🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ปายอยู่ห่างจากเชียงใหม่ราว 135 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาขับ 3–4 ชั่วโมงเพราะเป็นถนนภูเขาทางหลวง 1095 ที่มีโค้งรวมกัน 762 โค้ง คนเมารถง่ายควรเตรียมยาไว้ก่อน ถ้าไม่อยากขับเอง มีรถตู้ Prempracha ออกจากสถานีอาเขต (Arcade) เชียงใหม่ทุกชั่วโมง ตั้งแต่เช้าถึงเย็น แวะพักครึ่งทางหนึ่งจุด แผน 3 วัน 2 คืนนี้คิดจากเวลามาถึงปายช่วงบ่ายวันแรก แล้วเก็บที่เที่ยววันที่ 2 แบบเต็มวัน ก่อนกลับสายวันที่ 3
สิ่งที่ควรรู้ก่อนวางแผน คือทะเลหมอกและวิวภูเขาขึ้นอยู่กับสภาพอากาศจริง บางเช้าหมอกหนาสวยมาก บางเช้าก็โล่งไม่มีหมอกเลย ช่วงที่หมอกสวยที่สุดคือพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนเดือนมีนาคมถึงเมษายนเป็นช่วงเผาในภาคเหนือ มักมีหมอกควันบดบังวิวและมีผลต่อการหายใจ ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง
ภาพรวมแผน 3 วัน 2 คืน
- วันที่ 1 — เดินทางถึงปายช่วงบ่าย เก็บกระเป๋า นั่งคาเฟ่ริมน้ำ ขึ้นพระใหญ่วัดพระธาตุแม่เย็นดูพระอาทิตย์ตก แล้วเดินถนนคนเดิน
- วันที่ 2 — เต็มวันสายธรรมชาติ เริ่มทะเลหมอกหยุนไหลตอนเช้า ต่อสันติชล น้ำตกปั๊มบก สะพานไม้ไผ่บุญโขกู้โส่ ปิดท้ายด้วยน้ำพุร้อนหรือ Pai Canyon ตอนเย็น
- วันที่ 3 — มื้อเช้าสบาย ๆ แวะสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ซื้อของฝาก แล้วเดินทางกลับ
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ปาย ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — ถึงปาย พระใหญ่ตอนเย็น ถนนคนเดิน
มาถึงแบบสบาย ๆ เก็บวิวเมืองตอนเย็น
เรื่องที่พัก
ปายช่วงไฮซีซัน (พ.ย.–ก.พ.) คนเยอะและที่พักริมน้ำเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า ส่วนหน้าฝนกับหน้าเผาคนน้อยลง ราคาถูกลงแต่ต้องแลกกับสภาพอากาศ ดูตัวเลือกที่พักได้ที่ลิงก์ท้ายบทความ
วันที่ 2 — ทะเลหมอก สันติชล น้ำตก สะพานไม้ไผ่
วันนี้คือวันหลักของทริป จุดเที่ยวกระจายอยู่รอบเมืองในรัศมีไม่เกิน 12 กิโลเมตร เหมาะกับการขับมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์เก็บเป็นวงรอบ แต่ถนนรอบปายหลายเส้นเป็นทางเขาแคบและคดเคี้ยว ถ้าขับมอเตอร์ไซค์ไม่ชำนาญให้ขับช้า ๆ และระวังเป็นพิเศษช่วงทางลงเขา
สายธรรมชาติเต็มวัน เริ่มเช้าเก็บหมอก
ขับรถรอบปายให้ปลอดภัย
เติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกจากเมือง ปั๊มในเมืองมีจำกัด ถ้าเช่ามอเตอร์ไซค์ให้ตรวจเบรกและยางก่อนรับรถ สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง และอย่าขับตอนกลางคืนบนถนนเขาเพราะไฟทางน้อยมาก
วันที่ 3 — มื้อเช้าสบาย สะพานประวัติศาสตร์ แล้วกลับ
เก็บที่เหลือก่อนลาเมือง
สรุปค่าเข้าและงบประมาณคร่าว ๆ
- หยุนไหล 20 บาท · สันติชล เข้าหมู่บ้านฟรี (จุดชมวิวคิดแยก)
- น้ำตกปั๊มบก 100 บาท · สะพานไม้ไผ่บุญโขกู้โส่ 30 บาท
- น้ำพุร้อนท่าปาย คนไทย 50 บาท / ต่างชาติ 300 บาท
- พระใหญ่วัดพระธาตุแม่เย็น และ สะพานประวัติศาสตร์ เข้าฟรี
- เช่ามอเตอร์ไซค์ ราว 150–250 บาท/วัน + ค่าน้ำมัน · รถตู้ไป–กลับเชียงใหม่ ราว 150–200 บาท/เที่ยว
ราคาเป็นค่าประมาณ
ค่าเข้าและค่าเช่าอาจปรับขึ้นได้ตามช่วงเวลาและผู้ดูแลแต่ละจุด ควรเตรียมเงินสดย่อยไว้ เพราะหลายจุดรับเฉพาะเงินสด
ช่วงไหนควรไป
ช่วงที่ดีที่สุดคือพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น ทะเลหมอกขึ้นบ่อย ทุ่งนายังเขียวต้นหนาว แต่เป็นไฮซีซันที่คนเยอะและที่พักแพง ส่วนเดือนมีนาคมถึงเมษายนมีหมอกควันจากการเผาในภาคเหนือ วิวภูเขามักขุ่นมัวและกระทบการหายใจ ควรเลี่ยง หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) ทุ่งนาเขียวจัด น้ำตกน้ำเยอะ คนน้อย ราคาถูก แต่ต้องระวังถนนลื่นและทางเขาเปียก
อยากได้ที่พักทำเลดีในปายไว้เป็นฐานเที่ยว
ดู 10 ที่พักปายแนะนำ →