🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
แพลนนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากรีบ ขอเดินช้า ๆ หายใจเต็มปอด แล้วได้เห็นวิถีพื้นบ้านที่ยังมีชีวิตจริง ๆ เราวางให้ วันแรกเก็บในเมืองและรอบ ๆ ตัวเมือง ส่วน วันที่สองขับออกไปทางโกสุมพิสัยเพื่อดูลิง แล้ววกกลับมาแวะหมู่บ้านปั้นหม้อก่อนเข้าเมือง ระยะทางรวมไม่เยอะ ขับสบาย ๆ มีรถส่วนตัวหรือเช่ามอเตอร์ไซค์ในเมืองก็ไหว
ช่วงที่เที่ยวสนุกที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น แดดไม่แรง สวนแก่งเลิงจานช่วงนี้มีแปลงดอกไม้บาน และลิงที่โกสัมพีก็ออกมาเล่นเยอะกว่าหน้าร้อน ส่วนหน้าฝนต้องเช็กก่อนเพราะแม่น้ำชีเคยล้นเข้าวนอุทยานจนลิงต้องอพยพขึ้นต้นไม้
วันที่ 1 — สวนกลางเมืองและพระอาทิตย์ตกแก่งเลิงจาน
วันแรกเอาแบบสบาย ๆ ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ใช้เวลาช่วงบ่ายถึงเย็นกับ แก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำใหญ่ทางตะวันตกของตัวเมือง ที่คนมหาสารคามเรียกกันว่าปอดของเมือง รอบ ๆ ทำเป็นสวนสาธารณะและสวนสุขภาพ มีทางเดินริมน้ำ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น คนพื้นที่มาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานกันทุกเย็น
ในเมือง + แก่งเลิงจาน
เคล็ดลับแก่งเลิงจาน
ถ้าชอบถ่ายรูป มาช่วง โกลเดนอาวร์ก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 40 นาที แสงนุ่มที่สุด พกสเปรย์กันยุงมาด้วยเพราะใกล้น้ำช่วงเย็นยุงเริ่มเยอะ และที่นี่เปิดโล่งตลอด ไม่มีเวลาปิด แต่ตอนค่ำไฟไม่ค่อยสว่าง ควรกลับก่อนมืดสนิท
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว มหาสารคาม ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 2 — ลิงแสมสีทองที่ดอนปู่ตา แล้วแวะปั้นหม้อ
วันที่สองคือไฮไลต์ของแพลนนี้ ตื่นเช้าหน่อยเพื่อขับไปทางอำเภอโกสุมพิสัย ราว 28–30 กม. ตามทางหลวง 208 ปลายทางคือ ดอนปู่ตา ในวนอุทยานโกสัมพี ป่าเบญจพรรณริมแม่น้ำชีที่เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านและบ้านของลิงแสมกว่า 500 ตัว จุดที่คนตั้งใจมาดูคือ ลิงแสมขนสีทอง ซึ่งเป็นพันธุ์หายาก หาดูได้ยากในที่อื่น
ดอนปู่ตาไม่ใช่สวนสัตว์ ลิงที่นี่เป็นลิงป่าที่อยู่กับชุมชนมานาน มีศาลเจ้าปู่ที่ชาวโกสุมพิสัยเคารพ เดินดูได้แบบสบาย ๆ แต่ต้องระวังของกินและกระเป๋า เพราะลิงคุ้นคนและคล่องแคล่ว
ดอนปู่ตา–วนอุทยานโกสัมพี + บ้านหม้อ
เคล็ดลับดูลิงให้ปลอดภัย
อย่าถือถุงพลาสติกหรือถุงอาหารเดินเข้าไป ลิงเห็นแล้วจะตรงเข้ามา ถอดแว่นกันแดดและเก็บมือถือให้แน่น ถ้าลิงเข้าใกล้ให้นิ่งไว้ อย่าวิ่งหรือสบตานาน ๆ และ อย่าให้อาหารลิงโดยตรง เพราะทำให้ลิงดุและรุมคนต่อไป
ทำไมสามที่นี้ถึงจัดอยู่ในแพลนเดียวกัน
สามจุดนี้เล่าเรื่องมหาสารคามคนละด้านแต่ต่อกันได้ลงตัว แก่งเลิงจานคือธรรมชาติที่คนเมืองใช้ชีวิตด้วยจริง ๆ ดอนปู่ตาคือธรรมชาติที่ผูกกับความเชื่อและการอนุรักษ์ ส่วนบ้านหม้อคือภูมิปัญญาที่เอาดินริมน้ำมาทำเป็นข้าวของในชีวิต ครบทั้งวิวน้ำ ป่า และงานมือ โดยไม่ต้องขับไกล
- แก่งเลิงจาน — อ่างเก็บน้ำและสวนสุขภาพกลางเมือง เดิน ปั่นจักรยาน ชมพระอาทิตย์ตก เข้าฟรี
- ดอนปู่ตา วนอุทยานโกสัมพี — ป่าศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำชี มีลิงแสมสีทองหายาก เปิด 08:00–18:00 เข้าฟรี
- บ้านหม้อ ตำบลเขวา — หมู่บ้านปั้นหม้อดินเผาด้วยมือกว่า 200 ปี ลองปั้นและซื้อของฝากได้
เตรียมตัวและการเดินทาง
- พาหนะ — รถส่วนตัวสะดวกสุด ในเมืองมีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ราว ฿200–300/วัน ไม่มีขนส่งสาธารณะตรงถึงทุกจุด
- เสื้อผ้า — รองเท้าผ้าใบเดินป่าดอนปู่ตา หมวกกันแดด และเสื้อแขนยาวบาง ๆ กันแดดอีสาน
- เงินสด — พกเงินสดย่อย ๆ ไว้ทำบุญ ซื้อหม้อดิน และของกินตามตลาดอำเภอ หลายจุดไม่รับโอน
- ช่วงเวลา — พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ดีที่สุด อากาศเย็น ดอกไม้บาน เลี่ยงหน้าฝนที่แม่น้ำชีอาจล้น
ถ้ามีแค่ครึ่งวัน
เลือกได้สองทาง ถ้าชอบสัตว์และธรรมชาติให้ตรงไปดอนปู่ตาช่วงเช้า แล้วแวะบ้านหม้อขากลับ แต่ถ้าอยากอยู่ในเมืองสบาย ๆ ให้ไปแก่งเลิงจานช่วงเย็นรับลมและดูพระอาทิตย์ตกพอ
อยากได้แพลนเต็มและที่พักของมหาสารคามแบบจัดให้ครบ
ดูคู่มือเที่ยวมหาสารคาม →