🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ภูหินร่องกล้าตั้งอยู่บนรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย ที่ทำการอุทยานอยู่ฝั่งอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แต่คนที่เที่ยวเพชรบูรณ์ส่วนมากเข้าทางอำเภอหล่มเก่าผ่านภูทับเบิกขึ้นไป เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันพอดี อุทยานครอบคลุมพื้นที่ราว 307 ตารางกิโลเมตร อยู่บนความสูงราว 1,200–1,600 เมตร อากาศจึงเย็นเกือบทั้งปี และมีหมอกลงบ่อยจนกลายเป็นจุดเด่นของที่นี่
สิ่งที่ทำให้ภูหินร่องกล้าไม่เหมือนภูอื่นในเพชรบูรณ์ คือมันเล่าเรื่องได้สองแบบ ทั้งเรื่องของธรรมชาติที่ปั้นลานหินออกมาแปลกตา และเรื่องของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เคยร้อนแรงอยู่บนภูเขาลูกนี้จริง ๆ
ลานหินแตก — รอยแยกที่ธรรมชาติแกะเอง
ลานหินแตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 1 กิโลเมตร เดินถึงสบาย เป็นลานหินทรายผืนใหญ่ที่มีรอยแตกเป็นร่องลึกคล้ายแผ่นดินแยกออกจากกัน เกิดจากการยุบตัวและการกัดเซาะมานานนับล้านปี บางร่องกว้างพอให้คนลงไปยืนได้ ตามซอกหินมีมอส เฟิร์น และไลเคนขึ้นเขียว ช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นแซมตามร่อง
ใส่รองเท้าให้ดี
ลานหินแตกพื้นไม่เรียบ บางช่วงต้องก้าวข้ามร่อง และหินจะลื่นมากตอนเปียกหมอกหรือหลังฝน รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าพื้นยึดเกาะดีจะปลอดภัยกว่ารองเท้าแตะ
อยากเที่ยว เพชรบูรณ์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ลานหินปุ่ม — เส้นทางเดินสั้นที่ชมวิวได้ทั้งสองเวลา
ลานหินปุ่มอยู่อีกฝั่งของอุทยาน เป็นลานหินที่มีก้อนหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มกลม ๆ ขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันเต็มไปทั้งลาน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเช่นกัน จุดนี้เป็นจุดชมวิวป่าเบื้องล่างที่กว้างสุดตา และเป็นทั้งจุดชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็นและจุดดูทะเลหมอกตอนเช้าในจุดเดียว
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติลานหินปุ่มยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร เดินวนเป็นวงกลมกลับมาที่เดิม พื้นส่วนใหญ่ราบ มีป้ายบอกทางชัด คนเดินไม่เก่งก็เดินไหว ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมงแบบไม่รีบ
- ลานหินปุ่ม — ลานหินปุ่มกลมเรียงเต็มพื้น จุดถ่ายรูปหลักของเส้นทางนี้
- ผาชูธง — อยู่ห่างจากลานหินปุ่มราว 500 เมตร เป็นหน้าผาชมวิวและจุดประวัติศาสตร์ในตัว
- จุดชมพระอาทิตย์ตก — ช่วงเย็นแสงสาดลานหิน เป็นเวลาที่คนนิยมมากที่สุด
ผาชูธง — จุดที่เคยชักธงขึ้นสู้
ผาชูธงเป็นหน้าผาสูงชันที่มองลงไปเห็นป่าและทิวเขาเป็นชั้น ๆ ชื่อนี้มาจากอดีต เพราะเคยเป็นจุดที่ฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยชักธงขึ้นเหนือผาในช่วงที่ยึดพื้นที่นี้เป็นฐาน วันนี้เหลือเพียงวิวกว้างและสายลมเย็น แต่ถ้ารู้ที่มา การยืนตรงนี้จะให้ความรู้สึกต่างออกไป ช่วงเช้าหมอกมักลอยต่ำกว่าระดับผา ทำให้เห็นทะเลหมอกชัด
รอยอดีต — เมื่อภูเขานี้เคยเป็นสมรภูมิ
ระหว่างปี 2511–2525 ภูหินร่องกล้าเป็นฐานบัญชาการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (คพท.) ด้วยภูมิประเทศที่สูงชันและป่าทึบ ทำให้เป็นที่มั่นที่เข้าตียาก เกิดการสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลยืดเยื้อร่วม 15 ปี จนถึงปี 2525 สถานการณ์จึงคลี่คลาย และพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของไทยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2527
ในเขตอุทยานยังเก็บร่องรอยช่วงเวลานั้นไว้ให้เดินดูได้ ส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ เป็นจุดที่ควรแวะถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมภูเขาลูกนี้ถึงมีชื่อแบบนี้
โรงเรียนการเมืองการทหาร
อดีตศูนย์ฝึกและอบรมของ คพท. ปัจจุบันเหลือร่องรอยอาคารไม้และฐานต่าง ๆ ให้เดินชม อยู่ห่างที่ทำการราว 4 กิโลเมตร
พิพิธภัณฑ์การสู้รบ
จัดแสดงอาวุธ เครื่องมือแพทย์ และข้าวของเครื่องใช้ในยุคนั้น ช่วยให้เห็นภาพชีวิตบนภูได้ชัดขึ้น
สำนักอำนาจรัฐ–หลุมหลบภัย
จุดบัญชาการและหลุมหลบภัยทางอากาศที่ขุดไว้ในป่า สะท้อนความเป็นอยู่ช่วงสู้รบ
น้ำตกในอุทยาน
นอกจากลานหินและจุดประวัติศาสตร์ ภูหินร่องกล้ายังมีน้ำตกหลายแห่ง สวยที่สุดช่วงปลายฝน บางจุดต้องเดินเข้าไปและควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน
- น้ำตกหมันแดง — น้ำตกใหญ่ราว 32 ชั้น ไหลทั้งปี ต้องเดินป่าเข้าไป เหมาะกับคนที่อยากได้เส้นทางจริงจัง
- น้ำตกร่มเกล้า–ภราดร — อยู่ห่างที่ทำการราว 3.5 กิโลเมตร เดินเข้าไม่ไกล เป็นน้ำตกที่คนนิยมแวะ
- น้ำตกผาลาด — น้ำตกเล็กริมทาง แวะถ่ายรูปได้ระหว่างทางในอุทยาน
ฝนกับหมอก
ภูหินร่องกล้ามีฝนตกชุก หมอกลงได้แม้ในวันแดดออก พกเสื้อกันฝนและเสื้อกันหนาวติดไปเสมอ แม้จะไปหน้าร้อน เพราะตอนเช้าและเย็นอากาศเย็นกว่าพื้นราบมาก
การเดินทาง — เข้าจากฝั่งเพชรบูรณ์
อุทยานเข้าได้สองทาง คนที่เที่ยวเพชรบูรณ์นิยมเข้าทางอำเภอหล่มเก่าผ่านภูทับเบิก เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันและได้เที่ยวทั้งสองที่ในทริปเดียว อีกทางคือเข้าจากอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นทางที่ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่
- จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ — ขับขึ้นทางหล่มสัก–หล่มเก่า แล้วต่อขึ้นภูทับเบิก จากภูทับเบิกมีทางต่อเข้าภูหินร่องกล้า รวมระยะทางราว 100 กิโลเมตร เผื่อเวลาขับ 2.5–3 ชั่วโมง เพราะเป็นทางเขาคดเคี้ยว
- จากพิษณุโลก — ไปตามทางพิษณุโลก–หล่มสัก ราว 68 กิโลเมตรถึงสามแยกบ้านแยง เลี้ยวเข้าอำเภอนครไทยอีกราว 30 กิโลเมตร แล้วต่อขึ้นอุทยาน
- ไม่มีรถส่วนตัว — นั่งรถมาลงนครไทยหรือหล่มเก่า แล้วเหมารถสองแถวหรือรถท้องถิ่นขึ้นอุทยาน ควรนัดเวลารับกลับไว้ล่วงหน้า
เรื่องรถบนเขา
ทางขึ้นภูหินร่องกล้าและภูทับเบิกชันและคดมาก ถ้าขับเอง รถควรเบรกและเครื่องแข็งแรง เกียร์ออโต้เล็ก ๆ บางคันขึ้นช่วงชันลำบาก ใช้เกียร์ต่ำตอนลงเพื่อถนอมเบรก
ค่าเข้า เวลาเปิด และที่พัก
- ค่าเข้า (คนไทย) — ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท ชาวต่างชาติเก็บอัตราสูงกว่า
- เวลาเปิด — เปิดทุกวัน ราว 06.00–18.00 น. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดช่วงกลางวัน
- ที่พัก — มีบ้านพักอุทยานและลานกางเต็นท์ในเขตอุทยาน ราคาบ้านพักเริ่มหลักร้อยถึงหลักพันตามขนาด จองผ่านระบบกรมอุทยาน นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์และบ้านพักเอกชนแถวบ้านร่องกล้าให้เลือก
ถ้าอยากดูทะเลหมอกเช้าและพระอาทิตย์ตกเย็นในทริปเดียว การค้างคืนบนภูคุ้มกว่าไป–กลับวันเดียว เพราะช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือเช้ามืดและเย็น ซึ่งไม่ทันถ้าขับขึ้นลงในวันเดียว ช่วงไฮซีซั่นปลายฝนถึงหนาว (ตุลาคม–มกราคม) บ้านพักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า
วางแผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน
ขึ้นภู เก็บลานหินและพระอาทิตย์ตก
ทะเลหมอกเช้า ดูประวัติศาสตร์ แล้วลง
วางแผนเที่ยวเพชรบูรณ์ทั้งจังหวัดให้ครบทริป
ดูคู่มือเที่ยวเพชรบูรณ์ →