🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
แพร่ไม่ใช่เมืองที่ต้องรีบ เสน่ห์ของที่นี่คือการเดินเรื่อย ๆ ในเขตเมืองเก่า แวะวัด แวะคาเฟ่ในบ้านไม้ แล้วปิดท้ายด้วยการช้อปผ้าหม้อห้อม เพราะระยะทางในเมืองสั้น แค่วางแผนเรื่องช่วงเวลากับการเดินทางให้ดี ที่เหลือปล่อยให้เป็นเรื่องสบาย ๆ
เที่ยวแพร่ช่วงไหนดีที่สุด
ช่วงที่ดีที่สุดคือ พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นหน้าหนาวของภาคเหนือ อากาศแห้ง ฟ้าใส เดินเที่ยวกลางวันได้สบายไม่เหงื่อแตก ตอนเช้าและกลางคืนเย็นกำลังดี เป็นช่วงที่เมืองเก่าจัดกิจกรรมเยอะที่สุด ทั้งงานลอยกระทงเดือนพฤศจิกายน และงานคราฟต์–เดินวิ่งช่วงธันวาคม
- พ.ย.–ก.พ. (หน้าหนาว) — ช่วงพีคของแพร่ อากาศดีสุด ฟ้าใส เหมาะเดินเมืองเก่าและถ่ายรูป แต่ที่พักเต็มเร็วช่วงวันหยุดยาว จองล่วงหน้า
- มี.ค.–พ.ค. (หน้าร้อน) — ร้อนและบางปีมีหมอกควันจากการเผา ทัศนวิสัยอาจไม่ใส เลี่ยงเดือนมีนาคม–เมษายนถ้าแพ้ฝุ่น
- มิ.ย.–ต.ค. (หน้าฝน) — เขียวชอุ่ม น้ำตกสวย คนน้อย ราคาประหยัด แต่ต้องเผื่อฝนและถนนเข้าจุดธรรมชาติบางที่ลื่น
เคล็ดลับเลือกเดือน
ถ้าอยากได้ทั้งอากาศดีและงานเทศกาล เล็งปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม แต่เลี่ยงปีใหม่กับวันหยุดยาวถ้าไม่อยากเจอที่พักแพงและคนแน่น มาวันธรรมดาเมืองจะเงียบและเดินสบายกว่ามาก
อากาศและการแต่งตัว
หน้าหนาวกลางวันของแพร่อยู่ราว 25–30 องศา เดินสบาย ส่วนกลางคืนกับเช้ามืดลงไปแถว 14–18 องศา บางวันที่อากาศเย็นจัดอาจแตะ 10–12 องศา ต่างจากกลางวันพอสมควร เสื้อแขนยาวบาง ๆ หรือเสื้อคลุมตัวเดียวก็เอาอยู่ ไม่ต้องถึงขั้นเสื้อหนาวหนา ๆ เว้นแต่จะขึ้นจุดสูงรอบเมือง
- กลางวัน — เสื้อยืด/แขนยาวบาง กางเกงสบาย ๆ รองเท้าผ้าใบเดินเมืองเก่าได้ทั้งวัน
- เช้า–กลางคืน — เสื้อคลุมหรือฮู้ดบาง ๆ ติดไว้ เผื่อช่วงเย็นลมเริ่มมา
- กันแดด — แดดหน้าหนาวแรงกว่าที่คิด หมวกกับกันแดดช่วยได้ตอนเดินวัดกลางแจ้ง
- รองเท้า — เน้นใส่สบาย ถอดง่าย เพราะเข้าวัดและบ้านไม้เก่าต้องถอดบ่อย
เดินเมืองเก่าแพร่ยังไงให้สนุก
หัวใจของแพร่คือเขตเมืองเก่าในกำแพงคูเมือง จุดเด่นกระจุกตัวกันในรัศมีเดินถึง ทั้งคุ้มเจ้าหลวงทรงขนมปังขิงสมัยรัชกาลที่ 5 บ้านวงศ์บุรีและบ้านประทับใจ (บ้านเสาร้อยต้น) ที่เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง วัดหลวง วัดพระบาทมิ่งเมือง รวมถึงวัดจอมสวรรค์ที่เป็นพม่า เดินวันเดียวได้หลายจุดเลย
- ออกเช้า — แดดยังไม่แรง เก็บคุ้มเจ้าหลวงกับบ้านไม้สักก่อน แสงเช้าถ่ายรูปสวย
- เดินเป็นวง — จุดสำคัญอยู่ใกล้กัน เดินหรือปั่นจักรยานง่ายกว่าขับรถวนหาที่จอด
- ค่าเข้า — บ้านวงศ์บุรีเก็บค่าเข้าหลักสิบบาท คุ้มเจ้าหลวงและวัดส่วนใหญ่เข้าฟรีหรือทำบุญตามศรัทธา
- กลางคืน — หน้าหนาวเมืองเก่าจัด "แพร่ไลท์อัพ" เปิดไฟวัดและคุ้มเจ้าหลวงสวยมาก เดินเล่นเย็น ๆ ได้บรรยากาศอีกแบบ
มารยาทเข้าวัดและบ้านเก่า
บ้านไม้สักหลายหลังยังเป็นที่อยู่อาศัยหรือพิพิธภัณฑ์ ถอดรองเท้าก่อนขึ้น พูดเบา ๆ และถามก่อนถ่ายรูปในบางมุม จะได้บรรยากาศดีทั้งเราและเจ้าของบ้าน
ของฝากแพร่ ผ้าหม้อห้อมและไม้สัก
สองอย่างที่เป็นตัวแทนของแพร่จริง ๆ คือผ้าหม้อห้อมสีครามและงานไม้สัก ผ้าหม้อห้อมคือผ้าย้อมครามจากต้นห้อมที่ชาวไทยพวนทำสืบกันมาเป็นร้อยปี ส่วนไม้สักก็ผูกกับเมืองมาตั้งแต่ยุคที่แพร่เป็นศูนย์กลางการทำไม้สักที่คนทั่วโลกรู้จักช่วงปลายศตวรรษที่ 19 บ้านไม้สักเก่าทั้งเมืองคือร่องรอยจากยุคนั้น
บ้านทุ่งโฮ้ง
แหล่งผ้าหม้อห้อมที่ใหญ่และดังที่สุดของแพร่ ห่างจากตัวเมืองราว 4 กม. ตามถนนสาย 101 (แพร่–น่าน) มีร้านเรียงกันให้เลือกเสื้อ ผ้าพันคอ กระเป๋า ดูสาธิตการย้อมครามได้
ร้านในเมืองเก่า
อยากได้แบบสะดวก ไม่ต้องออกนอกเมือง มีร้านหม้อห้อมและของฝากในเขตเมืองเก่าหลายร้าน ราคาใกล้เคียงกัน เลือกได้ระหว่างเดินเที่ยว
งานไม้สักและของแกะสลัก
ของชำร่วย เครื่องประดับบ้าน และของแกะสลักไม้สักหาได้ตามร้านของฝากในเมืองและแถบสูงเม่น ชิ้นเล็กพกกลับง่าย ชิ้นใหญ่ถามเรื่องส่งได้
- เสื้อหม้อห้อม — เริ่มราว ฿200–500 ต่อตัว ลายมัดย้อมหรือทรงพิเศษจะขยับขึ้นไป
- ผ้าพันคอ/กระเป๋าย้อมคราม — ราว ฿120–400 เป็นของฝากชิ้นเล็กยอดนิยม
- ของแกะสลักไม้สัก — ชิ้นเล็กหลักร้อย ชิ้นตั้งโชว์ขยับเป็นหลักพันขึ้นไปตามขนาดและงานฝีมือ
ซื้อผ้าหม้อห้อมให้ได้ของแท้
ผ้าย้อมครามธรรมชาติจะมีกลิ่นครามอ่อน ๆ สีไม่จัดเท่าผ้าย้อมเคมี และช่วงแรกอาจสีตกบ้าง ซักแยกครั้งแรกในน้ำเย็นจะช่วยรักษาสี ถามร้านได้ตรง ๆ ว่าย้อมครามธรรมชาติหรือเคมี คนทุ่งโฮ้งบอกได้หมด
เดินทางไปแพร่และเที่ยวในเมือง
แพร่อยู่บนเส้นทางขึ้นเหนือ เดินทางได้หลายทาง รถทัวร์จากหมอชิตวิ่งทั้งวัน ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง ค่าตั๋วเริ่มราว ฿470 ขึ้นไปตามชั้นรถ ส่วนเครื่องบินมีไฟลต์กรุงเทพ–แพร่ บินราว 1 ชั่วโมง 15 นาที สนามบินห่างตัวเมืองแค่ราว 9 กม. แต่ไฟลต์น้อยและตั๋วมักเริ่มหลักสี่พันขึ้นไป อีกทางคือนั่งรถไฟลงเด่นชัยแล้วต่อรถเข้าเมืองอีกราว 20 กม.
- รถทัวร์ — ประหยัดสุด เริ่มราว ฿470 จากหมอชิต เหมาะคนงบจำกัดและไม่รีบ
- เครื่องบิน — เร็วสุด แต่ไฟลต์น้อยและราคาสูง เช็กล่วงหน้าหลายวัน
- รถไฟ + ต่อรถ — ลงสถานีเด่นชัยแล้วต่อรถสองแถว/แท็กซี่เข้าเมืองอีกราว 30–40 นาที
- ขับรถเอง — จากกรุงเทพราว 550 กม. คล่องตัวที่สุดถ้าจะเที่ยวจุดธรรมชาตินอกเมืองอย่างแพะเมืองผีหรือน้ำตก
ในเมืองเก่าระยะสั้น เดินหรือปั่นจักรยานได้สบาย แต่ถ้าจะไปวัดพระธาตุช่อแฮ (ห่างเมืองราว 9 กม.) บ้านทุ่งโฮ้ง หรือแพะเมืองผี เช่ารถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์จะคล่องกว่า เพราะรถสาธารณะในเมืองมีไม่ถี่
งบเที่ยวแพร่ต่อคน
แพร่เป็นเมืองที่เที่ยวได้สบายกระเป๋า ค่ากินค่าเข้าไม่แพง ตัวแปรหลักอยู่ที่ค่าเดินทางไป–กลับและที่พัก นี่คือกรอบงบคร่าว ๆ ต่อคนสำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
- สายประหยัด ราว ฿1,200–1,800 — เกสต์เฮาส์/โฮสเทล กินร้านท้องถิ่น เดิน–ปั่นจักรยานในเมือง
- สายสบาย ราว ฿2,500–4,000 — โรงแรมบูทีคในบ้านไม้ เช่ามอเตอร์ไซค์ มีคาเฟ่และของฝากเผื่อ
- สายชิลเต็มที่ ราว ฿5,000 ขึ้นไป — ที่พักดีขึ้น เช่ารถยนต์ เที่ยวจุดนอกเมืองครบ ของฝากจัดเต็ม
ประหยัดงบแบบไม่ลดความสนุก
วัดและบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่เข้าฟรีหรือค่าเข้าหลักสิบบาท ของกินท้องถิ่นอย่างขนมจีนน้ำเงี้ยวจานละไม่ถึงห้าสิบ ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จริง ๆ คือเดินทางไป–กลับ จองรถทัวร์/ตั๋วล่วงหน้าช่วยลดงบได้มากสุด
พร้อมแล้วก็จัดทริปแพร่ได้เลย ดูที่พักและที่เที่ยวต่อ
ดูคู่มือเที่ยวแพร่ →