🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
เส้นทางนี้เหมาะกับคนมีรถ เพราะจุดเที่ยวทั้งสองฝั่งกระจายอยู่ตามอำเภอรอบนอกหลายจุด ฝั่งมหาสารคามมีพระธาตุนาดูนและกู่สันตรัตน์ที่อำเภอนาดูน ส่วนฝั่งร้อยเอ็ดของดีอยู่คนละทิศ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่อำเภอหนองพอกทางเหนือ กู่กาสิงห์อยู่อำเภอเกษตรวิสัยทางใต้ ส่วนหอโหวดกับบึงพลาญชัยอยู่กลางเมืองเดินไล่จุดได้ ระยะทางมหาสารคาม–ร้อยเอ็ดอยู่ราว 35–40 กิโลตามทางหลวง 23 ขับประมาณ 40 นาทีถึงชั่วโมง เราเลยวางให้นอนค้างในตัวเมืองร้อยเอ็ด 1 คืน จะได้ตื่นมาเที่ยวเมืองและของดีรอบนอกได้เต็มวันสอง
ภาพรวมทริปและการเดินทาง
- ระยะเวลา — 2 วัน 1 คืน กำลังพอดี เที่ยวสบาย ไม่ต้องเร่ง
- พาหนะ — รถส่วนตัวสะดวกสุด เพราะจุดเที่ยวอยู่คนละอำเภอ ถ้าไม่มีรถ มีรถบัสและรถตู้สายขอนแก่น–มหาสารคาม–ร้อยเอ็ด วิ่งระหว่างสองเมือง แต่ในเมืองและอำเภอรอบนอกต้องต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเรียกรถ
- เส้นทางหลัก — มหาสารคาม–ร้อยเอ็ดวิ่งทางหลวงหมายเลข 23 (ถนนแจ้งสนิท) เป็นเส้นตรง ถนนดี
- มหาสารคาม → ร้อยเอ็ด — ราว 35–40 กิโล ขับประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
- ค่าเข้าชม — พระธาตุและวัดส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเข้า หอโหวด 101 ชั้นชมวิวด้านบนเก็บราว 50 บาท กู่สันตรัตน์เป็นโบราณสถานกลางแจ้ง เข้าชมฟรี
มหาสารคาม — พระธาตุพันปีและกู่เขมรที่นาดูน
เคล็ดลับวันแรก
พระธาตุนาดูนกับกู่สันตรัตน์อยู่อำเภอนาดูนทางใต้ของตัวเมืองมหาสารคาม ส่วนร้อยเอ็ดอยู่ทางตะวันออก ถ้าเริ่มเช้าแล้วลงนาดูนก่อน จะวนกลับขึ้นเมืองมหาสารคามแล้วต่อถนนแจ้งสนิทเข้าร้อยเอ็ดได้พอดี ไม่ต้องย้อนทาง แต่ถ้าอยากเที่ยวสบายกว่านี้ จะข้ามกู่สันตรัตน์ในวันแรกแล้วเก็บไว้แวะตอนขากลับก็ได้
ร้อยเอ็ด — หอชมเมือง บึงกลางเมือง และของดีรอบนอก
เคล็ดลับวันที่สอง
ของดีร้อยเอ็ดรอบนอกอยู่คนละทิศ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่หนองพอกทางเหนือ กู่กาสิงห์อยู่เกษตรวิสัยทางใต้ เลือกได้แค่ฝั่งเดียวในวันเดียวถ้าอยากกลับสบาย ๆ ถ้าอยากเก็บทั้งสองจุดให้เผื่อเป็นทริป 3 วัน 2 คืนจะไม่เหนื่อยเกินไป
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว มหาสารคาม ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ขึ้นหอโหวด 101 ต้องรู้อะไรบ้าง
หอโหวด 101 เป็นแลนด์มาร์กใหม่กลางเมืองร้อยเอ็ดที่หลายคนมาเพื่อขึ้นไปชมวิวเมืองจากที่สูง ชื่อ "โหวด" มาจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ตัวหออยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ติดบึงพลาญชัย เดินต่อจากบึงได้เลย ก่อนไปมีบางอย่างที่รู้ไว้จะวางเวลาง่ายขึ้น
- ชั้นล่างเข้าฟรี ชั้นบนเสียเงิน — ชั้นชมวิวด้านบนเก็บค่าเข้าราว 50 บาท ส่วนชั้นล่างเดินดูได้ฟรี
- มีสกายวอล์กพื้นกระจก — ใครกลัวความสูงเดินช้า ๆ จับราวได้ วิวเห็นบึงพลาญชัยและเมืองรอบทิศ
- ซิปไลน์เปิดเป็นช่วง — สำหรับคนชอบเสียว เปิดเป็นรอบเช้า–บ่าย เช็กเวลาหน้างานก่อน
- ไปช่วงเย็นวิวดี — แดดไม่แรงและได้เห็นเมืองช่วงไฟเริ่มติด แต่ถ้าตามแพลนนี้ไปเช้าก็เดินต่อจุดอื่นได้ทั้งวัน
พักที่ไหนดีระหว่างทริปนี้
นอนในตัวเมืองร้อยเอ็ด
ตัวเลือกหลักของแพลนนี้ ที่พักร้อยเอ็ดส่วนใหญ่อยู่รอบบึงพลาญชัยและย่านกลางเมือง ตื่นมาเดินบึง ขึ้นหอโหวด แล้วแยกไปของดีรอบนอกได้ในวันเดียว
นอนในตัวเมืองมหาสารคาม
เหมาะถ้าอยากเริ่มจากมหาสารคามแบบไม่รีบ มีที่พักรอบมหาวิทยาลัยและในเมืองให้เลือก แต่ตัวเลือกน้อยกว่าร้อยเอ็ดเล็กน้อย เหมาะเป็นคืนก่อนออกทริปมากกว่าคืนค้างกลางทาง
สำหรับแพลนนี้แนะนำนอนฝั่งร้อยเอ็ดเป็นหลัก เพราะวันสองเที่ยวในเมืองร้อยเอ็ดและของดีรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ จะได้ไม่ต้องขับย้อน ทั้งสองเมืองมีที่พักตั้งแต่เกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ไปจนโรงแรมขนาดกลาง ดูตัวเลือกที่พักมหาสารคามแบบจัดอันดับได้ในหน้ารวมของเรา
ปรับแพลนตามสไตล์
สายประวัติศาสตร์–โบราณคดี
ทุ่มวันแรกให้พระธาตุนาดูนกับกู่สันตรัตน์ที่นาดูน วันสองข้ามไปกู่กาสิงห์ที่เกษตรวิสัย ร้อยเรื่องขอม–ทวารวดีต่อกันได้ทั้งทริป เพราะกู่ทั้งสองสร้างในยุคใกล้กัน
สายไหว้พระ–ทำบุญ
เน้นพระธาตุนาดูนวันแรก วันสองยกให้พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่หนองพอกเป็นไฮไลต์ แวะวัดบูรพาภิรามไหว้พระพุทธรูปยืนในเมืองด้วย เก็บสายบุญครบในทริปเดียว
สายชิล–คาเฟ่–ของกิน
ลดจุดเที่ยวลง เก็บพระธาตุนาดูนกับบึงพลาญชัยพอ วันสองขึ้นหอโหวดชมเมือง นั่งคาเฟ่ ซื้อข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้กลับบ้าน เน้นกินดื่มและถ่ายรูปมากกว่าวิ่งเที่ยว
อยากดูที่พักมหาสารคามแบบจัดอันดับก่อนออกทริป
ดู Top 10 ที่พักมหาสารคาม →