🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ก่อนเริ่ม บอกภาพรวมเส้นทางให้เห็นก่อน วันแรกเรากองอยู่ที่ เขาค้อ ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมืองเพชรบูรณ์ที่สุด (เลี้ยวเข้าทางหลวง 2258 ที่สามแยกนางั่ว) เช้าวันที่สองขยับขึ้น ภูทับเบิก ซึ่งอยู่ห่างจากเขาค้อราว 86 กิโลเมตรไปทางหล่มเก่า แล้ววันสุดท้ายค่อยลงใต้มาทางทางหลวง 21 เพื่อแวะ ศรีเทพ ก่อนกลับ ทั้งทริปวนเป็นเส้นเดียวไม่ต้องย้อนทาง เหมาะกับคนขับรถเองมาจากกรุงเทพหรือภาคกลาง
วันที่ 1 — เขาค้อ คาเฟ่วิวภูเขา กังหันลม วัดผาซ่อนแก้ว
วันที่ 1
เขาค้อ
09:30
ถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ เติมน้ำมันให้เต็ม แวะกินข้าวเช้าในเมืองบนเขาค้อปั๊มน้ำมันน้อยและร้านปิดเร็ว เติมตั้งแต่ในเมืองสบายใจกว่า
10:30
เลี้ยวเข้าทางหลวง 2258 ที่สามแยกนางั่ว ขับขึ้นเขาค้อ ทางคดเคี้ยวแต่ลาดยางดีระยะจากเมืองถึงเขาค้อราว 30 กม. ใช้เกียร์ต่ำช่วงลงเนินชัน
11:30
เช็กอินที่พักโซนเขาค้อ เก็บของแล้วออกเที่ยวต่อที่พักเขาค้อช่วงหน้าหนาวเต็มเร็วมาก จองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
12:00
หาข้าวเที่ยง ร้านข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวแถวทางขึ้นวัดผาซ่อนแก้วมีหลายร้านขนมจีนคุณยายน้อย กับร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นคนแวะกินกันเยอะ
13:30
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ชมเจดีย์ประดับกระเบื้องและพระพุทธรูปเรียงหน้าผาแต่งกายสุภาพ เป็นวัดที่คนเยอะช่วงบ่าย ที่จอดรถจำกัด
15:00
นั่งคาเฟ่วิวภูเขา เช่น Pino Latte หรือ The Piney Bistro มองวิวเขาค้อจากมุมสูงกาแฟเริ่มราว ฿70–120 หลายร้านเก็บค่าเข้าแลกเครื่องดื่ม
16:30
ทุ่งกังหันลมเขาค้อ ถ่ายรูปกับกังหันลมต้นสูงกลางทุ่งช่วงเย็นแดดเฉียงสวย ลมแรง พกเสื้อกันลมไว้
18:30
กลับที่พัก กินมื้อเย็น หมูย่างเขาค้อหรือชาบูร้านวิวภูเขาร้านบนเขาปิดราว 20:00–21:00 อย่ามาดึกเกินไป
เคล็ดลับขับรถเขาค้อ
ทางขึ้นเขาค้อมีช่วงลงเนินชันยาวหลายจุด ใช้เกียร์ต่ำหน่วงเครื่องแทนการเหยียบเบรกตลอด จะปลอดภัยกว่าและเบรกไม่ร้อน ถ้าขับรถเช่ามาเช็กเบรกกับยางให้พร้อมก่อนขึ้น
🎟️จองกิจกรรมในแผนเที่ยว เพชรบูรณ์ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม เพชรบูรณ์ ทั้งหมด (Klook) วันที่ 2 — ตื่นเช้าล่าทะเลหมอก แล้วขึ้นภูทับเบิก
ไฮไลต์ของวันนี้คือตื่นก่อนฟ้าสว่างเพื่อดูทะเลหมอก แล้วค่อยเดินทางยาวขึ้นภูทับเบิก ทะเลหมอกเขาค้อขึ้นชัดในวันที่อากาศเย็น ความชื้นสูง และลมนิ่ง ช่วงพีคคือปลายฝนต้นหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนหน้าฝนก็มีโอกาสเจอหมอกได้เป็นช่วง ๆ
วันที่ 2
ทะเลหมอกเขาค้อ → ภูทับเบิก
05:30
ออกจากที่พักไปจุดชมทะเลหมอก เช่น จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ (วิว 360 องศา) หรือจุดเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยไปก่อนฟ้าสางจะได้ที่จอดและมุมดี อากาศหนาวจัด ใส่เสื้อกันหนาว
07:30
กลับที่พัก กินข้าวเช้า เก็บกระเป๋าเช็กเอาท์เช็กราคาที่พักภูทับเบิกคืนนี้ไว้ก่อน หลายแห่งรับเงินสดเป็นหลัก
09:00
ออกเดินทางจากเขาค้อไปภูทับเบิก ผ่านแคมป์สน–หล่มเก่าระยะราว 86 กม. ใช้เวลาราว 2 ชม. ทางช่วงท้ายชันมาก
11:30
ถึงเชิงภูทับเบิก ช่วงสุดท้ายขึ้นยอดชันสุดในไทยช่วงหนึ่ง ระวังรถเล็กเครื่องอ่อนถ้ารถไม่มั่นใจ มีบริการรถกระบะท้องถิ่นรับขึ้นยอดเป็นรอบ
12:00
กินข้าวเที่ยงบนภูทับเบิก ร้านอาหารตามสั่งและร้านชาวม้งมีหลายเจ้าลองเมนูชาวม้งและกะหล่ำปลีสด ๆ จากไร่บนภู
13:30
เดินไร่กะหล่ำปลีขั้นบันได ถ่ายรูปวิวภูเขาเขียวสุดลูกหูลูกตาไร่เขียวเต็มที่ราวเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมช่วงปลายฝน
15:00
เช็กอินที่พักบนภู เลือกหลังที่หันรับวิวทะเลหมอกเช้าพรุ่งนี้ยอดภูสูง 1,768 ม. กลางคืนหนาวจัด เตรียมเสื้อหนาวจริงจัง
17:30
รอชมพระอาทิตย์ตกบนยอดภู แล้วกินมื้อเย็นเคล้าลมหนาว นอนนับดาวฟ้าใสคืนไหนดาวเยอะมาก เพราะไม่มีแสงเมืองรบกวน
ภูทับเบิกหรือเขาค้อพักที่ไหน
ถ้าอยากได้ทะเลหมอกใกล้ตัวกับอากาศหนาวจัด พักภูทับเบิกคืนนี้คุ้ม แต่ที่พักเป็นแบบเรียบง่ายและทางขึ้นชัน ถ้าใครขับรถไม่ถนัดทางชันหรือมากับเด็กเล็ก จะนอนเขาค้อสองคืนแล้วขึ้นภูทับเบิกแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้เหมือนกัน
วันที่ 3 — ลงจากภู ปิดทริปที่เมืองโบราณศรีเทพ
วันสุดท้ายเป็นวันประวัติศาสตร์ ลงจากภูทับเบิกแล้ววิ่งทางหลวง 21 ลงใต้ผ่านวิเชียรบุรีไปอำเภอศรีเทพ เมืองโบราณศรีเทพ ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO เมื่อกันยายน 2566 เป็นมรดกโลกแห่งที่ 4 ของไทย เมืองนี้มีอายุกว่าพันปี ร่องรอยตั้งแต่สมัยทวารวดีต่อเนื่องถึงเขมรโบราณ
วันที่ 3
ภูทับเบิก → เมืองโบราณศรีเทพ
05:30
ตื่นรับทะเลหมอกเช้าสุดท้ายบนภูทับเบิก ถ่ายรูปไร่กะหล่ำกับสายหมอกเช้าบนยอดภูหนาวกว่าเขาค้อ ชงกาแฟร้อนจิบอุ่น ๆ ได้บรรยากาศ
08:00
กินข้าวเช้า เช็กเอาท์ ลงจากภูอย่างใจเย็น ใช้เกียร์ต่ำตลอดทางลงทางลงชันยาว แวะพักเบรกให้เย็นเป็นระยะ
09:30
ขับลงทางหลวง 21 มุ่งใต้ผ่านหล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ วิเชียรบุรีระยะจากภูถึงศรีเทพราว 130 กม. เผื่อเวลาแวะเข้าห้องน้ำ
12:00
ถึงอำเภอศรีเทพ หาข้าวเที่ยงในตัวอำเภอก่อนเข้าอุทยานในอุทยานมีร้านเครื่องดื่มและของที่ระลึก แต่ร้านอาหารจริงอยู่ด้านนอก
13:00
เข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซื้อตั๋วที่ศูนย์บริการแล้วขึ้นรถรางชมรอบเมืองโบราณค่าเข้าคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท ค่าจอดรถ 50 บาท เปิด 08:30–16:30 ทุกวัน
13:30
เดินชมเขาคลังใน ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง และเขาคลังนอกขอไกด์บรรยายล่วงหน้าได้ ฟังแล้วเข้าใจเมืองมากขึ้นเยอะ
15:30
แวะร้านของฝากเพชรบูรณ์ มะขามหวานเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดมะขามหวานเพชรบูรณ์เนื้อแน่นหวานน้อย เลือกเจ้าที่ให้ชิมก่อนซื้อ
16:30
ออกเดินทางกลับ ทางหลวง 21 ต่อ 1 ลงสระบุรีกลับกรุงเทพจากศรีเทพกลับกรุงเทพราว 230 กม. ขับสบายราว 3 ชม. ครึ่ง
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน (3 วัน 2 คืน)
- ที่พัก 2 คืน — เขาค้อหลังละ ฿800–2,500 ภูทับเบิกหลัง/เต็นท์ ฿500–1,500 หารกันต่อคนราว ฿800–1,800
- น้ำมัน + ทางด่วน — จากกรุงเทพไปกลับราว ฿1,500–2,000 ต่อคัน(หารตามจำนวนคน)
- อาหาร — มื้อละ ฿80–200 รวม 3 วันราว ฿900–1,500
- คาเฟ่ + ค่าเข้าจุดเที่ยว — คาเฟ่ครั้งละ ฿70–120 ศรีเทพคนไทย 20 บาท รวมราว ฿400–600
- ของฝากมะขามหวาน — ตามใจ เริ่มกิโลละ ฿120–250
ไปหน้าไหนดี
อยากได้ทะเลหมอกแน่น ๆ กับอากาศหนาว ไปปลายฝนต้นหนาว พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ช่วงนี้คนเยอะและที่พักแพงขึ้น ถ้าอยากเห็นไร่กะหล่ำปลีเขียวจัดที่ภูทับเบิก ไปกรกฎาคมถึงตุลาคม ฝนอาจปรอย ๆ แต่เขียวสวยและคนน้อยกว่า
เก็บของให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
- เสื้อกันหนาวจริงจัง โดยเฉพาะคืนภูทับเบิกที่อุณหภูมิลงต่ำกว่าเขาค้อ
- เงินสดติดตัวพอ ที่พักบนภูและร้านเล็กหลายแห่งรับแต่เงินสด
- เช็กเบรกกับยางรถ ทางขึ้นลงชันยาวทั้งเขาค้อและภูทับเบิก
- จองที่พักล่วงหน้าหลายสัปดาห์ถ้าไปหน้าหนาวหรือวันหยุดยาว
- พกยาแก้เมารถ ทางคดเคี้ยวต่อเนื่องคนเมารถง่าย