🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ขอปูภาพรวมก่อน หนองคายอยู่ติดชายแดนลาว เมืองเล็ก จังหวะช้า จุดเด่นเกาะอยู่ริมแม่น้ำโขง ส่วนอุดรธานีอยู่ถัดลงมาทางใต้ราว 53 กม. เป็นเมืองศูนย์กลางของภาคที่ใหญ่และคึกคักกว่า มีสนามบินนานาชาติ หลายคนบินลงอุดรฯ แล้วค่อยกระจายไปเที่ยวรอบ ๆ ทริปนี้เลยวางทิศทางจากเหนือลงใต้ คือเริ่มที่หนองคายก่อนแล้วค่อยไหลลงอุดร เพื่อให้วันสุดท้ายอยู่ใกล้สนามบิน กลับบ้านสะดวก ส่วนทะเลบัวแดงอยู่ที่อำเภอกุมภวาปี ห่างจากตัวเมืองอุดรไปทางใต้อีกราว 40 กม. ต้องตื่นเช้าหน่อยเพราะดอกบัวหุบตอนสาย
ทะเลบัวแดงบานช่วงไหน ต้องวางทริปยังไง
เรื่องนี้ต้องบอกตรง ๆ ก่อนวางแผน ทะเลบัวแดงไม่ได้บานทั้งปี ดอกบัวจะเริ่มบานช่วงปลายฝนต้นหนาวราวเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม และบานสะพรั่งที่สุดช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ถ้ามานอกหน้านี้ น้ำในหนองหานยังเป็นแค่ผืนน้ำเปล่า ไม่มีดอกให้ดู เพราะฉะนั้นทริปนี้เหมาะมากกับช่วงหน้าหนาว ส่วนหนองคายกับเมืองอุดรเที่ยวได้ทั้งปี
ตื่นเช้าคือหัวใจ
ดอกบัวแดงบานเต็มที่เฉพาะตอนเช้า แล้วจะค่อย ๆ หุบเมื่อแดดแรงขึ้น เรือออกตั้งแต่ราว 6:00 ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือ 6:00–9:00 ถ้าไปสายเกิน 10–11 โมงดอกจะหุบไปเยอะ เลยควรพักคืนสุดท้ายให้ใกล้กุมภวาปีหรือตื่นแต่เช้ามืดจากตัวเมืองอุดร
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว หนองคาย ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — หนองคาย ริมโขงและตลาดท่าเสด็จ
เริ่มที่หนองคายริมโขง
วันที่ 2 — ไหว้พระหนองคาย แล้วย้ายฐานลงเมืองอุดร
หนองคายช่วงเช้า ลงอุดรช่วงบ่าย
เรื่องการเดินทางหนองคาย-อุดร
ถ้าไม่ได้เช่ารถ ทางที่ลื่นที่สุดคือรถไฟ ใช้เวลาแค่ราว 40 นาทีระหว่างสถานีหนองคายกับอุดรธานี แต่รอบรถไฟมีจำกัด เช็กตารางการรถไฟ (railway.co.th) ล่วงหน้า ส่วนรถตู้ออกถี่กว่าแต่ขึ้นกับจราจร ถ้ามีรถส่วนตัวจะคล่องสุดโดยเฉพาะวันสุดท้ายที่ต้องไปทะเลบัวแดงเช้ามืด
วันที่ 3 — ทะเลบัวแดงเช้าตรู่ แล้วเที่ยวเมืองอุดรก่อนกลับ
ไฮไลต์ทะเลบัวแดง
ถ้ามีวันที่ 4 หรืออยากเปลี่ยนซีน
ถ้าเที่ยวทะเลบัวแดงเสร็จเร็วและยังมีแรง สามารถต่อไปคำชะโนด (ป่าคำชะโนด อ.บ้านดุง) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานพญานาค เปิดราว 6:00–18:00 หรือไปพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง อ.หนองหาน แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ เปิดราว 9:00–16:00 แต่ทั้งสองที่อยู่คนละทิศและไกลพอควร ควรมีรถและเผื่อเวลา
ของกินสองจังหวัดที่ควรลองในทริปนี้
ทั้งหนองคายและอุดรเป็นเมืองที่ผสมวัฒนธรรมอีสานกับเวียดนามเข้าด้วยกัน ของกินเลยซ้อนกันบ้างแต่ก็มีของเด่นคนละแบบ นี่คือเมนูและร้านที่คนพื้นที่ไปจริง เรียงตามลำดับที่อยากให้ลองในทริปข้ามจังหวัดนี้
VT แหนมเนือง — อุดรธานี
ร้านเวียดนามต้นตำรับเจ้าดังที่สุดของอุดร สาขาโพศรีเคยได้บิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ แหนมเนืองหมูนุ่ม หอมย่างกำลังดี เสิร์ฟกับผักสดจัดเต็ม สั่งหมูยอเอ็นแก้วคู่ได้
แดงแหนมเนือง — หนองคาย
เจ้าดังฝั่งหนองคาย แหนมเนืองทำสดวันต่อวัน เสียบไม้ย่างเตาถ่านแบบโบราณ คนมาหนองคายส่วนใหญ่แวะร้านนี้ ลองเทียบกับ VT ได้ว่าชอบแบบไหน
ปลาแม่น้ำโขง — ร้านริมโขงหนองคาย
เมืองริมโขงต้องลองปลาน้ำจืด ทั้งต้มยำ ลาบปลา หรือทอดราดพริก เนื้อปลาสดจากแม่น้ำ กินคู่วิวโขงตอนเย็นยิ่งเข้ากัน
อาหารอีสานเมืองอุดร
อุดรเป็นเมืองอีสานแซ่บนัวตัวจริง ส้มตำ ลาบ ก้อย คอหมูย่าง รสจัด หาได้ทั่วเมือง กินคู่ข้าวเหนียวเย็น ๆ
ขนมปังปาเต้ — ตลาดท่าเสด็จ
ขนมปังแป้งกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ตับบดและหมูยอ อิทธิพลอาหารเวียดนาม กินเล่นเดินตลาดริมโขงได้เพลิน
กุ้งพันอ้อย
เนื้อกุ้งบดพันรอบท่อนอ้อยแล้วย่าง หอมหวานนิด ๆ มักสั่งคู่แหนมเนืองทั้งร้านหนองคายและอุดร
คาเฟ่ริมสวนหนองประจักษ์
ย่านริมสวนหนองประจักษ์มีคาเฟ่หลายร้าน นั่งจิบกาแฟหรือมัทฉะมองวิวหนองน้ำและเป็ดยางเหลือง เหมาะพักช่วงเย็น
กาแฟตึกเก่ากลางเมืองหนองคาย
คาเฟ่ในตึกโคโลเนียลอายุร่วมร้อยปี บรรยากาศคล้ายหลวงพระบาง เหมาะนั่งพักหลบแดดบ่ายระหว่างเดินเที่ยวริมโขง
ปอเปี๊ยะทอด
ปอเปี๊ยะไส้แน่นทอดกรอบ จิ้มน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน ของทานเล่นยอดนิยมในร้านเวียดนามทั้งสองเมือง
หมูยอ-แหนม ของฝากสองเมือง
ของฝากเด็ดที่ต้องหิ้วกลับ หมูยอเนื้อแน่น แหนมรสเปรี้ยวกำลังดี หาซื้อได้ทั้งตลาดท่าเสด็จหนองคายและร้านของฝากในเมืองอุดร
จุดเที่ยวหลักในแพลนข้ามจังหวัด
ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี
บึงน้ำกว้างที่ดอกบัวแดง-ชมพูบานเต็มผืนช่วงหน้าหนาว ล่องเรือชมตอนเช้าตรู่ ไฮไลต์ของทริปนี้
ลานพญานาคริมโขง หนองคาย
แลนด์มาร์กพญานาคคู่หน้าวัดลำดวน ติดตลาดท่าเสด็จ เดินรับลมเย็นและดูพระอาทิตย์ตกฝั่งลาวได้
ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก)
อุทยานเทวาลัยปูนปั้นกว่า 200 องค์ บนพื้นที่ 42 ไร่ มุมแปลกตา ห่างเมืองหนองคายราว 3 กม.
วัดโพธิ์ชัย (หลวงพ่อพระใส)
วัดคู่เมืองหนองคายอายุราว 300 ปี ที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระศักดิ์สิทธิ์ของชาวสองฝั่งโขง
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม
สวนกลางเมืองอุดรรอบหนองน้ำใหญ่ มีเป็ดยางเหลืองเป็นแลนด์มาร์ก ที่พักผ่อนยอดนิยมของคนเมือง
พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
อาคารโคโลเนียลสีเหลืองเก่าแก่กลางเมือง เล่าประวัติเมืองอุดร เข้าฟรี ปิดวันจันทร์
เดินทางและจัดทริปยังไงให้ลื่น
- ทิศทางทริป — เริ่มหนองคายก่อนแล้วไหลลงอุดร เพราะวันสุดท้ายต้องไปทะเลบัวแดงทางใต้ของเมืองอุดร แล้วกลับสนามบินอุดรได้พอดี
- ระหว่างสองเมือง — รถไฟหนองคาย-อุดรใช้เวลาราว 40 นาที หรือรถตู้ออกทุกชั่วโมงค่าเริ่มราว 60 บาท ระยะทางราว 53 กม.
- ในตัวเมืองหนองคาย — จุดริมโขง ลานพญานาค ตลาดท่าเสด็จ เดินถึงกันได้ ส่วนศาลาแก้วกู่นอกเมืองนิดหน่อย ควรมีรถ
- ไปทะเลบัวแดง — อยู่ที่กุมภวาปี ห่างเมืองอุดรราว 40 กม. ควรมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ เพราะต้องออกเช้ามืดก่อนดอกบัวหุบ
- ข้ามไปเวียงจันทน์ — ถ้ามีวันเพิ่ม ข้ามด่านที่สะพานมิตรภาพไปเที่ยวฝั่งลาวได้ เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม
บอกกันตรง ๆ
เสน่ห์ของสองเมืองนี้คนละแบบ หนองคายช้าและสงบ เน้นบรรยากาศริมโขง ส่วนอุดรคึกคักแบบเมืองใหญ่ มีของกินและคาเฟ่ให้เลือกเยอะกว่า ถ้ามาผิดฤดูทะเลบัวแดงจะเห็นแค่ผืนน้ำเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าตั้งใจมาเพื่อทุ่งบัว ต้องเล็งหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) เป็นหลัก
งบประมาณโดยประมาณ 3 วัน 2 คืน
- ที่พัก 2 คืน — คืนแรกหนองคายริมโขง คืนสองในเมืองอุดร โรงแรม/เกสต์เฮาส์เริ่มราว ฿500–1,500 ต่อคืน
- ค่ากิน — มื้อหลักร้านเวียดนาม/อีสาน ราว ฿150–300 ต่อมื้อ บวกของกินเล่นตลาดและคาเฟ่
- ค่าเรือทะเลบัวแดง — เรือเล็กราว ฿150 ต่อคน หรือเรือใหญ่ราว ฿600 ต่อลำ (หารกันได้ถ้าไปหลายคน)
- ค่าเข้าสถานที่ — ศาลาแก้วกู่ ฿20 ที่เหลือส่วนใหญ่เข้าฟรี (วัด สวน พิพิธภัณฑ์เมืองอุดร ลานพญานาค)
- เดินทางระหว่างเมือง — รถไฟ/รถตู้หลักสิบถึงร้อยต้น ๆ บวกค่าเหมารถไปทะเลบัวแดงเช้ามืด
- รวมต่อคน — เที่ยวสบาย ๆ ไม่ฟุ่มเฟือย ราว ฿2,500–4,000 ต่อคน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินเข้าจังหวัด)
อยากได้ที่พักริมโขงหนองคายทำเลดี เดินเที่ยวตลาดท่าเสด็จได้สบาย
ดู Top 10 โรงแรมหนองคาย →