🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่บน เขาดานพระบาท ริมทางหลวงหมายเลข 212 (อำนาจเจริญ–ยโสธร) ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญแค่ประมาณ 3 กิโลเมตร จุดที่หลายคนเรียกติดปากว่า "วัดพระใหญ่" จริง ๆ แล้วคือพุทธอุทยานเปิดโล่ง มีลานหินทรายธรรมชาติเป็นพื้น แทรกด้วยต้นไม้และแอ่งน้ำเป็นชั้น ๆ ไม่ได้เป็นวัดที่มีกำแพงล้อมแบบทั่วไป จึงเดินชมได้รอบและถ่ายรูปได้สวยทุกมุม
พระมงคลมิ่งเมือง พระใหญ่ประจำจังหวัด
องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูงจากพื้นถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร ผิวนอกประดับกระเบื้องโมเสกสีทองทั้งองค์ ทำให้มองเห็นเด่นแต่ไกลตั้งแต่ขับรถเข้ามาในเมือง พุทธลักษณะได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียเหนือสายปาละ ที่แผ่เข้ามาถึงแถบอีสานเมื่อกว่าพันปีก่อน หน้าตาองค์พระจึงต่างจากพระพุทธรูปไทยทั่วไปที่เราคุ้นเคย
องค์ที่เห็นทุกวันนี้เป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างครอบองค์พระปูนปั้นเดิมไว้ ออกแบบโดยช่างจิตร บัวบุศย์ ราวปี 2508 เพราะองค์เดิมที่เป็นปูนเริ่มชำรุดตามกาลเวลา ภายในองค์พระยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากอินเดีย คนพื้นที่จึงถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ มากราบไหว้กันทั้งวันธรรมดาและวันสำคัญทางศาสนา
มาไหว้พระแบบไหนดี
คนพื้นที่นิยมมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน การเรียน และโชคลาภ ก่อนเริ่มกิจการหรือสอบสำคัญ บนลานมีจุดจุดธูปเทียนและดอกไม้พร้อม ไม่ต้องเตรียมมาเองก็ได้ แต่ถ้าอยากสะดวกพกดอกไม้ธูปเทียนชุดเล็กไปก็ดี
อยากเที่ยว อำนาจเจริญ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ลานหินทรายและพระลาหายด้านหลัง
เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่ต่างจากพระใหญ่ที่อื่น คือพื้นเป็น ลานหินทรายธรรมชาติ ผืนกว้างบนเนินเขา หินเรียบเป็นแผ่นใหญ่สลับกับดงไม้และร่องน้ำ ช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีน้ำขังตามแอ่งหินเป็นชั้น ๆ เดินเล่นได้เพลิน อากาศบนเนินก็โปร่งกว่าในเมือง
ด้านหลังองค์พระใหญ่มีพระพุทธรูปโบราณสลักจากหินทรายแดงสององค์ คนแถวนี้เรียกว่า พระลาหาย (บางคนเรียกพระขี้หลาย) เป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 10–12 ขุดพบตอนสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ถือเป็นของเก่าแก่ที่หลายคนแวะมากราบขอพรเรื่องโชคลาภเป็นพิเศษ ใครมาแล้วอย่าลืมเดินอ้อมไปด้านหลังให้ครบ
จุดชมวิวเมืองอำนาจเจริญ
เพราะอยู่บนเนินเขาดานพระบาท ลานพระมงคลมิ่งเมืองจึงเป็นจุดที่มองเห็นตัวเมืองอำนาจเจริญได้กว้าง ช่วงที่คนพื้นที่ชอบขึ้นมาที่สุดคือตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แดดอ่อนลง ลมเย็นขึ้น มานั่งเล่นบนลานหินรอชมวิวเมืองและท้องฟ้าเปลี่ยนสี เป็นกิจวัตรเงียบ ๆ ที่หลายครอบครัวพามากันตอนเย็น
- ช่วงเช้า 08:00–10:00 — แดดยังไม่แรง เหมาะไหว้พระและถ่ายรูปองค์พระสีทองตัดฟ้า
- ช่วงเย็น 16:30–18:00 — อากาศเย็นสบาย เป็นเวลาชมวิวเมืองและพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุด
- ปลายฝนต้นหนาว (พ.ย.–ม.ค.) — ลานหินมีน้ำขังตามแอ่ง เขียวกว่าหน้าแล้ง บรรยากาศดี
การเดินทางและข้อมูลก่อนไป
จากตัวเมืองอำนาจเจริญ ใช้ทางหลวง 212 มุ่งหน้าทางยโสธร ขับแค่ราว 3 กิโลเมตรก็เห็นองค์พระสีทองอยู่บนเนินทางขวามือ มีป้ายบอกชัด เลี้ยวเข้าไปจอดได้สะดวก ลานจอดรถกว้าง รับได้ทั้งรถเก๋งและรถบัส ถ้าไม่มีรถส่วนตัว นั่งรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากในเมืองมาได้ ระยะใกล้ค่าโดยสารไม่แพง
- เวลาเปิด — ประมาณ 08:00–17:00 น. ทุกวัน
- ค่าเข้า — ไม่เสียค่าเข้า (มีตู้รับบริจาคบำรุงสถานที่)
- ที่ตั้ง — เขาดานพระบาท ริมทางหลวง 212 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ (ราว 3 กม. จากตัวเมือง)
- ที่จอดรถ — ลานจอดกว้าง ฟรี รองรับรถบัสได้
การแต่งกาย
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก ๆ พื้นเป็นลานหินกว้าง แดดกลางวันค่อนข้างแรง แนะนำใส่รองเท้าเดินสบายและพกหมวกหรือร่มไปด้วยถ้ามาช่วงเที่ยง
แวะกินอะไรแถวนั้น
เพราะอยู่ใกล้ตัวเมืองมาก ไหว้พระเสร็จขับกลับเข้าเมืองไม่กี่นาทีก็เจอร้านอาหาร ของขึ้นชื่ออำนาจเจริญที่ควรลองคือข้าวจี่ (ข้าวเหนียวปั้นทาไข่ย่าง) ที่หากินได้ตามตลาดเช้า กับอาหารอีสานรสจัดอย่างส้มตำ ลาบ ก้อย และปลาจากแม่น้ำในแถบนี้ ใครมาช่วงเช้าแวะตลาดในเมืองก่อนขึ้นมาไหว้พระก็ลงตัว
ข้าวจี่ตลาดเช้าในเมือง
ของกินเช้าประจำถิ่นอำนาจเจริญ ข้าวเหนียวปั้นทาไข่ย่างหอม ราคาไม้ละไม่กี่บาท แวะก่อนขึ้นไหว้พระได้
มื้อหลักอาหารอีสานในเมือง
ส้มตำ ลาบ ก้อย และปลาแม่น้ำ ร้านอยู่ในเมืองห่างจากพระใหญ่ไม่กี่นาที กินมื้อกลางวันหลังไหว้พระสบาย ๆ
วางแผนเที่ยวอำนาจเจริญทั้งทริป ไหว้พระ ชิมของถิ่น เที่ยวธรรมชาติ
ดูคู่มือเที่ยวอำนาจเจริญ →