🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ทริปนี้วางให้จุดธรรมชาติที่ต้องตื่นเช้าอยู่วันแรก เพราะทะเลน้อยต้องไปเช้าจริง ๆ ดอกบัวแดงบานเฉพาะตอนเช้าแล้วหุบตอนสาย ส่วนวันที่สองค่อยเป็นวันสบาย เดินเมืองเก่า ดูวังเจ้าเมือง แล้วปิดด้วยซีฟู้ดริมทะเลสาบที่หาดลำปำก่อนกลับ จุดเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองและไม่ไกลกันมาก ขับรถระหว่างจุดราว 15–40 นาที
ก่อนเริ่ม: พัทลุงไม่มีสนามบินของตัวเอง คนส่วนใหญ่บินลงหาดใหญ่แล้วต่อรถราว 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือนั่งรถไฟสายใต้ลงสถานีพัทลุงซึ่งอยู่กลางเมืองพอดี ในเมืองมีรถสองแถวแต่ไม่ทั่วถึงจุดเที่ยว แนะนำเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ไว้ใช้ในวัน จะคล่องกว่ามาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ต้องรีบไปทะเลน้อย
ภาพรวมทริป 2 วัน 1 คืน
- วันที่ 1 — สายธรรมชาติ ตื่นเช้า: ล่องเรือทะเลน้อยชมบัวแดง–ควายน้ำ–นกน้ำตอนเช้า กลับมาพิชิตเขาอกทะลุ พักช่วงบ่ายแดดแรง แล้วปิดวันที่หาดลำปำช่วงเย็น
- วันที่ 2 — เมืองเก่า ของกิน ก่อนกลับ: เดินตลาดเช้า–ย่านเมืองเก่า ดูวังเจ้าเมืองพัทลุง แวะคาเฟ่ แล้วกินซีฟู้ดมื้อเที่ยงริมทะเลสาบก่อนขึ้นทาง
- งบประมาณคร่าว ๆ: ค่าเรือทะเลน้อยเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สุด เหมาลำหางยาวราว ฿1,000–1,200 นั่งได้หลายคน เฉลี่ยถูกลงถ้าไปกันหลายคน รวมที่พัก อาหาร น้ำมัน ต่อคนแบบประหยัดอยู่ราว ฿1,500–2,500 ตลอดทริป
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว พัทลุง ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — ทะเลน้อย เขาอกทะลุ หาดลำปำ
วันแรกคือวันที่ต้องตื่นเช้าที่สุดของทริป ทะเลน้อยอยู่ที่อำเภอควนขนุน ห่างตัวเมืองพัทลุงราว 30 กิโลเมตร ขับราว 40 นาที ควรออกจากที่พักก่อนฟ้าสว่างเพื่อให้ทันลงเรือตอนแสงเช้ากำลังสวยและดอกบัวยังบานเต็มผืนน้ำ
ทะเลน้อย–เขาอกทะลุ–หาดลำปำ
ทะเลน้อยต้องไปเช้าจริง
ดอกบัวแดงจะบานเฉพาะช่วงเช้าแล้วเริ่มหุบหลังเที่ยง ถ้าไปสายจะเห็นแต่ใบบัว ช่วงที่ดอกแน่นสุดคือกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ส่วนนกน้ำกับควายน้ำเห็นได้เกือบทั้งปี ถ้าไปนอกฤดูบัวก็ยังคุ้มที่จะล่องเรือ
พักที่ไหนในพัทลุง
ที่พักในพัทลุงส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในเขตเทศบาลเมือง เป็นโรงแรมและรีสอร์ตขนาดเล็กถึงกลาง ราคาเป็นมิตร พักในเมืองจะสะดวกที่สุด ทั้งหาของกินตอนค่ำ อยู่ใกล้เขาอกทะลุและสถานีรถไฟ และออกไปทะเลน้อยตอนเช้าได้ไม่ลำบาก อีกทางเลือกคือรีสอร์ตริมน้ำแถวปากประ–ลำปำ บรรยากาศดีแต่ต้องมีรถ
- โซนในเมือง (รอบสถานีรถไฟ–ตลาด): สะดวกสุด เดินหาของกินตอนค่ำได้ ใกล้เขาอกทะลุ ออกทะเลน้อยตอนเช้าง่าย
- โซนปากประ–ลำปำ: รีสอร์ตริมน้ำวิวสวย ใกล้ทะเลน้อยและหาดลำปำ เหมาะคนมีรถและอยากตื่นมาเจอวิวน้ำ
- ช่วงราคา: ห้องพักทั่วไปเริ่มราว ฿500–900 ส่วนรีสอร์ตริมน้ำและโรงแรมระดับกลางอยู่ราว ฿1,000–1,800 ต่อคืน
ดูที่พักในพัทลุงแบบจัดอันดับ พร้อมราคาและรีวิวจริง
ดู Top 10 โรงแรมพัทลุง →วันที่ 2 — เมืองเก่า วังเจ้าเมือง ก่อนกลับ
วันที่สองเป็นวันสบาย ไม่ต้องตื่นเช้ามาก เริ่มจากของกินเช้าในเมือง เดินดูย่านเก่าและวังเจ้าเมืองพัทลุงที่ลำปำ แวะคาเฟ่ แล้วปิดท้ายด้วยมื้อเที่ยงซีฟู้ดริมทะเลสาบก่อนขับกลับ จังหวะวันนี้เผื่อเวลาเดินทางขากลับได้พอดี ไม่ต้องเร่ง
เมืองเก่า–วังเจ้าเมือง–ของฝาก
เผื่อเวลาขากลับ
ถ้าจะบินกลับจากหาดใหญ่ เผื่อเวลาขับจากพัทลุงราว 1 ชั่วโมงครึ่งบวกเวลาเช็กอิน ส่วนใครนั่งรถไฟ สถานีพัทลุงอยู่กลางเมืองเดินถึงได้จากย่านเก่า เช็กรอบขบวนสายใต้ล่วงหน้า เพราะบางช่วงเวลาห่างกันหลายชั่วโมง
ปรับแผนตามสไตล์
สายธรรมชาติเต็มที่
เพิ่มน้ำตกไพรวัลย์หรือเขาปู่–เขาย่า ตัดย่านเมืองเก่าวันสองออก เปลี่ยนเป็นเดินป่าเบา ๆ และแช่น้ำตกแทน
สายวัด–วัฒนธรรม
เสริมวัดเขียนบางแก้ว วัดเก่าแก่ของเมือง และดูการแสดงหนังตะลุง–มโนราห์ ถ้ามีรอบในช่วงที่ไป
สายชิลริมน้ำ
ไม่อยากขึ้นเขา ตัดเขาอกทะลุออก อยู่แช่บรรยากาศปากประ–ลำปำ นั่งคาเฟ่ริมน้ำ กินซีฟู้ดยาว ๆ ทั้งสองวัน
ช่วงไหนเที่ยวพัทลุงดีที่สุด
ถ้าอยากเห็นทะเลบัวแดงเต็มผืนน้ำ ช่วงที่ดีที่สุดคือกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ดอกบัวสายบานแน่นสุดในตอนเช้า อากาศหน้าร้อนของภาคใต้แดดแรง ควรเที่ยวกลางแจ้งช่วงเช้าและเย็น ส่วนเขาอกทะลุและหาดลำปำเที่ยวได้เกือบทั้งปี ช่วงที่ควรเลี่ยงคือหน้าฝนหนักของภาคใต้ราวเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ฝนชุกและบันไดขึ้นเขาอาจลื่น ถ้าไปช่วงนั้นเช็กพยากรณ์อากาศและเผื่อแผนสำรองในร่มไว้
อยากได้แผนเที่ยวพัทลุงแบบครบทั้งจังหวัด
ดูคู่มือเที่ยวพัทลุง →