หน้าแรก จุดหมาย มหาสารคาม 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยมหาสารคามร่องรอยทวารวดีมหาสารคาม ใบเสมาหิน พระพิมพ์ดินเผา นครจัมปาศรี
🗿 ประวัติศาสตร์มหาสารคาม

ร่องรอยทวารวดีมหาสารคาม
ใบเสมาหิน พระพิมพ์ดินเผา นครจัมปาศรี

หลายคนผ่านมหาสารคามแล้วเห็นแค่เมืองมหาวิทยาลัยกับหมูกระทะ แต่ถ้าขุดลึกลงไปอีกชั้น ที่นี่คือหนึ่งในแหล่งทวารวดีที่หนาแน่นที่สุดของอีสาน ใต้เนินดินกลางทุ่งนาเคยมีเมืองโบราณชื่อ 'นครจัมปาศรี' อายุกว่าพันปี และในปี 2522 ชาวบ้านนาดูนขุดเจอพระบรมสารีริกธาตุกับพระพิมพ์ดินเผานับหมื่นชิ้นจนกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ บทความนี้พาไปตามรอยของจริง ทั้งใบเสมาหินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอีสาน พระพิมพ์ดินเผาที่กลายมาเป็นพระเครื่องดัง พระพุทธรูปยืนหินทรายที่กันทรวิชัย และพิพิธภัณฑ์ที่เก็บโบราณวัตถุตัวจริงไว้ให้เราเดินดูได้

🗿 ใบเสมาหินอีสาน🪔 พระพิมพ์ดินเผานาดูน🏛️ พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี
ร่องรอยทวารวดีมหาสารคาม ใบเสมาหิน พระพิมพ์ดินเผา นครจัมปาศรี

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ก่อนจะเป็นจังหวัดมหาสารคามที่เรารู้จัก แถบลุ่มน้ำชีตอนกลางนี้เคยเป็นที่ตั้งของบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพุทธศาสนายุคแรก ๆ ที่แพร่เข้ามาในแผ่นดินอีสานราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 หรือกว่าพันปีก่อน ของที่หลงเหลือมาถึงวันนี้ไม่ใช่ปราสาทหินใหญ่โตเหมือนฝั่งขอม แต่เป็นหลักฐานเล็ก ๆ ที่บอกเล่าความเชื่อได้ลึก ทั้งใบเสมาหินปักกลางทุ่ง พระพิมพ์ดินเผาที่ฝังไว้ในสถูป และพระพุทธรูปหินทรายแบบทวารวดีแท้ ๆ เราจะไล่เรียงให้เห็นเป็นเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่เมืองโบราณ การขุดพบครั้งใหญ่ ไปจนที่ที่ไปดูของจริงได้ตอนนี้

นครจัมปาศรี — เมืองทวารวดีใต้ทุ่งนาดูน

หัวใจของเรื่องอยู่ที่อำเภอนาดูน ทางใต้ของตัวจังหวัด ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ 'นครจัมปาศรี' เมืองรูปไข่ที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบตามแบบเมืองทวารวดีอีสาน นักโบราณคดีกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 13–16 ในเขตเมืองและรอบ ๆ พบทั้งซากศาสนสถาน ใบเสมาหิน และเนินดินที่เป็นฐานสถูปกระจายอยู่หลายจุด เมืองนี้เงียบหายไปนานจนคนในพื้นที่เรียกเนินดินพวกนี้แค่ว่า 'โนน' หรือ 'ดอนปู่ตา' โดยไม่รู้ว่าข้างใต้คืออะไร จนกระทั่งการขุดพบครั้งใหญ่ในปี 2522 ทำให้ชื่อนครจัมปาศรีกลับมาอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง

สิ่งที่ทำให้มหาสารคามต่างจากเมืองอีสานอื่นคือการมีร่องรอยสองวัฒนธรรมซ้อนกันในพื้นที่เดียว ชั้นล่างเป็นทวารวดีพุทธ ส่วนชั้นบนในยุคหลังมีอิทธิพลขอมเข้ามาทับ อย่างกู่สันตรัตน์และกู่บ้านเขวาที่เป็นปราสาทศิลาแลงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การได้เดินดูทั้งใบเสมาทวารวดีและกู่ขอมในทริปเดียว จึงเหมือนได้อ่านประวัติศาสตร์อีสานสองบทต่อกัน

ทวารวดีคืออะไรแบบสั้น ๆ

ทวารวดีเป็นชื่อที่นักวิชาการใช้เรียกกลุ่มบ้านเมืองที่นับถือพุทธศาสนาในลุ่มน้ำภาคกลางและอีสาน ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 11–16 ก่อนยุคขอมและก่อนสุโขทัย จุดสังเกตคืองานพระพุทธรูปหินทราย พระพิมพ์ดินเผา ธรรมจักรศิลา และในอีสานคือใบเสมาหิน ซึ่งแทบไม่พบในภาคอื่นเลย

🎟️

อยากเที่ยว มหาสารคาม ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม มหาสารคาม ทั้งหมด (Klook)

การขุดพบปี 2522 — พระบรมสารีริกธาตุกับพระพิมพ์นับหมื่น

เรื่องเริ่มจากเนินดินซากโบราณสถานในที่นาของชาวบ้านนาดูน เมื่อปี 2522 กรมศิลปากรร่วมกับชาวบ้านขุดสำรวจ แล้วพบสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ว่ากันว่ามีลักษณะเหมือนเม็ดข้าวสารสีขาวขุ่น พร้อมกันนั้นยังเจอโบราณวัตถุอีกมหาศาล ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศและทำให้คนทั้งจังหวัดตื่นตัวกับมรดกใต้ผืนดินของตัวเอง การค้นพบครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพระธาตุนาดูนครอบสถานที่ขุดพบ และการตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บของที่เหลือไว้

  • พระพิมพ์ดินเผา — พบสภาพสมบูรณ์ราว 1,000 องค์ และเศษแตกหักอีกราว 18,000 ชิ้น มีลวดลายแบบทวารวดีหลายสิบพิมพ์
  • สถูปสำริด — ตลับโลหะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นหัวใจของการขุดพบครั้งนี้
  • แม่พิมพ์ดินเผา — แม่แบบที่ใช้กดพระพิมพ์ บอกว่าของพวกนี้ทำขึ้นในพื้นที่ ไม่ได้นำเข้ามา
  • เศษแผ่นทองคำและเครื่องประกอบ — ของถวายที่ฝังไว้ในสถูป สะท้อนความศรัทธาของคนสมัยนั้น

ที่น่าสนใจคือพระพิมพ์ดินเผานาดูนไม่ได้อยู่แค่ในตำราโบราณคดี แต่กลายมาเป็นพระเครื่องที่คนสายพระนิยมกันมาก เพราะถือว่าเป็นพุทธศิลป์ทวารวดีแท้ที่มีอายุนับพันปี องค์ที่กรมศิลปากรเก็บไว้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่แจกจ่ายหรือหมุนเวียนในวงพระก็มีเรื่องเล่าตามมาอีกยาว นี่จึงเป็นทั้งมรดกทางโบราณคดีและของศรัทธาคู่เมืองไปพร้อมกัน

ใบเสมาหิน — โบราณวัตถุที่เป็นเอกลักษณ์ของอีสาน

ถ้าให้เลือกของชิ้นเดียวที่เป็นตัวแทนของทวารวดีอีสาน หลายคนจะตอบว่า 'ใบเสมาหิน' เพราะเป็นงานที่พบหนาแน่นในอีสานแต่แทบไม่เจอในภาคอื่นเลย ใบเสมาคือแผ่นหินหรือแท่งหินที่ปักกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ คำว่า 'สีมา' แปลว่าเขตแดน ส่วน 'พัทธ' แปลว่าผูกหรือกำหนด รวมแล้วหมายถึงเขตที่กำหนดไว้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา แต่ในอีสานใบเสมายุคทวารวดีมีความหมายกว้างกว่านั้น หลายหลักเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษและการบอกเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เขตทำสังฆกรรมของพระสงฆ์แบบที่เราเข้าใจกันทุกวันนี้

  • รูปทรง — มีตั้งแต่แท่งหินธรรมชาติแบบหยาบ แผ่นหินแบนคล้ายกลีบบัว ไปจนแท่งหินทรงเสา บางหลักสูงท่วมหัวคน
  • ลวดลาย — หลายหลักสลักภาพเล่าเรื่อง เช่น ตอนหนึ่งในชาดกหรือพุทธประวัติ บางหลักสลักสถูปจำลองหรือหม้อน้ำมงคล
  • การปัก — มักปักเป็นกลุ่มล้อมเนินศาสนสถาน บางที่พบเป็นป่าใบเสมาหลายสิบหลักในจุดเดียว
  • อายุ — กำหนดราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 ร่วมสมัยกับเมืองนครจัมปาศรี

ในเขตมหาสารคามพบใบเสมาหินกระจายหลายอำเภอ ทั้งแถบนาดูน กันทรวิชัย และพื้นที่รอบเมืองโบราณ ส่วนหนึ่งยังอยู่ในที่เดิมตามวัดและเนินดิน อีกส่วนถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์เพื่อรักษาไว้ ถ้าอยากเห็นใบเสมาแบบเต็มตา การเดินในพิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรีกับการแวะวัดเก่าแถบกันทรวิชัยจะเห็นได้ชัดที่สุด

ดูใบเสมาให้สนุกขึ้น

ลองสังเกตว่าใบเสมาหลักไหนเป็นหินเกลี้ยง ๆ กับหลักไหนมีลายสลัก เพราะหลักที่สลักภาพเล่าเรื่องถือว่าหายากและมีคุณค่าทางศิลปะมาก ถ้าเจอในที่กลางแจ้ง อย่าปีนหรือพิงเล่น เพราะหลายหลักเป็นของจริงอายุกว่าพันปีที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม

พระพุทธรูปยืนหินทรายกันทรวิชัย — ทวารวดีที่ยังให้คนกราบ

อีกหนึ่งร่องรอยทวารวดีที่ยังมีชีวิตคืออำเภอกันทรวิชัย ซึ่งเคยเป็นเมืองโบราณคูน้ำคันดินมาก่อนเช่นกัน ที่นี่มีพระพุทธรูปยืนหินทรายศิลปะทวารวดีสององค์เป็นพระคู่เมือง องค์ที่คนรู้จักมากคือ 'หลวงพ่อพระยืน' หรือพระพุทธมงคล ที่วัดพุทธมงคล (วัดพระยืน) ตำบลคันธารราษฎร์ องค์พระสลักจากหินทราย สูงราว 4 เมตร พระพักตร์ทรงกระบอกและยืนเอียงสะโพกแบบตริภังค์ ซึ่งเป็นลักษณะงานทวารวดีชัดเจน ใกล้ ๆ องค์พระยังมีใบเสมาหินปักอยู่ บอกว่าพื้นที่นี้ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ครั้งโบราณ พระพุทธรูปคู่นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสำคัญของชาติมาตั้งแต่ปี 2478

ความน่าสนใจของกันทรวิชัยคือการที่ของเก่าระดับพันปียังเป็นที่เคารพในชีวิตประจำวันจริง ไม่ได้ถูกล้อมกระจกไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว ชาวบ้านยังมากราบ มีงานบุญประจำปี และมีตำนานพื้นถิ่นเล่าว่าพระยืนสร้างขึ้นคราวบ้านเมืองแล้ง เพื่อขอให้ฝนตกตามฤดู การได้มายืนหน้าองค์พระจึงเหมือนได้สัมผัสทวารวดีที่ยังหายใจอยู่ ไม่ใช่แค่ซากที่ตายแล้ว

พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี — ที่ที่ได้ดูของจริง

ถ้าจะให้เข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ในที่เดียว พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรีคือจุดที่ควรเริ่ม พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ตำบลพระธาตุ ทางทิศใต้ของพระธาตุนาดูน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นอาคารทรงไทยสองหลังต่อกัน ภายในเล่าเรื่องเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่พุทธศาสนาที่แพร่เข้ามา การค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ โบราณวัตถุสำคัญที่ขุดได้ที่นาดูน ไปจนความเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของอีสาน จัดแสดงด้วยหุ่นจำลอง ป้ายข้อมูล และวีดิทัศน์ประกอบ ของเด่นที่ได้ดูคือพระพิมพ์ดินเผาตัวจริงหลายสิบพิมพ์ และข้อมูลการขุดพบแบบละเอียด

  • ที่ตั้ง — ต.พระธาตุ อ.นาดูน ใกล้พระธาตุนาดูน ห่างตัวเมืองมหาสารคามราว 65 กม.
  • เวลาเปิด — ราววันจันทร์–เสาร์ 08.00–16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์) แนะนำเช็กก่อนไปวันหยุดยาว
  • ค่าเข้า — เข้าชมฟรี ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ควรติดต่อล่วงหน้า
  • เที่ยวต่อ — เดินขึ้นพระธาตุนาดูน แล้วต่อกู่สันตรัตน์ที่อยู่ในอำเภอเดียวกันได้สบาย

นอกจากพิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรีแล้ว ใครสนใจเรื่องวัฒนธรรมอีสานแบบกว้างขึ้น ในตัวเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์และพื้นที่จัดแสดงในมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่รวบรวมเรื่องศิลปวัฒนธรรมอีสานไว้ เหมาะแวะต่อจากสายโบราณคดีในวันเดียวกัน

จัดทริปตามรอยทวารวดี 2 วัน

เส้นทางตามรอยทวารวดีกระจายอยู่คนละมุมของจังหวัด สายนาดูนอยู่ทางใต้ ส่วนกันทรวิชัยอยู่ใกล้เมือง การแบ่งเป็นสองวันจะทำให้ไม่ต้องรีบ และมีเวลายืนดูของแต่ละชิ้นจริง ๆ นี่คือแผนที่วนได้ลื่น

วันที่ 1

สายนาดูน — พระธาตุ พิพิธภัณฑ์ กู่ขอม

08:30
ออกจากตัวเมืองมหาสารคามไปอำเภอนาดูนขับราว 1 ชม. เส้นทางสบาย แวะกินข้าวเช้าก่อนได้
09:30
พระธาตุนาดูน ไหว้พระ ดูองค์พระธาตุที่ตกแต่งด้วยลายทวารวดีลานกว้างร่มรื่น เป็นจุดที่ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุปี 2522
10:30
พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี เดินดูพระพิมพ์ดินเผาตัวจริงอยู่ใกล้พระธาตุ เข้าฟรี เปิดถึงราว 16.00 น.
12:00
มื้อเที่ยงแถวนาดูน อาหารพื้นเมืองอีสานร้านตามสั่ง–ส้มตำริมทางมีให้เลือก
13:30
กู่สันตรัตน์ ชมปราสาทขอมศิลาแลงอโรคยาศาลต่างยุคกับทวารวดี เห็นชั้นประวัติศาสตร์ที่ทับกัน
15:30
ขับกลับเข้าเมือง แวะของฝากก่อนถึงเก็บแรงไว้เที่ยวกันทรวิชัยวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2

สายกันทรวิชัย — พระยืนหินทราย ใบเสมา กู่ใกล้เมือง

09:00
ขับไปอำเภอกันทรวิชัย เมืองโบราณคูน้ำคันดินใกล้ตัวเมือง ใช้เวลาไม่นาน
09:30
วัดพุทธมงคล กราบหลวงพ่อพระยืนหินทรายทวารวดีองค์พระสูงราว 4 ม. มีใบเสมาปักใกล้ ๆ
10:30
เดินดูพระยืนอีกองค์และร่องรอยเมืองเก่าในย่านเดียวกันเป็นพระคู่เมืองสององค์ตามตำนานท้องถิ่น
11:30
กู่บ้านเขวา ปราสาทขอมริมหนองน้ำใกล้เมืองแวะปิดท้ายให้ครบทั้งทวารวดีและขอม
12:30
กลับเข้าเมือง มื้อเที่ยงย่านนักศึกษา มมส.ปิดทริปด้วยของกินราคาเป็นมิตร

การเดินทางและการแต่งกาย

ตามรอยทวารวดีมหาสารคามสะดวกสุดด้วยรถส่วนตัว เพราะนาดูนกับกันทรวิชัยอยู่คนละทิศและรถสาธารณะในจังหวัดมีน้อย ถ้าไม่มีรถ หลายคนบินลงขอนแก่นแล้วเช่ารถขับต่อราว 1 ชั่วโมง เข้าเขตพระธาตุและวัดควรแต่งกายสุภาพ พกร่มหรือหมวกเพราะหลายจุดเป็นลานโล่งแดดจัด และเผื่อเวลาเดินพิพิธภัณฑ์ให้ได้อ่านป้ายข้อมูลครบ

วางแผนเที่ยวมหาสารคามแบบเต็ม ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ กิน และที่พัก

ดูคู่มือเที่ยวมหาสารคาม →

คำถามที่พบบ่อย

ทวารวดีกับมหาสารคามเกี่ยวกันยังไง?

แถบลุ่มน้ำชีในเขตมหาสารคามเคยเป็นที่ตั้งของบ้านเมืองสมัยทวารวดี โดยเฉพาะเมืองโบราณนครจัมปาศรีที่อำเภอนาดูน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13–16 จึงพบโบราณวัตถุทวารวดีหนาแน่น ทั้งใบเสมาหิน พระพิมพ์ดินเผา และพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอีสาน

พระพิมพ์ดินเผานาดูนคืออะไร ขุดพบที่ไหน?

เป็นพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีที่ขุดพบจากเนินดินซากโบราณสถานที่อำเภอนาดูนในปี 2522 พร้อมสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พบสภาพสมบูรณ์ราว 1,000 องค์ และเศษอีกราว 18,000 ชิ้น ปัจจุบันส่วนหนึ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี และยังเป็นที่นิยมในวงพระเครื่อง

ใบเสมาหินอีสานต่างจากใบเสมาทั่วไปอย่างไร?

ใบเสมาหินสมัยทวารวดีในอีสานมักเป็นแผ่นหินหรือแท่งหินขนาดใหญ่ บางหลักสลักภาพเล่าเรื่องชาดกหรือพุทธประวัติ และปักเป็นกลุ่มล้อมเนินศาสนสถาน ความหมายกว้างกว่าการกำหนดเขตทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ เพราะผูกกับความเชื่อเรื่องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และผีบรรพบุรุษด้วย และแทบไม่พบในภาคอื่นนอกจากอีสาน

พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรีอยู่ที่ไหน เข้าชมฟรีไหม?

อยู่ที่ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน ทางทิศใต้ของพระธาตุนาดูน ห่างตัวเมืองมหาสารคามราว 65 กิโลเมตร เปิดราววันจันทร์–เสาร์ เวลาประมาณ 08.00–16.00 น. ปิดวันอาทิตย์ เข้าชมฟรี ภายในจัดแสดงพระพิมพ์ดินเผาและเรื่องราวการขุดพบที่นาดูน

พระพุทธรูปยืนหินทรายกันทรวิชัยอายุเท่าไร?

หลวงพ่อพระยืน (พระพุทธมงคล) ที่วัดพุทธมงคล อำเภอกันทรวิชัย เป็นพระพุทธรูปยืนสลักจากหินทรายศิลปะทวารวดี สูงราว 4 เมตร ใกล้องค์พระมีใบเสมาหินปักอยู่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสำคัญของชาติมาตั้งแต่ปี 2478 ถือเป็นทวารวดีที่ยังเป็นที่เคารพในชีวิตจริงของคนพื้นที่

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ