถ้าอยากลองบรรยากาศ
รอบเมืองใหญ่ (ยาว)
เส้นทางคล้ายรอบเล็กแต่ต่อไปไกลขึ้น เพิ่มช่วงเลียบแม่น้ำวังที่ถนนวังขวา ผ่านสวนสาธารณะเขลางค์นคร และตลาดอัศวิน ได้เห็นเมืองหลายมุมและถ่ายรูปริมน้ำได้สบาย ใช้เวลาราว 30–40 นาที เป็นตัวเลือกคุ้มที่สุดถ้าอยากซึมบรรยากาศเมือง
เหมาชั่วโมง (จัดเส้นทางเอง)
เหมารถม้าเป็นรายชั่วโมง อยากให้พาไปไหนบอกคนขับได้เลย เหมาะถ้าอยากแวะวัด แวะถ่ายรูปนาน ๆ หรือพาครอบครัวเที่ยวแบบไม่เร่ง คนขับส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ เล่าเรื่องเมืองให้ฟังระหว่างทางได้
ถามราคาก่อนขึ้น
ราคารถม้าลำปางเป็นอัตราของสมาคม ติดป้ายไว้ที่คิวหลายจุด แต่ก็ควรถามยืนยันกับคนขับก่อนขึ้นว่ารอบไหน ราคาเท่าไร นั่งได้กี่คน จะได้ไม่งงตอนจ่าย ถ้าจะเหมานานหรือแวะหลายจุด ตกลงเวลาและราคารวมให้ชัดตั้งแต่แรก
อยากเที่ยว ลำปาง ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
จุดขึ้นรถม้าอยู่ตรงไหน
รถม้ามีคิวจอดประจำหลายจุดในเมือง ส่วนใหญ่อยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าและริมแม่น้ำวัง เดินจากที่พักในตัวเมืองถึงได้ไม่ยาก จุดที่หาง่ายและมีรถจอดรอเกือบตลอด ได้แก่
- หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า — คิวหลักของเมือง รถเยอะ เป็นจุดเริ่มเส้นทางรอบเมืองเล็กและใหญ่ ให้บริการช่วงกลางวันราว 6.00–16.00 น.
- หน้าโรงแรมเวียงทอง (Wienglakor / Wiengtong) และโรงแรมทิพย์ช้าง — คิวริมถนน หาง่าย บางคันให้บริการถึงค่ำสำหรับรอบกลางคืน
- ใกล้กาดกองต้าและสะพานรัษฎา — ย่านเมืองเก่าริมน้ำ เหมาะขึ้นรถม้าต่อกับเดินเล่นถนนคนเดิน
- ตามวัดดัง เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวง — บางช่วงมีรถม้ามาจอดรอ แต่ไม่แน่นอนเท่าคิวในเมือง
รถม้ากลางวัน vs กลางคืน
รถม้าลำปางนั่งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน บรรยากาศต่างกันชัดเจน เลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย
รถม้ากลางวัน
เห็นเมืองเก่าชัด ถ่ายรูปตึกแถว ทิพย์ช้าง และห้าแยกหอนาฬิกาสวย เหมาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่แดดไม่แรง อากาศกำลังสบาย
รถม้ากลางคืน
ชมไฟเมืองและสะพานรัษฎาริมแม่น้ำวัง บรรยากาศโรแมนติก เย็นสบาย เหมาะนั่งต่อกับเดินกาดกองต้าคืนเสาร์–อาทิตย์
จับคู่กับถนนคนเดิน
ถ้ามาเสาร์หรืออาทิตย์ ลองนั่งรถม้ารอบเมืองช่วงเย็น แล้วลงเดินกาดกองต้า (ถนนคนเดินเมืองเก่า) ต่อ จะได้ทั้งบรรยากาศรถม้าและของกินริมทางในทริปเดียว
เรื่องม้ากับการนั่งอย่างใส่ใจ
ม้าที่ลากรถลำปางหลายตัวเป็นม้าพื้นเมืองตัวไม่ใหญ่ คนขับและสมาคมดูแลเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ถ้าอยากนั่งแบบสบายใจ เลือกช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนจัด เลี่ยงนั่งกันเกินจำนวนที่คนขับบอก และอย่าเร่งให้ม้าวิ่งเร็ว ปล่อยให้เดินตามจังหวะของมันจะได้บรรยากาศที่ดีกว่า
เคล็ดลับนั่งให้คุ้ม
- เลือกรอบเมืองใหญ่ถ้ามีเวลา — เพิ่มแค่ 50 บาท แต่ได้เลียบแม่น้ำวังและเห็นเมืองหลายมุมกว่า คุ้มกว่ารอบเล็ก
- มากันหลายคนช่วยหารค่ารถ — ราคาเป็นต่อคันไม่ใช่ต่อคน มา 3–4 คนเฉลี่ยแล้วถูกมาก
- เตรียมเงินสด — คนขับรับเงินสดเป็นหลัก เตรียมแบงก์ย่อยไว้ทอนสะดวก
- บอกคนขับถ้าอยากแวะถ่ายรูป — โดยเฉพาะที่ห้าแยกหอนาฬิกาและริมสะพานรัษฎา คนขับมักยินดีจอดให้
- เลี่ยงแดดเที่ยง — ช่วง 11.00–14.00 ร้อนทั้งคนทั้งม้า เช้าหรือเย็นสบายกว่าเยอะ
วางแผนเที่ยวลำปางต่อแบบเต็มวัน
ดูคู่มือเที่ยวลำปาง →