🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าจะเที่ยวนครสวรรค์ให้ได้บรรยากาศที่สุด ต้องมาช่วงตรุษจีนปากน้ำโพ งานนี้ไม่ใช่แค่ไหว้เจ้าในศาล แต่เป็นมหกรรมแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่คนทั้งเมืองและคนจากต่างจังหวัดมารวมกัน ปีนี้ (2569) จัดเป็นครั้งที่ 110 ระหว่าง 10–21 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 12 วัน 12 คืน ภายใต้ชื่องาน "110 ปี ตรุษจีนแห่งสีสัน เมืองสวรรค์ 5 ภาษา" จุดที่คนรอคือสองวันแห่ใหญ่ คือ ขบวนแห่กลางคืน (ชิวซา) วันที่ 19 ก.พ. และ ขบวนแห่กลางวัน (ชิวสี่) วันที่ 20 ก.พ. แพลนนี้เลยวางให้มาถึงเย็นวันก่อนแห่ ค้างสองคืน เก็บขบวนกลางคืนและกลางวันให้ครบ
หมายเหตุก่อนเริ่ม วันที่ตรุษจีนเลื่อนตามปฏิทินจันทรคติทุกปี ปกติตกราวปลายมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ถ้าคุณอ่านบทความนี้ในปีอื่น ให้เช็กกำหนดการล่าสุดจากเพจ "ตรุษจีนปากน้ำโพ" หรือ ททท. นครสวรรค์ก่อนวางแผน ตัวงานหลักและลำดับพิธียังคล้ายเดิมทุกปี
งานนี้คืออะไร ทำไมถึงใหญ่ที่สุดในไทย
ย้อนไปกว่าร้อยปี ตลาดปากน้ำโพเคยเกิดอหิวาตกโรคระบาดหนัก คนล้มตายเยอะ ชาวจีนในตลาดเลยอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่ออกมาแห่รอบเมืองเพื่อปัดเป่าโรคภัย พอโรคสงบลง ความศรัทธาก็กลายเป็นประเพณีที่ทำต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่นั้น ชาวจีนหลายกลุ่มทั้งกวางตุ้ง แคะ แต้จิ๋ว และไหหนำ ต่างนำศิลปะของตัวเองมาร่วม ทำให้ขบวนแห่ปากน้ำโพมีทั้งสิงโต มังกร เอ็งกอ ล่อโก๊ว และรำถ้วยรวมอยู่ในงานเดียว
เจ้าที่ชาวปากน้ำโพนับถือหลัก ๆ คือ เจ้าพ่อเทพารักษ์ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม และเจ้าแม่สวรรค์ ประดิษฐานอยู่สองศาล คือศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตลาดปากน้ำโพ และศาลเจ้าแม่หน้าผาริมแม่น้ำปิงทางเหนือของตลาด ทั้งสองศาลคือหัวใจของงาน วันแห่จะอัญเชิญองค์เจ้าออกจากศาลขึ้นเกี้ยวแห่ไปตามถนนให้คนกราบไหว้ขอพรริมทาง
- ขบวนมังกรทอง — ไฮไลต์ที่คนรอ มังกรยาวหลายสิบเมตรเลื้อยกลางถนน คนเชิดวิ่งสลับจังหวะกลอง บางช่วงมีพ่นไฟ ดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่
- ขบวนสิงโต — สิงโตหลายคณะกระโดดเล่นรับอั่งเปา ปีนเสาดอกเหมย เป็นโชว์ที่ได้ลุ้นทุกจังหวะ
- ขบวนเอ็งกอ — นักแสดงแต่งหน้าทาสีเลียนแบบวีรบุรุษจีน ถือไม้พลองเดินเป็นแถว ท่าทางขึงขัง เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้
- ล่อโก๊วและรำถ้วยไหหนำ — วงกลองและฉาบให้จังหวะทั้งขบวน ส่วนรำถ้วย (รำกระถาง) ของชาวไหหนำเป็นการแสดงเก่าแก่ที่หาดูที่อื่นยาก
- เกี้ยวเจ้าพ่อเจ้าแม่ — องค์เจ้าบนเกี้ยวที่คนหามแห่ไปตามถนน คนสองข้างทางตั้งโต๊ะไหว้รอรับขบวน
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว นครสวรรค์ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
Day 0 — มาถึงเย็นวันก่อนแห่ เดินไหว้ศาล ชิมของจีน
มาถึงก่อนวันแห่หนึ่งวันจะสบายกว่ามาก ได้เช็กอินก่อนคนล้น เดินสำรวจเมือง จับจุดยืนดูขบวน และไหว้ศาลแบบไม่ต้องเบียดกับฝูงชน ช่วงนี้ตลาดปากน้ำโพแต่งโคมแดงเต็มไปหมดอยู่แล้ว ถ่ายรูปสวย
เย็นวันก่อนแห่ — ไหว้เจ้า เดินตลาด ชิมของจีน
เคล็ดลับไหว้เจ้า
ถ้าตั้งใจมาไหว้ขอพรจริงจัง เตรียมธูปเทียน ผลไม้ และซองแดงไปเองได้ หรือซื้อชุดไหว้สำเร็จที่ร้านหน้าศาลก็สะดวก เลี่ยงสายของวันแห่เพราะคนแน่นมาก มาไหว้เย็นวันก่อนหน้าจะได้บรรยากาศสงบกว่า
Day 1 — ขบวนแห่กลางคืน (ชิวซา) คืนไฮไลต์
ขบวนกลางคืนหรือ "ชิวซา" (ปี 2569 ตรงกับ 19 ก.พ.) เป็นคืนที่หลายคนชอบที่สุด เพราะมังกรและสิงโตติดไฟวิ่งกลางความมืด มีพลุและแสงสี ดูตื่นตาเป็นพิเศษ กลางวันพักผ่อนเก็บแรง เดินกินของในงาน แล้วไปจับจุดยืนตั้งแต่หัวค่ำ
พักเช้า เดินงานบ่าย ดูขบวนกลางคืน
ดูขบวนกลางคืนให้สนุก
พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ให้เลือกจุดที่มีที่นั่งหรือขอบทางเท้ายืนได้นาน ๆ เตรียมน้ำดื่มและพัดลมมือไป เพราะยืนนานและคนเยอะอาจร้อน ถ้าอยากถ่ายมังกรติดไฟให้สวย เปิดโหมดกลางคืนของมือถือและหาจุดที่ไฟถนนไม่ย้อนเข้ากล้อง
Day 2 — ขบวนแห่กลางวัน (ชิวสี่) แล้วเก็บของฝาก
ขบวนกลางวันหรือ "ชิวสี่" (ปี 2569 ตรงกับ 20 ก.พ.) เป็นขบวนใหญ่ที่เห็นรายละเอียดชัดกว่ากลางคืน ทั้งสีสันชุด เครื่องแต่งกาย รำถ้วยไหหนำ และเกี้ยวเจ้าที่แห่ผ่านให้คนสองข้างทางไหว้ ถ้าชอบถ่ายรูปแบบเห็นหน้าเห็นตา ขบวนกลางวันถ่ายง่ายกว่า
ดูขบวนกลางวัน ไหว้ลาเจ้า ซื้อของฝากกลับ
เรื่องที่จอดรถและการเดินทางช่วงงาน
ช่วงตรุษจีนถนนหลายสายในเมืองปิดเพื่อจัดขบวน รถเข้าไม่ได้และที่จอดเต็มเร็วมาก ถ้าขับรถมาเอง แนะนำจอดนอกเขตงานแล้วเดินเข้า หรือพักที่โรงแรมที่มีที่จอดในตัว เช็กประกาศปิดถนนจากเพจงานล่วงหน้า จะวางแผนจุดจอดได้ดีขึ้น
ของกินจีนในงานที่ต้องลอง
ตรุษจีนปากน้ำโพคือสวรรค์ของคนชอบกิน ทั้งของในซุ้มงานและร้านเก่าแก่ในตลาด นี่คือของจีนที่คนแนะนำกันบ่อยเวลามาช่วงนี้
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากราย
ของขึ้นชื่อประจำเมือง ลูกชิ้นเด้งทำจากปลากรายแท้ น้ำซุปใส กินคู่ทอดมันปลากรายยิ่งเข้ากัน เป็นจานแรกที่คนปากน้ำโพแนะนำ
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเกาะยม
แป้งนุ่มห่อไส้แน่นนึ่งสด ราดน้ำจิ้มและหมูกรอบ เป็นเมนูเฉพาะถิ่นที่หากินที่อื่นยาก ลองแบบต้มยำก็อร่อย
ติ่มซำ-ขนมจีบ-ซาลาเปา
ร้านติ่มซำเก่าแก่ในตลาดปากน้ำโพ นึ่งร้อน ๆ กินกับน้ำชาตอนเช้า ช่วงตรุษจีนคนต่อคิวกันยาว
ข้าวหมูแดง-ข้าวหน้าเป็ด
ร้านสืบทอดหลายรุ่นของเมือง หมูแดงหวานหอม น้ำราดเข้มข้น เป็ดพะโล้นุ่ม เป็นมื้อจีนแบบบ้าน ๆ ที่คนพื้นที่กิน
โมจิปากน้ำโพ-ไดฟูกุ
ของฝากคู่เมือง แป้งโมจินุ่มไส้ถั่ว งา หรือคัสตาร์ด ร้านดั้งเดิมอยู่แถวถนนสวรรค์วิถี ซื้อกลับเป็นของฝากตรุษจีนได้
ขนมเข่ง-ขนมเทียน-ขนมเปี๊ยะ
ขนมมงคลประจำตรุษจีน ช่วงงานมีขายทั่วตลาด ทั้งกินเองและซื้อไหว้เจ้า ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็มหอมมัน
พักที่ไหนดีช่วงตรุษจีน
ช่วงตรุษจีนปากน้ำโพคือไฮซีซันของเมือง โรงแรมในเมืองเต็มเร็วและราคาขึ้นจากปกติ ใครจะมาควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ทำเลที่ดีที่สุดคือในตัวเมืองใกล้เส้นทางขบวน เพราะเดินถึงงานได้ ไม่ต้องลุ้นเรื่องรถ
ในเมืองใกล้ตลาดปากน้ำโพ
เดินถึงศาลเจ้าและเส้นขบวน กลับที่พักง่ายหลังดูขบวนกลางคืน เหมาะกับแพลนนี้ที่สุด แต่จองยากต้องรีบ
โรงแรมมีที่จอดในตัว
ช่วงงานที่จอดหายากมาก โรงแรมที่มีลานจอดของตัวเองช่วยตัดปัญหาไปได้เยอะ ถ้าขับรถมาเอง
ช่วงไหนของงานเหมาะกับใคร
- วันแห่กลางคืน (ชิวซา) — สำหรับคนชอบบรรยากาศ พลุ ไฟ และความคึกคัก มังกรติดไฟดูตื่นตาที่สุด แต่คนแน่นและร้อน
- วันแห่กลางวัน (ชิวสี่) — สำหรับคนชอบถ่ายรูปเห็นรายละเอียด เครื่องแต่งกายและรำถ้วยชัดกว่า เหมาะพาผู้ใหญ่และเด็ก แต่ต้องกันแดด
- วันธรรมดาในช่วงงาน (10–18 ก.พ.) — สำหรับคนไม่อยากเบียดฝูงชน มาไหว้เจ้า เดินตลาด ชมการแสดงบนเวที และชิมของได้สบายกว่า ที่พักหาง่ายกว่าสองวันแห่
- มากับครอบครัวใหญ่ — เลือกค้างในเมือง เดินเที่ยวเป็นหลัก เลี่ยงขับรถเข้าเขตงาน และนัดจุดนัดพบเผื่อพลัดหลงเพราะคนเยอะ
ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ต่อคน
งบสองคืนช่วงตรุษจีนต่อคน ไม่รวมค่าเดินทางมานครสวรรค์ ประมาณนี้ ที่พักช่วงงานราคาขึ้น คืนละราว 900–1,800 บาทต่อห้อง (หารกันแล้วถูกลง) ค่าอาหารและของกินในงานทั้งทริปราว 600–1,000 บาท ค่าเครื่องไหว้และของฝากแล้วแต่ซื้อ ราว 300–600 บาท รวมเที่ยวสองคืนตกราว 1,800–3,000 บาทต่อคน ขึ้นกับว่าจองที่พักได้เร็วแค่ไหน
อยากได้รายละเอียดที่พักและร้านกินทั้งเมือง
ดูคู่มือเที่ยวนครสวรรค์ →