หน้าแรก จุดหมาย เพชรบูรณ์ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยเพชรบูรณ์อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ลานหินแตก ผาชูธง และรอยอดีต
⛰️ ที่เที่ยวเพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ลานหินแตก ผาชูธง และรอยอดีต

ภูหินร่องกล้าเป็นภูเขาที่มีทั้งสองด้านในที่เดียว ด้านหนึ่งคือป่าเย็นหมอกลงทั้งปี ลานหินแปลกตาที่ธรรมชาติแกะสลักเอง อีกด้านคือรอยอดีตของสมรภูมิที่กินเวลานานกว่า 15 ปี วันนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว เหลือไว้แค่ร่องรอยให้เดินดูและคิดตาม นี่คือคู่มือเที่ยวภูหินร่องกล้าฉบับเข้าจากฝั่งเพชรบูรณ์ ทั้งจุดเที่ยว ประวัติ การเดินทาง และที่พัก

⛰️ ลานหินแตก–ลานหินปุ่ม🚩 ผาชูธง📜 ประวัติศาสตร์ คพท.
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ลานหินแตก ผาชูธง และรอยอดีต

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ภูหินร่องกล้าตั้งอยู่บนรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย ที่ทำการอุทยานอยู่ฝั่งอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แต่คนที่เที่ยวเพชรบูรณ์ส่วนมากเข้าทางอำเภอหล่มเก่าผ่านภูทับเบิกขึ้นไป เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันพอดี อุทยานครอบคลุมพื้นที่ราว 307 ตารางกิโลเมตร อยู่บนความสูงราว 1,200–1,600 เมตร อากาศจึงเย็นเกือบทั้งปี และมีหมอกลงบ่อยจนกลายเป็นจุดเด่นของที่นี่

สิ่งที่ทำให้ภูหินร่องกล้าไม่เหมือนภูอื่นในเพชรบูรณ์ คือมันเล่าเรื่องได้สองแบบ ทั้งเรื่องของธรรมชาติที่ปั้นลานหินออกมาแปลกตา และเรื่องของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เคยร้อนแรงอยู่บนภูเขาลูกนี้จริง ๆ

ลานหินแตก — รอยแยกที่ธรรมชาติแกะเอง

ลานหินแตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 1 กิโลเมตร เดินถึงสบาย เป็นลานหินทรายผืนใหญ่ที่มีรอยแตกเป็นร่องลึกคล้ายแผ่นดินแยกออกจากกัน เกิดจากการยุบตัวและการกัดเซาะมานานนับล้านปี บางร่องกว้างพอให้คนลงไปยืนได้ ตามซอกหินมีมอส เฟิร์น และไลเคนขึ้นเขียว ช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นแซมตามร่อง

ใส่รองเท้าให้ดี

ลานหินแตกพื้นไม่เรียบ บางช่วงต้องก้าวข้ามร่อง และหินจะลื่นมากตอนเปียกหมอกหรือหลังฝน รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าพื้นยึดเกาะดีจะปลอดภัยกว่ารองเท้าแตะ

🎟️

อยากเที่ยว เพชรบูรณ์ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม เพชรบูรณ์ ทั้งหมด (Klook)

ลานหินปุ่ม — เส้นทางเดินสั้นที่ชมวิวได้ทั้งสองเวลา

ลานหินปุ่มอยู่อีกฝั่งของอุทยาน เป็นลานหินที่มีก้อนหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มกลม ๆ ขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันเต็มไปทั้งลาน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเช่นกัน จุดนี้เป็นจุดชมวิวป่าเบื้องล่างที่กว้างสุดตา และเป็นทั้งจุดชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็นและจุดดูทะเลหมอกตอนเช้าในจุดเดียว

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติลานหินปุ่มยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร เดินวนเป็นวงกลมกลับมาที่เดิม พื้นส่วนใหญ่ราบ มีป้ายบอกทางชัด คนเดินไม่เก่งก็เดินไหว ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมงแบบไม่รีบ

  • ลานหินปุ่ม — ลานหินปุ่มกลมเรียงเต็มพื้น จุดถ่ายรูปหลักของเส้นทางนี้
  • ผาชูธง — อยู่ห่างจากลานหินปุ่มราว 500 เมตร เป็นหน้าผาชมวิวและจุดประวัติศาสตร์ในตัว
  • จุดชมพระอาทิตย์ตก — ช่วงเย็นแสงสาดลานหิน เป็นเวลาที่คนนิยมมากที่สุด

ผาชูธง — จุดที่เคยชักธงขึ้นสู้

ผาชูธงเป็นหน้าผาสูงชันที่มองลงไปเห็นป่าและทิวเขาเป็นชั้น ๆ ชื่อนี้มาจากอดีต เพราะเคยเป็นจุดที่ฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยชักธงขึ้นเหนือผาในช่วงที่ยึดพื้นที่นี้เป็นฐาน วันนี้เหลือเพียงวิวกว้างและสายลมเย็น แต่ถ้ารู้ที่มา การยืนตรงนี้จะให้ความรู้สึกต่างออกไป ช่วงเช้าหมอกมักลอยต่ำกว่าระดับผา ทำให้เห็นทะเลหมอกชัด

รอยอดีต — เมื่อภูเขานี้เคยเป็นสมรภูมิ

ระหว่างปี 2511–2525 ภูหินร่องกล้าเป็นฐานบัญชาการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (คพท.) ด้วยภูมิประเทศที่สูงชันและป่าทึบ ทำให้เป็นที่มั่นที่เข้าตียาก เกิดการสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลยืดเยื้อร่วม 15 ปี จนถึงปี 2525 สถานการณ์จึงคลี่คลาย และพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของไทยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2527

ในเขตอุทยานยังเก็บร่องรอยช่วงเวลานั้นไว้ให้เดินดูได้ ส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ เป็นจุดที่ควรแวะถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมภูเขาลูกนี้ถึงมีชื่อแบบนี้

ประวัติศาสตร์

โรงเรียนการเมืองการทหาร

อดีตศูนย์ฝึกและอบรมของ คพท. ปัจจุบันเหลือร่องรอยอาคารไม้และฐานต่าง ๆ ให้เดินชม อยู่ห่างที่ทำการราว 4 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์การสู้รบ

จัดแสดงอาวุธ เครื่องมือแพทย์ และข้าวของเครื่องใช้ในยุคนั้น ช่วยให้เห็นภาพชีวิตบนภูได้ชัดขึ้น

ประวัติศาสตร์

สำนักอำนาจรัฐ–หลุมหลบภัย

จุดบัญชาการและหลุมหลบภัยทางอากาศที่ขุดไว้ในป่า สะท้อนความเป็นอยู่ช่วงสู้รบ

น้ำตกในอุทยาน

นอกจากลานหินและจุดประวัติศาสตร์ ภูหินร่องกล้ายังมีน้ำตกหลายแห่ง สวยที่สุดช่วงปลายฝน บางจุดต้องเดินเข้าไปและควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน

  • น้ำตกหมันแดง — น้ำตกใหญ่ราว 32 ชั้น ไหลทั้งปี ต้องเดินป่าเข้าไป เหมาะกับคนที่อยากได้เส้นทางจริงจัง
  • น้ำตกร่มเกล้า–ภราดร — อยู่ห่างที่ทำการราว 3.5 กิโลเมตร เดินเข้าไม่ไกล เป็นน้ำตกที่คนนิยมแวะ
  • น้ำตกผาลาด — น้ำตกเล็กริมทาง แวะถ่ายรูปได้ระหว่างทางในอุทยาน

ฝนกับหมอก

ภูหินร่องกล้ามีฝนตกชุก หมอกลงได้แม้ในวันแดดออก พกเสื้อกันฝนและเสื้อกันหนาวติดไปเสมอ แม้จะไปหน้าร้อน เพราะตอนเช้าและเย็นอากาศเย็นกว่าพื้นราบมาก

การเดินทาง — เข้าจากฝั่งเพชรบูรณ์

อุทยานเข้าได้สองทาง คนที่เที่ยวเพชรบูรณ์นิยมเข้าทางอำเภอหล่มเก่าผ่านภูทับเบิก เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันและได้เที่ยวทั้งสองที่ในทริปเดียว อีกทางคือเข้าจากอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นทางที่ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่

  • จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ — ขับขึ้นทางหล่มสัก–หล่มเก่า แล้วต่อขึ้นภูทับเบิก จากภูทับเบิกมีทางต่อเข้าภูหินร่องกล้า รวมระยะทางราว 100 กิโลเมตร เผื่อเวลาขับ 2.5–3 ชั่วโมง เพราะเป็นทางเขาคดเคี้ยว
  • จากพิษณุโลก — ไปตามทางพิษณุโลก–หล่มสัก ราว 68 กิโลเมตรถึงสามแยกบ้านแยง เลี้ยวเข้าอำเภอนครไทยอีกราว 30 กิโลเมตร แล้วต่อขึ้นอุทยาน
  • ไม่มีรถส่วนตัว — นั่งรถมาลงนครไทยหรือหล่มเก่า แล้วเหมารถสองแถวหรือรถท้องถิ่นขึ้นอุทยาน ควรนัดเวลารับกลับไว้ล่วงหน้า

เรื่องรถบนเขา

ทางขึ้นภูหินร่องกล้าและภูทับเบิกชันและคดมาก ถ้าขับเอง รถควรเบรกและเครื่องแข็งแรง เกียร์ออโต้เล็ก ๆ บางคันขึ้นช่วงชันลำบาก ใช้เกียร์ต่ำตอนลงเพื่อถนอมเบรก

ค่าเข้า เวลาเปิด และที่พัก

  • ค่าเข้า (คนไทย) — ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท ชาวต่างชาติเก็บอัตราสูงกว่า
  • เวลาเปิด — เปิดทุกวัน ราว 06.00–18.00 น. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเปิดช่วงกลางวัน
  • ที่พัก — มีบ้านพักอุทยานและลานกางเต็นท์ในเขตอุทยาน ราคาบ้านพักเริ่มหลักร้อยถึงหลักพันตามขนาด จองผ่านระบบกรมอุทยาน นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์และบ้านพักเอกชนแถวบ้านร่องกล้าให้เลือก

ถ้าอยากดูทะเลหมอกเช้าและพระอาทิตย์ตกเย็นในทริปเดียว การค้างคืนบนภูคุ้มกว่าไป–กลับวันเดียว เพราะช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือเช้ามืดและเย็น ซึ่งไม่ทันถ้าขับขึ้นลงในวันเดียว ช่วงไฮซีซั่นปลายฝนถึงหนาว (ตุลาคม–มกราคม) บ้านพักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า

วางแผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน

วันที่ 1

ขึ้นภู เก็บลานหินและพระอาทิตย์ตก

เช้า
ออกจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ขึ้นหล่มเก่า–ภูทับเบิกแวะกินมื้อเช้าและกาแฟแถวหล่มเก่าก่อนขึ้นเขา
เที่ยง
ถึงภูทับเบิก พักกินข้าว ชมวิวไร่กะหล่ำเผื่อเวลาเพราะทางเขาขับช้า
บ่าย
เข้าเขตภูหินร่องกล้า เช็คอินที่พัก แล้วเดินลานหินแตกลานหินแตกอยู่ใกล้ที่ทำการ เดินถึงง่าย
เย็น
ไปลานหินปุ่มและผาชูธง ชมพระอาทิตย์ตกไปก่อนตะวันตกราวชั่วโมงเพื่อหาจุดยืน
วันที่ 2

ทะเลหมอกเช้า ดูประวัติศาสตร์ แล้วลง

เช้ามืด
ไปลานหินปุ่มหรือผาชูธงดูทะเลหมอกใส่เสื้อกันหนาว อากาศเย็นจัดตอนเช้า
สาย
กลับมากินมื้อเช้า แล้วไปโรงเรียนการเมืองการทหารและพิพิธภัณฑ์การสู้รบใช้เวลาเดินดูราว 1–2 ชั่วโมง
เที่ยง
แวะน้ำตกร่มเกล้า–ภราดรก่อนออกจากอุทยานเดินเข้าไม่ไกล เหมาะปิดทริป
บ่าย
ขับลงเขากลับเพชรบูรณ์ใช้เกียร์ต่ำตอนลง พักรถเป็นช่วง

วางแผนเที่ยวเพชรบูรณ์ทั้งจังหวัดให้ครบทริป

ดูคู่มือเที่ยวเพชรบูรณ์ →

คำถามที่พบบ่อย

ภูหินร่องกล้าเข้าทางไหนถ้ามาจากเพชรบูรณ์?

เข้าทางอำเภอหล่มเก่าผ่านภูทับเบิกแล้วต่อขึ้นอุทยาน รวมระยะทางจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ราว 100 กิโลเมตร เผื่อเวลาขับ 2.5–3 ชั่วโมงเพราะเป็นทางเขา ทางนี้นิยมเพราะเที่ยวภูทับเบิกได้ในทริปเดียว

ค่าเข้าภูหินร่องกล้าเท่าไหร่ เปิดกี่โมง?

คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท ชาวต่างชาติเก็บสูงกว่า อุทยานเปิดทุกวันราว 06.00–18.00 น.

ลานหินแตกกับลานหินปุ่มต่างกันยังไง?

ลานหินแตกเป็นลานหินที่มีรอยแยกเป็นร่องลึกคล้ายแผ่นดินแตก อยู่ใกล้ที่ทำการ ส่วนลานหินปุ่มเป็นลานหินที่มีก้อนหินผุดขึ้นเป็นปุ่มกลม ๆ และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกกับทะเลหมอกในตัว

ภูหินร่องกล้าเที่ยววันเดียวพอไหม?

ไปวันเดียวได้แต่ค่อนข้างรีบ ถ้าอยากเห็นทั้งทะเลหมอกเช้าและพระอาทิตย์ตกเย็น ควรค้างคืนบนภู 1 คืน เพราะสองช่วงเวลานี้สวยที่สุดและไม่ทันถ้าขับขึ้นลงในวันเดียว

ไปภูหินร่องกล้าช่วงไหนดี?

ปลายฝนถึงหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคม อากาศเย็น หมอกลงบ่อย น้ำตกน้ำเยอะ และมีดอกไม้ตามลานหิน ช่วงนี้ที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ