หน้าแรก จุดหมาย เพชรบูรณ์ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยเพชรบูรณ์แผนสายทะเลหมอก ภูทับเบิก–เขาค้อ
🌫️ แผนเที่ยวเพชรบูรณ์

แผนสายทะเลหมอก
ภูทับเบิก–เขาค้อ

ทะเลหมอกเพชรบูรณ์ไม่ได้รอใครตื่นสาย หมอกขาวฟูที่ทุกคนอยากเห็นจะลอยต่ำอยู่แค่ช่วงตี 5 ถึง 7 โมงเช้า แล้วก็ละลายหายไปกับแดด นี่คือแผน 2 วัน 1 คืนที่จัดให้คุณ นอนภูทับเบิกคืนแรก แล้วตื่นรับทะเลหมอกหน้าที่พักโดยไม่ต้องขับรถไปไหน วันที่สองค่อยลงมาเขาค้อ ไหว้พระผาซ่อนแก้ว แวะคาเฟ่ ก่อนกลับ จัดเป็นไทม์ไลน์รายชั่วโมงให้เดินตามได้จริง

🌫️ ทะเลหมอกตี 5🏔️ ภูทับเบิก 1,447 ม.🛕 วัดผาซ่อนแก้ว
แผนสายทะเลหมอก ภูทับเบิก–เขาค้อ

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

หลายคนมาเพชรบูรณ์แล้วพลาดทะเลหมอก เพราะเข้าใจผิดว่าขับรถขึ้นมาตอนสายก็ทันเห็น ความจริงคือหมอกที่ลอยต่ำเป็นทะเลขาว ๆ จะอยู่แค่ช่วงฟ้าเริ่มสว่างถึงประมาณ 7 โมง พอแดดขึ้นมันก็ระเหยหมด ทางเดียวที่จะการันตีว่าได้เห็นคือ นอนค้างบนภู แล้วเดินออกมาดูหน้าที่พักตอนตี 5 แผนนี้เลยวางให้คืนแรกอยู่ภูทับเบิก ซึ่งสูงกว่าและหมอกหนากว่าเขาค้อ ส่วนวันที่สองค่อยไล่เที่ยวเขาค้อที่จุดเช็กอินอยู่ใกล้กันแบบสบาย ๆ

ก่อนออกเดินทาง — สิ่งที่ต้องรู้

  • ฤดูที่หมอกมาแน่ — ปลายฝนต้นหนาว ราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ คือช่วงที่ทะเลหมอกขึ้นบ่อยและหนาที่สุด หน้าฝน (มิ.ย.–ก.ย.) ก็มีหมอกแต่ฝนตกแทรกบ่อย
  • ทางขึ้นภูทับเบิกชันมาก — 4–5 กิโลเมตรสุดท้ายเป็นทางลาดชันต่อเนื่อง รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องใช้เกียร์ต่ำ คนขับไม่ชินทางแนะนำให้จ้างรถสองแถวท้องถิ่นรับ–ส่งจะสบายใจกว่า
  • หนาวจริง — ยอดภูทับเบิกสูง 1,447 เมตร กลางคืนหน้าหนาวลงได้ถึงเลขตัวเดียว เตรียมเสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวกไหมพรมไปด้วย
  • จองที่พักล่วงหน้า — เสาร์–อาทิตย์หน้าหนาวที่พักวิวทะเลหมอกเต็มเร็วมาก จองก่อนอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์
  • เติมน้ำมันให้เต็มก่อนขึ้น — ปั๊มบนภูมีน้อย เติมจากตัวเมืองหล่มสักหรือแคมป์สนให้เรียบร้อย
🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว เพชรบูรณ์ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม เพชรบูรณ์ ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — ขึ้นภูทับเบิก นอนรอหมอก

วันแรกไม่ต้องรีบ ตั้งเป้าให้ขึ้นถึงภูทับเบิกก่อนค่ำ เก็บวิวพระอาทิตย์ตกกับไร่กะหล่ำปลีขั้นบันได แล้วเข้าที่พักนอนเอาแรงไว้ตื่นเช้ามืด

วันที่ 1

ตัวเมือง → หล่มสัก → ภูทับเบิก

11:00
ออกจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าอำเภอหล่มสักระยะทางราว 50 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
12:30
กินมื้อเที่ยงที่หล่มสัก เติมพลังก่อนขึ้นเขาหล่มสักขึ้นชื่อก๋วยเตี๋ยวหล่มเก่ารสจัด เป็นด่านกินมื้อใหญ่ก่อนขึ้นภู
14:00
เริ่มไต่ทางขึ้นภูทับเบิก ผ่านบ้านม้งและไร่กะหล่ำปลีช่วง 4–5 กม.สุดท้ายชันมาก ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า ๆ ระวังรถสวน
15:00
เช็กอินที่พัก เก็บของ พักหายเหนื่อยเลือกที่พักฝั่งที่หันหน้าออกหุบเขา จะได้ดูหมอกจากระเบียงเช้าวันรุ่งขึ้น
16:30
เดินเล่นจุดชมวิวภูทับเบิก ถ่ายรูปไร่กะหล่ำปลีขั้นบันไดเป็นไร่ของชาวม้ง ปลูกเป็นชั้น ๆ ตามไหล่เขา เดินถ่ายรูปได้แต่ไม่เหยียบลงแปลง
18:00
ชมพระอาทิตย์ตกที่ลานชมวิว แสงสีส้มอาบหุบเขาลมแรงและเริ่มหนาว หยิบเสื้อกันหนาวติดมือไว้
19:00
มื้อเย็นง่าย ๆ บนภู หมูกระทะหรือต้มเครื่องในร้อน ๆร้านบนภูเน้นอาหารอุ่นกายเป็นหลัก ราคามื้อละ 150–250 บาทต่อคน
20:30
นั่งรับลมหนาว มองดาวเต็มฟ้า ที่นี่เรียกว่าได้เห็น 'ดาวบนดิน'ไฟบ้านพักและเต็นท์บนไหล่เขายามค่ำส่องระยิบเหมือนดาวอยู่ใต้เท้า
21:30
เข้านอนเร็ว ตั้งนาฬิกาปลุกตี 4 ครึ่งพรุ่งนี้คือไฮไลต์ของทริป นอนเร็วเพื่อตื่นไหว

เคล็ดลับเรื่องที่พัก

ที่พักภูทับเบิกมีตั้งแต่ลานกางเต็นท์ (เริ่ม 100 บาท/คน ถ้านำเต็นท์มาเอง หรือเช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนราว 800 บาท) ไปจนบ้านพักวิวหุบเขา ถ้าทนหนาวกลางคืนไหวและอยากได้บรรยากาศเต็มที่ เต็นท์คุ้มมาก แต่ถ้ามากันเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ บ้านพักมีผนังกันลมจะอุ่นกว่า

เช้าวันที่ 2 — นาทีทองของทะเลหมอก

นี่คือเหตุผลที่เรานอนค้างบนภู ตื่นมาเดินออกหน้าที่พัก ไม่ต้องขับรถไปไหน ทะเลหมอกจะค่อย ๆ ก่อตัวในหุบเขาตั้งแต่ฟ้ายังมืด พอแสงแรกแตะขอบฟ้า หมอกขาวจะเต็มหุบ แล้วพระอาทิตย์จะโผล่พ้นทะเลหมอกขึ้นมา ช่วงเวลาทองอยู่แค่ราวตี 5 ถึง 7 โมง

วันที่ 2 (เช้า)

ทะเลหมอกภูทับเบิก

04:30
ตื่น ล้างหน้า ใส่เสื้อกันหนาวให้พร้อมเตรียมแก้วกาแฟร้อนหรือชาติดมือออกไปจิบรอหมอก
05:00
ออกไปจุดชมวิวหน้าที่พัก รอแสงแรกฟ้ายังมืด หมอกเริ่มลอยต่ำในหุบ อย่าเพิ่งใจร้อน
05:45
พระอาทิตย์เริ่มขึ้น หมอกขาวเต็มหุบเขา เก็บภาพให้เต็มที่ถ้าฟ้าเปิด นี่คือนาทีที่สวยที่สุด ถ่ายทั้งภาพกว้างและภาพย้อนแสง
07:00
หมอกเริ่มจาง กลับมากินมื้อเช้าอุ่น ๆ ที่พักข้าวต้ม กาแฟ ปาท่องโก๋ ตลาดเช้าม้งบางจุดมีของกินพื้นถิ่นขาย
08:30
เก็บของ เช็กเอาต์ เตรียมลงเขาไปต่อเขาค้อขาลงใช้เกียร์ต่ำเช่นกัน อย่าเหยียบเบรกค้างยาว ๆ

เผื่อใจไว้นิด

ทะเลหมอกเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่มีใครการันตีได้ 100% บางเช้าฟ้าปิดหรือลมแรงหมอกก็ไม่ขึ้น ถ้าอยากเพิ่มโอกาส เลือกไปช่วงหลังฝนตกคืนก่อนหน้า ความชื้นสูงหมอกมักมาแน่กว่า และเผื่อค้างสองคืนถ้าทำได้ จะได้ลุ้นสองเช้า

วันที่ 2 (บ่าย) — ลงเขาค้อ ไหว้พระ แวะคาเฟ่

จากภูทับเบิกขับลงมาทางเขาค้อใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง จุดเที่ยวเขาค้อเกาะกลุ่มอยู่ริมทางหลวง 2196 เป็นส่วนใหญ่ เลยไล่เก็บได้สบายในครึ่งวัน ปิดท้ายด้วยวัดผาซ่อนแก้วที่สวยที่สุดของย่านนี้

วันที่ 2 (บ่าย)

ภูทับเบิก → เขาค้อ → กลับ

10:30
ถึงเขาค้อ แวะทุ่งกังหันลมเขาค้อ ถ่ายรูปกังหันยักษ์บนสันเขาอยู่แถบบ้านเพชรดำ ลมแรง วิวเปิดกว้าง เป็นจุดเช็กอินยอดนิยม
11:30
แวะพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ริมทางหลวง 2196เจดีย์ใหญ่ผสมศิลปะอยุธยา สุโขทัย รัตนโกสินทร์ ขึ้นไปชมวิวรอบ ๆ ได้
12:30
มื้อเที่ยงร้านอาหารวิวภูเขาแถวเขาค้อร้านวิวเขาค้อมีให้เลือกหลายร้านริมทาง สั่งของร้อนกินกับวิวหุบเขา
14:00
นั่งคาเฟ่ Pino Latte จิบกาแฟพร้อมวิวเห็นวัดผาซ่อนแก้วคาเฟ่ดังของเขาค้อ เปิดเช้าราว 7 โมง มีจุดถ่ายรูปริมหน้าผา คนเยอะวันหยุด ไปเลี่ยงช่วงบ่ายแก่จะโล่งกว่า
15:30
ไหว้พระวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ไฮไลต์ปิดทริปวัดบนเนินเขา เจดีย์ประดับกระเบื้องและถ้วยชามหลากสี วิวหุบเขารอบด้านสวยมาก
17:00
ออกเดินทางกลับ หรือค้างเขาค้ออีกคืนถ้าไม่รีบถ้ากลับ กทม. ระยะทางราว 350 กม. ถึงดึก ขับระวังช่วงลงเขา

จุดชมทะเลหมอกเขาค้อ (ถ้าค้างเพิ่ม)

ถ้ามีเวลาค้างเขาค้ออีกคืน เช้าวันถัดไปยังมีจุดชมหมอกของเขาค้อเองให้ตื่นไปดูได้อีก แม้หมอกจะไม่หนาเท่าภูทับเบิกแต่เดินทางง่ายกว่า

เช้ามืด

จุดชมวิวเขาค้อ (ริมทาง 2196)

จุดชมวิวมาตรฐานของเขาค้อ เช้ามืดเห็นหมอกลอยในหุบ เดินทางสะดวก จอดรถง่าย

หน้าฝน

บริเวณวัดผาซ่อนแก้ว

หน้าฝนหมอกขาวลอยฟุ้งรอบเจดีย์ ถือเป็นมุมหมอกที่สวยที่สุดมุมหนึ่งของเขาค้อ

วิวกว้าง

อนุสรณ์สถานเขาค้อ

อยู่บนเนินสูง วิวเปิดกว้าง ใกล้จุดชมวิวหลายจุด เหมาะแวะต่อจากดูหมอกเช้า

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน (2 วัน 1 คืน)

  • ที่พักภูทับเบิก — กางเต็นท์ราว 100–800 บาท / บ้านพักวิวหุบเขาเริ่ม 1,000–2,500 บาทต่อหลัง (หารกันได้)
  • ค่าอาหาร 4–5 มื้อ — ราว 500–800 บาท
  • ค่าน้ำมัน / รถสองแถวขึ้นภู — แล้วแต่จุดเริ่ม เผื่อ 500–1,500 บาทต่อกลุ่ม
  • คาเฟ่ + ของฝาก — ราว 200–400 บาท
  • รวมแบบประหยัด (กางเต็นท์ ขับรถเอง) เริ่มที่ราว 1,200–1,500 บาทต่อคน ถ้าเลือกบ้านพักจะขยับเป็น 2,000 บาทขึ้นไป

อยากได้รายชื่อที่พักวิวทะเลหมอกที่จองได้จริง

ดู Top 10 ที่พักเพชรบูรณ์ →

คำถามที่พบบ่อย

ดูทะเลหมอกเพชรบูรณ์ควรไปเดือนไหน?

ช่วงที่หมอกขึ้นบ่อยและหนาที่สุดคือปลายฝนต้นหนาว ราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นและความชื้นเหมาะกับการเกิดหมอก ส่วนหน้าฝนเดือนมิถุนายนถึงกันยายนก็มีทะเลหมอกสวยแต่ลุ้นฝนตกแทรก

ตื่นกี่โมงถึงจะทันทะเลหมอก?

นาทีทองอยู่ราวตี 5 ถึง 7 โมงเช้า หมอกจะลอยต่ำเป็นทะเลขาวตอนฟ้าเริ่มสว่าง แล้วจางหายเมื่อแดดขึ้น แนะนำตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่งเพื่อออกไปรอที่จุดชมวิวให้ทัน

ภูทับเบิกกับเขาค้อ ที่ไหนหมอกสวยกว่า?

ภูทับเบิกสูงกว่า (1,447 เมตร) หมอกมักหนาและเต็มหุบกว่า แต่ทางขึ้นชันและเดินทางลำบากกว่า ส่วนเขาค้อเดินทางสะดวก จุดเที่ยวเยอะ หมอกสวยเหมือนกันแต่บางจุดอาจไม่หนาเท่า แผนนี้เลยให้ค้างภูทับเบิกเพื่อดูหมอก แล้วเที่ยวเขาค้อต่อ

รถเก๋งขึ้นภูทับเบิกได้ไหม?

ขึ้นได้ แต่ 4–5 กิโลเมตรสุดท้ายชันมาก ต้องใช้เกียร์ต่ำและคนขับที่มั่นใจ ถ้าไม่ชินทางลาดชันหรือบรรทุกหนัก แนะนำจอดรถด้านล่างแล้วต่อรถสองแถวท้องถิ่นขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า

ต้องกางเต็นท์ไหม หรือมีบ้านพัก?

มีทั้งสองแบบ ลานกางเต็นท์ราคาประหยัด (เริ่มราว 100 บาทต่อคนถ้านำเต็นท์มาเอง หรือเช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนราว 800 บาท) ส่วนบ้านพักวิวหุบเขามีผนังกันลม อุ่นกว่า เหมาะกับครอบครัวหรือคนกลัวหนาว ควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะเสาร์–อาทิตย์หน้าหนาว

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ