🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าได้วันหยุดยาวสัก 4 วัน แล้วอยากไปเหนือแบบไม่ต้องแย่งที่จอดรถกับใคร เส้นแพร่–น่านคือคำตอบที่ลงตัว แพร่เป็นเมืองเล็กที่คนมักขับผ่านเลยไปน่าน แต่จริง ๆ มีของให้ดูทั้งวัน ทั้งบ้านไม้สักร้อยปี ผ้าครามบ้านทุ่งโฮ้ง กาแฟในเมืองเก่า ส่วนน่านคือธรรมชาติเต็มสูบ ตั้งแต่ตัวเมืองที่มีวัดภูมินทร์ ไปจนทุ่งนาขั้นบันไดแถวปัว–บ่อเกลือ–สะปัน แพลนนี้เริ่มที่แพร่ก่อนแล้วค่อยไต่ขึ้นน่าน เพื่อให้วันท้าย ๆ ได้อยู่กับวิวภูเขาเต็ม ๆ
เส้นทางและการเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ขึ้นแพร่ใช้เวลาขับราว 7–8 ชั่วโมง ผ่านนครสวรรค์–พิษณุโลก–อุตรดิตถ์ เข้าอำเภอเด่นชัยแล้วเลี้ยวเข้าทางหลวง 101 สู่ตัวเมืองแพร่ ส่วนช่วงแพร่ไปน่านวิ่งต่อบน 101 อย่างเดียว ระยะทางราว 118 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ถนนเป็นทางขึ้นเขาสลับโค้งช่วงท้าย แต่สภาพดี ขับเองไม่ยาก
- รถยนต์ส่วนตัว — สะดวกที่สุดสำหรับเส้นนี้ เพราะจุดเที่ยวน่านหลายแห่งอยู่นอกเมือง (ปัว บ่อเกลือ สะปัน) ไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก
- บินลงน่าน แล้วเช่ารถ — มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ–น่านนครทุกวัน ถ้าขี้เกียจขับไกล บินลงน่านก่อนแล้วเช่ารถวิ่งลงมาแพร่ก็ได้ (สลับลำดับแพลน)
- รถทัวร์/รถตู้ — มีรถจากกรุงเทพฯ ทั้งแพร่และน่าน แต่พอถึงที่แล้วยังต้องเช่ารถหรือเหมารถอยู่ดี
ก่อนออกเดินทาง
เติมน้ำมันให้เต็มก่อนขึ้นเขาช่วงปัว–บ่อเกลือ–สะปัน เพราะปั๊มห่างกันและบางช่วงสัญญาณมือถือหาย โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้จะอุ่นใจกว่า
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว แพร่ ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 1 — เมืองเก่าแพร่
เดินเมืองเก่าแพร่ บ้านไม้สัก–วัดเก่า
วันแรกเน้นพักขาจากการขับรถ เดินเมืองเก่าแบบไม่ต้องรีบ แพร่เป็นเมืองที่เดินกลางวันร้อนนิดแต่เย็นลงไว พอตกเย็นบรรยากาศกำลังดี ของกินเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือขนมจีนน้ำเงี้ยวรสจัด กับข้าวแคบ (ข้าวเกรียบว่าวแบบแพร่) ที่หากินได้แถวตลาดเช้า
วันที่ 2 — ครามทุ่งโฮ้ง แล้วขึ้นน่าน
พระธาตุช่อแฮ–ครามบ้านทุ่งโฮ้ง–ขับขึ้นน่าน
วันที่ 3 — ตัวเมืองน่าน แล้วไต่ขึ้นปัว–บ่อเกลือ
วัดภูมินทร์–ปัว–บ่อเกลือ–พักสะปัน
วันนี้เป็นวันที่ขับเยอะที่สุด แต่ก็คุ้มที่สุด เพราะได้เห็นน่านครบทั้งฝั่งวัฒนธรรมในเมืองและธรรมชาติบนเขา ช่วงปัว–บ่อเกลือ–สะปันเป็นไฮไลต์ที่คนมักเก็บไว้ค้างคืน เพราะตื่นมาเจอหมอกตอนเช้าคือภาพที่หลายคนตั้งใจมาดู ถ้าไม่อยากขับกลับมืด ๆ การนอนสะปันสักคืนคือทางที่สบายใจกว่า
เรื่องที่พักสะปัน
โฮมสเตย์และที่พักวิวดีในสะปัน–บ่อเกลือเต็มเร็วมากช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ม.ค.) ถ้าตั้งใจไปหน้าหมอกควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ห้องริมน้ำกับห้องวิวเขามักหมดก่อน
วันที่ 4 — หมอกเช้าสะปัน แล้วทยอยกลับ
รับหมอกเช้า–แวะคาเฟ่ริมน้ำ–เดินทางกลับ
วันสุดท้ายไม่ต้องอัดกิจกรรม เพราะเส้นทางลงเขาใช้เวลาและสมาธิ ตื่นมารับหมอกเช้าสักรอบ จิบกาแฟริมน้ำ แล้วค่อย ๆ ขับกลับ ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ เผื่อเวลาขับยาวช่วงเย็นไว้ด้วย เพราะจากน่าน/แพร่กลับเมืองหลวงยังเป็นทางไกลอีกหลายชั่วโมง
ปรับแพลนตามเวลาที่มี
มีแค่ 3 วัน 2 คืน
ตัดวันเมืองเก่าแพร่ให้เหลือครึ่งวัน แล้วขึ้นน่านเลย เน้นวัดภูมินทร์ + ปัว–บ่อเกลือ–สะปัน นอนสะปัน 1 คืน
อยากชิลกว่านี้
เพิ่มเป็น 5 วัน นอนแพร่ 2 คืนเดินคาเฟ่เมืองเก่าให้ทั่ว แล้วค่อยขึ้นน่านแบบไม่เร่ง
ไปหน้าหมอก
ช่วง พ.ย.–ม.ค. อากาศเย็นสุดและหมอกลงเช้า เหมาะกับสะปัน–บ่อเกลือ แต่ต้องจองที่พักล่วงหน้านาน
งบประมาณคร่าว ๆ (ต่อคน)
- ที่พัก — แพร่ในเมืองคืนละ ~600–1,200 บาท · โฮมสเตย์สะปัน/บ่อเกลือ ~800–2,000 บาทต่อห้อง แล้วแต่วิว
- อาหาร — ของกินเหนือราคาท้องถิ่น มื้อละ ~50–120 บาท คาเฟ่เครื่องดื่ม ~60–110 บาท
- น้ำมัน + ทางด่วน — ถ้าขับจากกรุงเทพฯ ไป–กลับ เผื่อค่าน้ำมันหลักพันต้น ๆ ขึ้นกับรถ
- ค่าเข้าสถานที่ — บ้านวงศ์บุรี/พิพิธภัณฑ์ หลักสิบบาท วัดส่วนใหญ่เข้าฟรี
หาที่พักทำเลดีในเมืองแพร่ก่อนออกเดินทาง
ดู Top 10 โรงแรมแพร่ →