หน้าแรก จุดหมาย อุดรธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุดรธานีอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มรดกโลกบนยอดหินทราย
🪨 ที่เที่ยวอุดรธานี

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
มรดกโลกบนยอดหินทราย

ภูพระบาทคืออุทยานประวัติศาสตร์บนภูเขาหินทรายในอำเภอบ้านผือ ที่เพิ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO เมื่อกรกฎาคม 2567 เป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทยและแห่งที่ 2 ของอุดรธานีต่อจากบ้านเชียง จุดที่ทำให้คนติดใจคือหินทรายก้อนใหญ่รูปทรงแปลกตา ทั้งคล้ายดอกเห็ดและคล้ายหอสูง ผสมกับภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปี ใบเสมาสมัยทวารวดี และตำนานรักนางอุสา-ท้าวบารสที่เล่าต่อกันมาจนกลายเป็นชื่อของหินแต่ละก้อน เดินขึ้นไปแล้วเหมือนได้ย้อนเวลาไปหลายยุคในเส้นทางเดียว

🏛️ มรดกโลก UNESCO 2567🪨 หินทรายรูปแปลก เพิงหิน💵 ค่าเข้าคนไทย 20 บาท
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มรดกโลกบนยอดหินทราย

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

พอพูดถึงที่เที่ยวอุดรธานี คนส่วนใหญ่นึกถึงทะเลบัวแดงกับคาเฟ่ในเมืองก่อน แต่ถ้าอยากเห็นมุมที่คนยังไปไม่ทั่วและมีเรื่องเล่ายาวเป็นพันปี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คือที่ที่ควรเผื่อเวลาไป ตั้งอยู่บนภูเขาหินทรายในอำเภอบ้านผือ ห่างจากตัวเมืองราว 55–60 กิโลเมตร ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นี่รวมทั้งธรณีวิทยา โบราณคดี ศาสนา และตำนานพื้นบ้านไว้ในที่เดียว

สิ่งที่ทำให้ภูพระบาทเด่นคือหินทรายก้อนมหึมาที่ถูกลม ฝน และกาลเวลากัดเซาะจนเป็นรูปทรงแปลก บางก้อนคล้ายดอกเห็ด บางก้อนเป็นเพิงหินยื่นออกมาเหมือนหลังคา คนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ใช้เพิงหินเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ประกอบพิธี ทิ้งภาพเขียนสีไว้บนผนัง พอถึงยุคทวารวดีก็มีการปักใบเสมาหินล้อมรอบทำเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งวัฒนธรรมสีมาที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ภูพระบาทคืออะไร ทำไมเป็นมรดกโลก

ภูพระบาทเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ในความดูแลของกรมศิลปากร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,400 ไร่ บนภูเขาหินทรายที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ภายในพบร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์ต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผ่านสมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง มาจนสมัยรัตนโกสินทร์ มีแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานกระจายอยู่หลายสิบจุด

จุดที่ทำให้ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก คือร่องรอย วัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี ภูพระบาทมีใบเสมาหินปักล้อมรอบเพิงหินและลานหินจำนวนมาก แสดงการกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาที่ครบถ้วนและต่อเนื่องอย่างหาที่อื่นเทียบยาก องค์การ UNESCO จึงประกาศขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 (ค.ศ. 2024) นับเป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย แหล่งวัฒนธรรมลำดับที่ 5 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของอุดรธานีต่อจากบ้านเชียง

🎟️

อยากเที่ยว อุดรธานี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม อุดรธานี ทั้งหมด (Klook)

หินทรายรูปแปลกและเพิงหินที่ต้องดู

เสน่ห์ของภูพระบาทที่เห็นด้วยตาทันทีคือก้อนหินทรายรูปทรงประหลาด หลายก้อนถูกตั้งชื่อตามตำนานนางอุสา-ท้าวบารส เดินตามเส้นทางในอุทยานจะเจอจุดเด่นเรียงต่อกัน

  • หอนางอุสา — ไอคอนของที่นี่ เป็นเพิงหินทรายรูปคล้ายดอกเห็ดยักษ์ ก้อนบนใหญ่วางอยู่บนแกนหินเล็ก สูงราว 10 เมตร ด้านบนมีร่องรอยการดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ตำนานเล่าว่าเป็นหอที่ท้าวกงพานสร้างให้นางอุสาอยู่เพียงลำพัง
  • คอกม้าท้าวบารส — กลุ่มหินที่ตำนานว่าท้าวบารสผูกม้าไว้ระหว่างตามหานางอุสา หินวางซ้อนกันเป็นช่องคล้ายคอก
  • วัดพ่อตา–วัดลูกเขย — เพิงหินสองจุดที่เคยใช้เป็นศาสนสถาน มีใบเสมาปักล้อม ชื่อมาจากตำนานท้าวกงพาน (พ่อตา) กับท้าวบารส (ลูกเขย)
  • กู่นางอุสา–บ่อน้ำนางอุสา — กลุ่มหินและแอ่งน้ำธรรมชาติที่ผูกกับเรื่องเล่าเดียวกัน ทำให้เดินดูแล้วเห็นภาพตำนานชัดขึ้น
  • เพิงหินและลานหินกว้าง — ระหว่างทางมีเพิงหินยื่นเป็นชะง่อน ลานหินโล่ง และซุ้มหินให้ลอดผ่าน เป็นฉากธรรมชาติที่ถ่ายรูปสวยและร่มเย็น

เคล็ดลับ

เส้นทางเดินชมเป็นวงรอบบนภู ระยะรวมหลายกิโลเมตร พื้นเป็นหินและดินมีขึ้นลงบ้าง ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าจะสบายกว่ารองเท้าแตะ และพกน้ำขึ้นไปด้วย เพราะร้านค้าอยู่แค่ช่วงทางเข้า

ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

อีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ที่กระจายอยู่ตามผนังเพิงหินและถ้ำหลายสิบจุดทั่วภูพระบาท นักโบราณคดีพบภาพเขียนสีแดงและบางส่วนสีอื่นมากกว่า 50 แห่ง อายุย้อนไปหลายพันปี เป็นเหมือนสมุดบันทึกของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ทิ้งร่องรอยไว้บนหิน

  • ภาพคนและมือ — รูปคนท่าทางต่าง ๆ และรอยฝ่ามือ ที่พบในจุดอย่างถ้ำคนและถ้ำลายมือ
  • ภาพสัตว์ — รูปวัว ควาย และสัตว์อื่น สะท้อนวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนสมัยนั้น พบในจุดอย่างถ้ำวัวถ้ำคน
  • ลวดลายเรขาคณิต — เส้น จุด และลายนามธรรมที่ยังตีความได้หลายแบบ เป็นปริศนาที่นักวิชาการยังถกกันอยู่

ดูภาพเขียนสีให้ชัด

ภาพเขียนสีบางจุดสีจางตามกาลเวลา มองเผิน ๆ อาจไม่เห็น แนะนำเดินช้าลงตรงป้ายที่ระบุว่ามีภาพเขียนสี และถ้ามีวิทยากรของอุทยานพาชมจะช่วยชี้จุดและเล่าความหมายได้ดีกว่าเดินเองมาก

ตำนานนางอุสา-ท้าวบารส

ชื่อหินหลายก้อนบนภูพระบาทมาจากตำนานพื้นบ้านเรื่อง อุสา-บารส ที่เล่าสืบกันมาในแถบอีสาน เรื่องย่อมีอยู่ว่า นางอุสากำเนิดจากดอกบัว ฤๅษีจันทาเก็บมาเลี้ยง ต่อมาท้าวกงพานเจ้าเมืองพานรับไปเป็นบุตรบุญธรรม แล้วสร้างหอสูงให้อยู่ลำพังเพื่อกันชายมาเกี้ยว

นางอุสาเหงาจึงร้อยพวงมาลัยรูปหงส์ อธิษฐานเสี่ยงทายหาคู่แล้วลอยน้ำไป พวงมาลัยลอยไปไกลจนถึงท้าวบารส เจ้าชายอีกเมืองหนึ่งเก็บได้ จึงตามหาจนเจอนางอุสาและได้ครองรักกัน แต่ท้าวกงพานไม่พอใจ เลยตั้งเงื่อนไขแข่งสร้างวัดให้เสร็จก่อนรุ่งสาง กลายเป็นที่มาของชื่อหินและเพิงหินต่าง ๆ ทั้งหอนางอุสา คอกม้าท้าวบารส วัดพ่อตา และวัดลูกเขย รู้เรื่องตำนานคร่าว ๆ ก่อนขึ้นไป จะทำให้เดินดูหินแต่ละก้อนสนุกขึ้นมาก

ค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด

ค่าเข้าภูพระบาทถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็น โดยเฉพาะคนไทย และยังมีกลุ่มที่เข้าฟรีหลายกลุ่ม ราคาทางการอาจปรับได้ แนะนำเช็กเพจอุทยานอีกครั้งก่อนไป

  • ค่าเข้า คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติประมาณ 100 บาท
  • เข้าฟรี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้พิการ พระภิกษุ สามเณร และนักบวช
  • เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน ราว 08.30–16.30 น. (ควรเข้าก่อนบ่ายสามเพื่อเดินครบรอบทัน)
  • เวลาที่ใช้เดิน เดินชมแบบสบาย ๆ ครบเส้นทางหลักประมาณ 1.5–2.5 ชั่วโมง
  • บริการ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องนิทรรศการ วิทยากรนำชม (ภาษาไทย-อังกฤษ) ร่มและรถไฟฟ้าบริการบางช่วง

เลี่ยงแดดเปรี้ยง

บนภูส่วนใหญ่เป็นลานหินโล่ง แดดแรงช่วงสาย-เที่ยง แนะนำไปช่วงเช้าหลังเปิดหรือบ่ายแก่ ๆ อากาศกำลังดี และพกหมวกกับน้ำขึ้นไปด้วย หน้าฝนหินอาจลื่น เดินระวังเป็นพิเศษ

การเดินทางไปภูพระบาท

ภูพระบาทอยู่อำเภอบ้านผือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองอุดรธานี ห่างราว 55–60 กิโลเมตร เส้นทางหลักคือใช้ถนนมิตรภาพสายอุดร–หนองคาย ถึงราวหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2021 ไปอำเภอบ้านผือ แล้วต่อไปอุทยานอีกราว 12 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถจากตัวเมืองประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง ป้ายบอกทางชัด

แนะนำ

รถเช่า/ขับเอง

สะดวกที่สุด เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก มีลานจอดที่ทางเข้าอุทยาน จับคู่กับที่เที่ยวสายบ้านผือ-น้ำซ่อมในวันเดียวได้

ไม่มีรถ

เหมารถ/แท็กซี่

ถ้าไม่ได้ขับเอง เหมารถจากตัวเมืองครึ่งวันถึงเต็มวันคุ้มกว่า ให้คนขับรอแล้วแวะจุดอื่นต่อได้

ประหยัด

รถโดยสาร+ต่อรถ

มีรถจากตัวเมืองไปอำเภอบ้านผือ แล้วต้องต่อรถรับจ้างเข้าอุทยานอีกที สายประหยัดแต่ต้องเผื่อเวลาและเช็กรอบรถ

จับคู่เที่ยวให้คุ้ม

ภูพระบาทอยู่โซนตะวันตกเฉียงเหนือ คนละทางกับทะเลบัวแดง (อยู่โซนใต้) ถ้าอยากได้ทั้งคู่ควรแยกวัน วันที่ขึ้นภูพระบาทอาจจับคู่กับวัดป่าหรือที่เที่ยวธรรมชาติแถวบ้านผือในเส้นทางเดียวกัน

แผนเที่ยวภูพระบาท จัดยังไงดี

ภูพระบาทอยู่ไกลเมืองพอสมควร เลยควรวางเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวัน ด้านล่างคือแพลนตัวอย่างให้เห็นภาพ ปรับตามเวลาและความสนใจได้

แพลน A

ครึ่งวันเช้า เน้นภูพระบาทล้วน ๆ

07.30
ออกจากตัวเมืองอุดรธานีกินข้าวเช้าก่อนออก หรือแวะร้านระหว่างทาง
09.00
ถึงภูพระบาท ซื้อตั๋วที่ศูนย์บริการอากาศยังไม่ร้อน เดินสบาย
09.15
เดินชมเส้นทางหลัก หอนางอุสา–คอกม้าท้าวบารส–วัดพ่อตาวัดลูกเขยเผื่อแวะดูภาพเขียนสีตามป้าย
11.00
เก็บภาพเพิงหินและลานหิน ก่อนแดดแรงพักดื่มน้ำเป็นช่วง ๆ
11.45
ออกจากอุทยาน กลับเข้าเมืองถึงเมืองทันมื้อเที่ยง
แพลน B

เต็มวันสายประวัติศาสตร์-ธรรมชาติ

08.00
ออกจากเมือง มุ่งหน้าบ้านผือเผื่อเวลารถน้อย จราจรโล่ง
09.30
เดินชมภูพระบาทเต็มเส้นทาง ใช้วิทยากรนำชมถ้ามีฟังตำนานและความหมายภาพเขียนสีแบบเจาะลึก
12.00
พักกินข้าวเที่ยงในอำเภอบ้านผือร้านอาหารตามสั่ง-อาหารอีสานในตัวอำเภอ
13.30
แวะวัดป่าหรือจุดธรรมชาติแถวบ้านผือปรับตามความสนใจ
15.30
ขับกลับตัวเมืองอุดรธานีเย็น ๆ เข้าเมืองหาคาเฟ่หรือตลาดนัด

ควรไปภูพระบาทไหม เล่าตรง ๆ

ถ้าชอบประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา หรือชอบเดินเที่ยวกลางธรรมชาติพร้อมมีเรื่องเล่า ภูพระบาทคุ้มมาก ได้เห็นหินทรายรูปแปลกที่หาดูยาก ภาพเขียนสีของจริง และฟังตำนานที่ผูกกับสถานที่จริง ค่าเข้าก็ถูก แต่ถ้าใครเดินไกลไม่ไหว มากับเด็กเล็ก หรืออยากได้แค่จุดเช็กอินถ่ายรูปเร็ว ๆ ที่นี่อาจเหนื่อยและไกลไปหน่อย เพราะต้องเดินวงรอบกลางแดดพอสมควร บอกไว้ก่อนจะได้เตรียมตัวถูก ทางที่ดีคือไปช่วงอากาศไม่ร้อน อ่านตำนานนางอุสาคร่าว ๆ ไปก่อน แล้วจะอินกับการเดินดูหินแต่ละก้อนมากขึ้น

วางแผนทริปเที่ยวอุดรธานีแบบครบทุกมุม

ดูคู่มืออุดรธานี →

คำถามที่พบบ่อย

ภูพระบาทเป็นมรดกโลกตั้งแต่เมื่อไหร่?

UNESCO ขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 (ค.ศ. 2024) ภายใต้คุณค่าวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี นับเป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย แหล่งวัฒนธรรมลำดับที่ 5 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของอุดรธานีต่อจากบ้านเชียง

ภูพระบาทค่าเข้าเท่าไหร่ เปิดกี่โมง?

ค่าเข้าคนไทยประมาณ 20 บาท ชาวต่างชาติประมาณ 100 บาท ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เด็กต่ำกว่า 15 ปี ผู้พิการ และพระสงฆ์เข้าฟรี เปิดทุกวันราว 08.30–16.30 น. ราคาและเวลาอาจปรับได้ แนะนำเช็กเพจอุทยานก่อนไป

ภูพระบาทอยู่ไกลจากตัวเมืองอุดรธานีไหม?

ภูพระบาทอยู่อำเภอบ้านผือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง ห่างราว 55–60 กิโลเมตร ใช้ถนนมิตรภาพสายอุดร–หนองคายแล้วเลี้ยวเข้าทางหลวง 2021 ไปบ้านผือ ขับรถประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เหมาะกับการขับรถไปเองหรือเหมารถมากที่สุด

หอนางอุสาคืออะไร เกี่ยวกับตำนานยังไง?

หอนางอุสาเป็นเพิงหินทรายธรรมชาติรูปคล้ายดอกเห็ดยักษ์ สูงราว 10 เมตร ด้านบนมีร่องรอยดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ตามตำนานอุสา-บารสเล่าว่าเป็นหอที่ท้าวกงพานสร้างให้นางอุสาอยู่ลำพัง เป็นไอคอนและจุดถ่ายรูปที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรกของภูพระบาท

เที่ยวภูพระบาทต้องเดินเยอะไหม เตรียมตัวยังไง?

เส้นทางชมเป็นวงรอบบนภู ระยะรวมหลายกิโลเมตร มีขึ้นลงและลานหินกลางแดดบ้าง ใช้เวลาเดินครบราว 1.5–2.5 ชั่วโมง ควรใส่รองเท้าผ้าใบ พกหมวกและน้ำ และเลี่ยงช่วงแดดเปรี้ยง หน้าฝนหินลื่นต้องเดินระวังเป็นพิเศษ

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ