🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ในวัด ผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60–78 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ เป็นเจดีย์บนเขาที่มองเห็นได้แต่ไกล หลายคนที่ขับผ่านเส้นโพนทอง–หนองพอกมักจะแวะ เพราะรูปทรงเจดีย์สีขาวประดับทองตัดกับฉากเขาเขียวด้านหลังดูสวยจับตา
เจดีย์องค์นี้สร้างด้วยแรงศรัทธาจากลูกศิษย์ของ พระอาจารย์ศรี มหาวีโร พระสายวิปัสสนาที่เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ออกแบบโดยกรมศิลปากร เอาเค้าโครงมาจากพระปฐมเจดีย์ผสมกับพระธาตุพนม เลยได้รูปทรงที่ทั้งอ่อนช้อยแบบภาคกลางและมั่นคงแบบอีสานในองค์เดียวกัน
ตัวเลข 101 ที่ซ่อนอยู่ในเจดีย์
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือเจดีย์องค์นี้ผูกตัวเลขกับชื่อจังหวัดไว้แบบตั้งใจ ร้อยเอ็ดมาจากเลข 101 และเจดีย์ก็เล่นกับเลขนี้แทบทุกมิติ
- พื้นที่ 101 ไร่ — บริเวณก่อสร้างพระมหาเจดีย์
- กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร — ฐานเจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยม
- สูง 101 เมตร ถึงองค์เจดีย์ และรวมยอดทองคำขึ้นไปเป็น 109 เมตร
- รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ — ประดิษฐานอยู่ภายในชั้นที่ 3
ส่วนยอดทองคำใช้ทองหนักประมาณ 60 กิโลกรัม นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาแดดออก ยอดเจดีย์ถึงสะท้อนแสงเป็นสีทองชัดเจนแม้มองจากเชิงเขา
อยากเที่ยว ร้อยเอ็ด ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ศิลปะภายในทีละชั้น มีอะไรบ้าง
เสน่ห์จริง ๆ ของเจดีย์องค์นี้อยู่ข้างใน เพราะเดินขึ้นได้หลายชั้นและแต่ละชั้นเล่าเรื่องคนละแบบ แนะนำให้เผื่อเวลาเดินดูสบาย ๆ อย่างน้อยชั่วโมงครึ่ง
ชั้น 1 — ห้องประชุมบำเพ็ญบุญ
โถงกว้างใช้เป็นที่ทำบุญ ฟังธรรม และจัดกิจกรรมของวัด เป็นจุดเริ่มก่อนเดินขึ้นชั้นบน
ชั้น 2 — ภาพพุทธประวัติ
ผนังเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมเล่าพุทธประวัติ ลวดลายไทยเขียนละเอียดทั้งห้อง
ชั้น 3 — รูปครูบาอาจารย์อีสาน
ประดิษฐานรูปเหมือนสลักหินอ่อนของพระเกจิอาจารย์สายอีสาน และหุ่นพระสุปฏิปันโน 101 องค์
ชั้น 4 — พิพิธภัณฑ์ของวัด
จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของวัดและสถานปฏิบัติวิปัสสนา เหมาะกับคนอยากรู้ที่มา
ชั้น 5–6 — พระบรมสารีริกธาตุ
ห้องทรงระฆัง 8 เหลี่ยมชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จุดสักการะที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเจดีย์
แต่งตัวให้พร้อมก่อนขึ้น
ที่นี่เป็นศาสนสถาน ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่กางเกงขาสั้นหรือเสื้อสายเดี่ยว และต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าตัวเจดีย์ ใส่รองเท้าที่ถอดง่ายจะสะดวกกว่า เพราะต้องถอดเข้าออกหลายรอบ
จุดชมวิวผาน้ำย้อยและเขาภูเขียว
เพราะเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขา พอขึ้นไปถึงระเบียงชั้นบนก็จะเห็นวิวป่าเขาของเทือกผาน้ำย้อยเป็นแนวยาว ตัวผาน้ำย้อยเองเป็นหน้าผาหินสูงจากพื้นราวสองร้อยเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 380–500 เมตร รอบ ๆ เป็นป่าไม้เนื้อแข็งที่ยังเขียวทั้งปี ช่วงที่วิวสวยที่สุดคือเช้าตรู่ที่อากาศใส และช่วงปลายฝนต้นหนาวที่บางวันมีหมอกลอยต่ำให้เห็น
- มาเช้า — แดดยังไม่แรง อากาศใส มองเห็นแนวเขาได้ไกลกว่าช่วงบ่าย
- หน้าหนาว (พ.ย.–ม.ค.) — อากาศเย็นสบาย บางวันมีโอกาสเจอหมอกบาง ๆ ตอนเช้า
- เผื่อเวลาเดินรอบบริเวณวัด — นอกจากเจดีย์ยังมีพระพุทธรูปและลานชมวิวให้เดินถ่ายรูป
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไป
บนเขาแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย พกหมวกกับน้ำติดตัวไว้ และถ้าไปหน้าฝนทางขึ้นเขาอาจลื่น ขับช้า ๆ ระวังโค้ง
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ด
เส้นทางหลักจากตัวเมืองคือ ร้อยเอ็ด–โพนทอง–หนองพอก ใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 ต่อด้วย 2136 ระยะทางรวมประมาณ 62–78 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอก จากนั้นเลี้ยวขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็ถึงวัด มีลานจอดรถฟรีด้านบน
- ขับรถ/เช่ารถเอง — สะดวกที่สุด เพราะรถสาธารณะขึ้นถึงตัววัดบนเขายาก แนะนำวิธีนี้ถ้ามากันหลายคน
- รถจากตัวเมือง — นั่งรถสายร้อยเอ็ด–หนองพอกมาลงอำเภอหนองพอก แล้วต่อรถรับจ้าง/สองแถวขึ้นเขาอีกทอด ควรนัดรถขากลับไว้ล่วงหน้า
- เหมารถพร้อมคนขับ — โรงแรมในตัวเมืองหลายแห่งช่วยจัดให้ได้ เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับเขาเอง
เวลาเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไปประมาณ 08.00–18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า แต่ถ้าอยากร่วมทำบุญก็มีตู้บริจาคให้ตามศรัทธา ช่วงวันพระและวันหยุดยาวคนจะเยอะกว่าปกติ
แวะกินอะไรแถวนั้น
หนองพอกเป็นอำเภอเล็ก ร้านอาหารส่วนใหญ่อยู่ในตัวอำเภอช่วงเชิงเขา แนะนำให้เติมข้าวเติมน้ำก่อนขึ้นเจดีย์ เพราะบนเขามีร้านน้ำกับของกินเล่นเล็กน้อยเท่านั้น
- ร้านตามสั่ง–ก๋วยเตี๋ยวในตัวอำเภอหนองพอก — มื้อง่าย ๆ ราคาท้องถิ่น เริ่มจานละ 40–60 บาท
- ส้มตำ–ไก่ย่าง–ข้าวเหนียว — หาได้ตามรายทางก่อนถึงเชิงเขา เป็นมื้อที่เข้ากับบรรยากาศอีสานที่สุด
- กาแฟ–ของกินเล่นบนลานวัด — มีร้านเล็ก ๆ ไว้พักระหว่างเดินชมเจดีย์
อยากกินจริงจังกลับมากินในเมือง
ของกินที่หลากหลายกว่าอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด ทั้งอาหารอีสานรสจัดและคาเฟ่ ถ้าจัดทริปเป็นวันแนะนำเที่ยวเจดีย์ช่วงเช้า แล้วกลับมากินมื้อใหญ่ในเมืองตอนเย็น
วางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดทั้งจังหวัดแบบครบ
ดูคู่มือเที่ยวร้อยเอ็ด →