🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พนมรุ้งเป็นปราสาทขอมที่สร้างบนปากปล่องภูเขาไฟดับ ตัวปราสาทถูกวางแกนหลักในแนวตะวันออก–ตะวันตก ตั้งแต่ซุ้มประตูด้านนอกสุด ทางเดิน ระเบียงคด ไปจนปรางค์ประธานตรงกลาง ช่องประตูทั้งหมดเรียงร้อยอยู่บนเส้นตรงเดียว รวมแล้ว 15 ช่อง ปีหนึ่งจะมีอยู่ไม่กี่วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ตรงแนวแกนนี้พอดี แล้วลำแสงจะพุ่งทะลุประตูทุกบานจนสุดถึงห้องครรภคฤหะ คนที่ยืนอยู่ปลายแกนจะเห็นดวงอาทิตย์ลอยอยู่กลางกรอบประตูซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
เรื่องนี้ไม่ใช่ตำนานเล่าต่อ ๆ กัน แต่เป็นการคำนวณทางดาราศาสตร์ที่ช่างโบราณวางไว้จริง และยังเกิดซ้ำได้ทุกปีจนถึงทุกวันนี้ เลยกลายเป็นช่วงพีกของการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ ที่คนจองที่พักล่วงหน้าและไปยืนรอกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ปรากฏการณ์เกิดปีละ 4 ครั้ง แบ่งเป็นขึ้นกับตก
หัวใจที่หลายคนสับสนคือ ปรากฏการณ์นี้มี 2 แบบ คือ พระอาทิตย์ขึ้นลอดประตู (ดูตอนเช้ามืด หันหน้าไปทางทิศตะวันออก) กับ พระอาทิตย์ตกลอดประตู (ดูตอนเย็น หันหน้าไปทางทิศตะวันตก) อย่างละ 2 ช่วงต่อปี รวมเป็น 4 ครั้ง ช่วงเวลาคร่าว ๆ ที่อิงปฏิทินปีล่าสุดเป็นแบบนี้:
- พระอาทิตย์ขึ้นลอดประตู ครั้งที่ 1 — ราว 3–5 เมษายน ดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ 05:55–06:00 น. ตรงกับช่วงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง คนเยอะที่สุดของปี
- พระอาทิตย์ขึ้นลอดประตู ครั้งที่ 2 — ราว 8–10 กันยายน ดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ 05:55–06:00 น. คนน้อยกว่าเมษายนแต่ก็ยังเยอะ
- พระอาทิตย์ตกลอดประตู ครั้งที่ 1 — ราว 5–7 มีนาคม ดวงอาทิตย์ตกประมาณ 17:55–18:15 น. ดูตอนเย็น ไม่ต้องตื่นเช้ามืด
- พระอาทิตย์ตกลอดประตู ครั้งที่ 2 — ราว 5–7 ตุลาคม ดวงอาทิตย์ตกประมาณ 17:55–18:15 น. เริ่มจับจองพื้นที่หน้าปราสาทตั้งแต่ราว 17:30 น.
วันที่ขยับได้ทุกปี เช็กก่อนเสมอ
วันและเวลาด้านบนเป็นกรอบคร่าว ๆ ที่ใช้ได้แทบทุกปี แต่ตัวเลขจริงขยับได้วันสองวันตามการคำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์ของกรมศิลปากร ก่อนวางแผนเดินทางให้เช็กประกาศจากอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือเพจ ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ทุกครั้ง โทรถามที่อุทยานได้ที่ 044-666251
อยากเที่ยว บุรีรัมย์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ขึ้นหรือตก แบบไหนเหมาะกับเรา
ถ้าเลือกได้และไม่กลัวตื่นเช้า รอบพระอาทิตย์ขึ้นเดือนเมษายนเป็นรอบที่บรรยากาศแน่นที่สุด เพราะตรงกับงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง มีขบวนแห่ การแสดงแสงสีเสียง และตลาดวัฒนธรรมประกอบ แต่แลกมาด้วยคนเยอะมากและอากาศร้อนช่วงสงกรานต์ ส่วนรอบพระอาทิตย์ตกเดือนมีนาคมกับตุลาคมเหมาะกับคนที่ไม่อยากตื่นตีสาม เพราะแค่ไปรอช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็นก็ทัน เดินขึ้นสบายกว่า และแสงเย็นถ่ายรูปออกมานวลกว่าด้วย
รอบพระอาทิตย์ขึ้น เมษายน
บรรยากาศงานประเพณีเต็มรูปแบบ มีขบวนแห่และการแสดง แต่คนแน่นสุดและอากาศร้อน ต้องไปถึงตั้งแต่ตี 4–ตี 5
รอบพระอาทิตย์ขึ้น กันยายน
ภาพแสงลอดประตูเหมือนกัน แต่คนน้อยกว่าเมษายน อยู่ปลายฝน ฟ้าอาจปิดง่าย เป็นความเสี่ยงที่ต้องลุ้น
รอบพระอาทิตย์ตก มีนาคม
ดูตอนเย็น ไม่ต้องตื่นเช้ามืด ไปรอช่วงบ่ายแก่ก็ทัน แสงเย็นนวลถ่ายรูปสวย เป็นรอบที่เดินขึ้นสบายที่สุด
รอบพระอาทิตย์ตก ตุลาคม
ดูตอนเย็นเหมือนมีนาคม อากาศเริ่มเย็นสบาย แต่อยู่ช่วงปลายฝนเหมือนกัน ต้องเผื่อใจเรื่องเมฆ
ไปยืนตรงไหนถึงจะเห็นแสงลอดทั้ง 15 บาน
จุดสำคัญคือต้องยืนให้อยู่บนแกนกลางของปราสาท เพราะแสงจะลอดเป็นเส้นตรงเส้นเดียว ถ้ายืนเยื้องออกข้างจะเห็นแค่บางประตู ไม่ทะลุทั้งแนว สำหรับรอบพระอาทิตย์ขึ้น คนจะไปออกันด้านในปราสาทแล้วมองย้อนออกไปทางประตูทิศตะวันออก ส่วนรอบพระอาทิตย์ตก จะกลับด้าน คือไปยืนรอที่ลานหน้าปราสาทด้านทิศตะวันออกแล้วมองทะลุประตูไปทางทิศตะวันตก เจ้าหน้าที่จะกั้นแนวและจัดคิวจุดยืนหลักไว้ให้ ไปถึงเร็วเท่าไรก็ยิ่งได้ตำแหน่งกลางแกนมากเท่านั้น
- ยืนบนแกนกลาง — ตำแหน่งทองคือกึ่งกลางแนวประตู มองตรงเข้าไปจะเห็นกรอบประตูซ้อนกันเป็นอุโมงค์
- รอบขึ้น มองออกทางทิศตะวันออก — อยู่ด้านในปราสาทแล้วหันหน้าออกหาดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น
- รอบตก มองเข้าทางทิศตะวันตก — รอที่ลานหน้าปราสาทด้านตะวันออก มองทะลุประตูไปหาดวงอาทิตย์ที่กำลังตก
- ทำตามแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ — ช่วงพีกคนเยอะมาก มีการจัดโซนและคิว อย่าฝ่าแนวเพราะจะบังคนอื่นและภาพรวมเสีย
เผื่อใจเรื่องฟ้าปิดไว้ก่อน
ปรากฏการณ์นี้ขึ้นกับอากาศล้วน ๆ ถ้ามีเมฆบังขอบฟ้าตรงจังหวะที่ดวงอาทิตย์โผล่หรือกำลังลับ ก็จะไม่เห็นแสงลอดชัด มีหลายปีที่คนไปรอทั้งคืนแล้วฟ้าปิดจนพลาด ถือเป็นเรื่องปกติของการดูปรากฏการณ์ธรรมชาติ แนะนำให้คิดว่าได้มาเที่ยวปราสาทตอนเช้ามืดหรือตอนเย็นที่บรรยากาศดีอยู่แล้ว ถ้าได้เห็นแสงลอดถือเป็นโบนัส จะได้ไม่ผิดหวังเกินไป
แพลนวันไปชมรอบพระอาทิตย์ขึ้น (เมษายน/กันยายน)
รอบขึ้นคือรอบที่ต้องวางแผนหนักสุด เพราะต้องไปถึงก่อนฟ้าสว่าง และคนเยอะ นี่คือไทม์ไลน์ที่ใช้ได้จริง โดยอิงว่าพักในตัวเมืองบุรีรัมย์หรือแถวนางรอง:
เตรียมของและนอนหัวค่ำ
ตื่นเช้ามืดขึ้นไปรอแสง
แพลนวันไปชมรอบพระอาทิตย์ตก (มีนาคม/ตุลาคม)
รอบตกสบายกว่ามาก ไม่ต้องตื่นเช้ามืด ไปช่วงบ่ายแก่ ๆ เที่ยวปราสาทให้พอแล้วค่อยรอแสงเย็น เหมาะกับคนที่เที่ยวบุรีรัมย์อยู่แล้วและอยากแวะดูปรากฏการณ์โดยไม่ต้องอดนอน:
เที่ยวปราสาทก่อนรอแสง
ของที่ควรเตรียมไป
- ไฟฉายหรือไฟมือถือ — สำหรับรอบขึ้นที่ขึ้นเขาตอนมืด ทางหินขรุขระต้องส่องทาง
- เสื้อคลุมบาง ๆ — เช้ามืดและหลังพระอาทิตย์ตกบนเขาลมเย็น โดยเฉพาะเดือนตุลาคม
- น้ำดื่มและหมวก — รอบเมษายนแดดแรงมากหลังฟ้าสว่าง บนยอดไม่มีร่ม
- รองเท้าเดินถนัด พื้นไม่ลื่น — มีบันได 52 ขั้นและทางหิน ช่วงปลายฝนหินลื่น
- กล้องหรือมือถือชาร์จเต็ม + ขาตั้งเล็ก — แสงพีกสั้นมาก ตั้งกล้องรอไว้ก่อนจะได้ภาพคมกว่า
- เงินสดย่อย — ค่าเข้าและร้านค้าเชิงเขาบางร้านรับแต่เงินสด
ที่พักและของกินใกล้พนมรุ้ง
พนมรุ้งอยู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ราว 70 กิโลเมตร ที่พักใกล้สุดกระจุกอยู่แถวอำเภอนางรองและรอบเชิงเขา มีตั้งแต่รีสอร์ตเล็ก ๆ ไปจนโฮมสเตย์ ส่วนคนที่อยากได้โรงแรมเลือกได้หลากหลายกว่าควรพักในตัวเมืองบุรีรัมย์แล้วตื่นมาขับ ช่วงงานประเพณีที่พักรอบเขาเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ส่วนของกินช่วงเช้ามืดมีร้านกาแฟและของกินเล่นตั้งขายที่เชิงเขาและในงาน แต่ถ้าอยากกินจริงจังแนะนำกลับมากินในเมืองหรือแวะนางรอง
ถ้ามาเป็นทริปเที่ยวบุรีรัมย์เต็ม ๆ จัดวันดูปรากฏการณ์ไว้วันแรกแล้วค่อยไล่เที่ยวปราสาทเมืองต่ำ เขากระโดง และของกินในเมืองวันถัด ๆ ไปจะลงตัวกว่า เพราะวันที่ดูแสงตอนเช้าจะเหนื่อยและง่วงพอสมควร
วางแผนเที่ยวบุรีรัมย์ให้ครบทั้งปราสาท สนามบอล และของกิน
ดูคู่มือเที่ยวบุรีรัมย์ →