🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
วังบ้านปืนเป็นพระราชวังที่ดูไม่เหมือนวังไทยทั่วไปเลย เพราะหน้าตาเป็นตึกยุโรปแท้ ๆ ทั้งหลัง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี ห่างจากตัวเมืองแค่ขับรถ 10–15 นาที จุดที่ทำให้คนติดใจคือมันสวยแบบเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน เดินชมสบาย ๆ ได้ทั้งครอบครัว แถมค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็น
ประวัติย่อ — วังเยอรมันกลางเมืองเพชร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเวลามาเพชรบุรี ผู้ออกแบบคือ คาร์ล ดอห์ริง (Karl Döhring) สถาปนิกชาวเยอรมันที่เคยรับราชการในกรมรถไฟ เขาเลือกทีมงานทั้งวิศวกรและมัณฑนากรเป็นชาวเยอรมันทั้งหมด เพื่อให้งานออกมาเป็นสไตล์เดียวกันจริง ๆ
รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตก่อนวังสร้างเสร็จ งานจึงมาแล้วเสร็จและมีพิธีฉลองในสมัยรัชกาลที่ 6 ราวปี พ.ศ. 2461 ชื่อ "บ้านปืน" มาจากชื่อตำบลที่ตั้งเดิม ส่วนชื่อทางการ "พระรามราชนิเวศน์" เป็นชื่อพระราชทานในภายหลัง ปัจจุบันพื้นที่นี้อยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 15 ค่ายรามราชนิเวศน์ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเป็นระเบียบและร่มรื่น
อยากเที่ยว เพชรบุรี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
สถาปัตยกรรม — อาร์ตนูโวกับโดมโถงกลาง
ตัวอาคารเป็นงานก่ออิฐสองชั้น ผสมสไตล์บาโรกกับอาร์ตนูโว (เยอรมันเรียกว่า Jugendstil) ซึ่งกำลังนิยมในยุโรปช่วงนั้น เส้นสายของหน้าต่าง ซุ้มประตู และลวดลายตกแต่งจึงพลิ้วโค้งแบบธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ จุดที่คนชอบถ่ายมากที่สุดคือโถงกลางที่เป็นโดมทรงสูง มีบันไดโค้งวนขึ้นชั้นสอง แสงที่ลอดลงมาจากโดมทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโปร่งและสง่า
- โดมโถงกลาง — หัวใจของวัง เพดานสูง บันไดโค้งวน เป็นมุมถ่ายรูปคลาสสิกที่สุด
- กระเบื้องเคลือบ — ผนังหลายส่วนปูกระเบื้องสีเหลือง–เขียว มีลายนูนรูปสัตว์และพรรณพืช ละเอียดมาก
- หน้าต่างโค้งและซุ้มประตู — เส้นสายอาร์ตนูโวที่ทำให้ตึกดูอ่อนช้อยกว่าวังยุโรปทั่วไป
- ทำเลริมแม่น้ำเพชร — มองจากฝั่งตรงข้ามจะเห็นตัวโดมสะท้อนเส้นน้ำ สวยช่วงเย็น
ดูให้ลึกขึ้น
ถ้าไปเป็นกลุ่มและอยากได้เกร็ดประวัติแบบจัดเต็ม ลองติดต่อขอวิทยากรบรรยายล่วงหน้า จะเข้าใจที่มาของแต่ละห้องและลวดลายมากกว่าเดินดูเอง โทรสอบถามได้ที่สำนักงานวัง 032-428506
เวลาเปิด ค่าเข้า และกฎที่ต้องรู้
วังเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยทั่วไปประมาณ 08.00–16.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์บางช่วงปิดราว 16.30 น.) ค่าเข้าถือว่าเบามาก เดินชมบริเวณสวนและถ่ายรูปภายนอกไม่เสียค่าเข้า ส่วนการเข้าชมภายในอาคารมีค่าบำรุงเล็กน้อย เวลาและค่าเข้าอาจปรับได้ตามช่วง แนะนำโทรเช็กก่อนถ้าตั้งใจไปวันสำคัญ
- ค่าเข้าชมในอาคาร — ผู้ใหญ่ไทยราว 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท นักเรียน–นักศึกษาในเครื่องแบบราว 5 บาท
- การแต่งกาย — สุภาพ เพราะเป็นทั้งโบราณสถานและอยู่ในเขตค่ายทหาร พกบัตรประชาชนติดตัวไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู
- การถ่ายภาพ — บางห้องด้านในมีข้อจำกัดการถ่ายรูป ให้สังเกตป้ายและทำตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ส่วนภายนอกถ่ายได้เต็มที่
- เวลาที่ใช้ — เดินชมแบบไม่รีบราว 1–1.5 ชั่วโมงก็พอ เหมาะแวะระหว่างทางก่อนไปจุดอื่น
ช่วงเวลาที่ไปแล้วสวย
แดดเช้าราว 9–10 โมงจะตกกระทบด้านหน้าตึกพอดี ถ่ายรูปได้แสงนวลสวย ไม่ร้อนเกินไป ส่วนช่วงเย็นก่อนปิดจะได้แสงอุ่น ๆ ตอนนี้คนน้อยลง เดินชิลได้สบาย หน้าฝนต้นไม้ในสวนเขียวสดน่ามอง แต่พกร่มไปด้วยจะอุ่นใจกว่า โดยรวมเป็นที่เที่ยวที่ไม่แออัด ไปวันธรรมดาแทบจะมีพื้นที่เป็นของตัวเอง
เที่ยวต่อรอบ ๆ ในวันเดียว
วังบ้านปืนอยู่ในตัวเมืองเพชร เลยจับคู่กับที่เที่ยวอื่นในวันเดียวได้ง่ายมาก ขับรถไม่กี่นาทีก็ถึงจุดถัดไป เหมาะทำเป็นรูทเที่ยวเมืองเก่าครึ่งวันถึงเต็มวัน
พระนครคีรี (เขาวัง)
พระราชวังบนยอดเขากลางเมือง นั่งรถรางขึ้นไปชมวิวเมืองเพชรได้รอบทิศ คู่กับวังบ้านปืนได้ลงตัว
เมืองเก่าวัดมหาธาตุวรวิหาร
พระปรางค์ห้ายอดสีขาวกลางเมืองเก่า เดินชมงานช่างเมืองเพชรของจริง
นั่งชิลคาเฟ่ย่านเมืองเก่า
เดินเล่นย่านริมน้ำ แวะคาเฟ่ตึกเก่าจิบกาแฟ พักขาก่อนไปจุดถัดไป
วางแผนง่าย ๆ
รูทที่เวิร์กคือ เช้าขึ้นเขาวังตอนแดดยังไม่แรง เที่ยงกินขนมหวานเมืองเพชร บ่ายแวะวังบ้านปืนถ่ายรูป แล้วปิดท้ายด้วยคาเฟ่ริมน้ำ ครบทั้งประวัติ ของกิน และมุมสวยในวันเดียว
อยากได้แพลนเที่ยวเพชรบุรีแบบจัดวันให้พอดี
ดูแพลนเที่ยวเพชร 1 วัน →