🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
คนส่วนใหญ่ที่มาราชบุรีมักตรงไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกหรือสวนผึ้งเลย แล้วข้ามตัวเมืองไป ทั้งที่ในตัวเมืองเองมีของดีซ่อนอยู่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เป็นหนึ่งในนั้น อยู่ริมถนนวรเดช ใกล้หอนาฬิกาและตลาดเก่าโคยกี๊ เดินถึงกันหมด เหมาะแวะช่วงเช้าก่อนอากาศร้อน แล้วค่อยไปเดินตลาดต่อ
อาคารศาลากลางเก่า — ตัวพิพิธภัณฑ์ก็คือของสะสมชิ้นใหญ่
ตัวอาคารเองมีอายุกว่าร้อยปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดราชบุรี เป็นตึกก่ออิฐถือปูนสองชั้นสไตล์ตะวันตกผสมไทย ทาสีเหลืองตัดขาว มีระเบียงโค้งและหน้าต่างบานสูง พอราชการย้ายศาลากลางไปที่ใหม่ กรมศิลปากรเลยขอใช้อาคารนี้ทำพิพิธภัณฑ์ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2534
ก่อนเดินเข้าไปดูของข้างใน หลายคนหยุดถ่ายรูปหน้าตึกก่อน เพราะตัวอาคารกับวิวริมแม่กลองด้านหลังเข้ากันดี ช่วงเช้าแดดเฉียงทำให้สีเหลืองของตึกออกมาสวย
อยากเที่ยว ราชบุรี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ไฮไลต์ในห้องจัดแสดง — โบราณวัตถุเมืองคูบัว
หัวใจของที่นี่คือโบราณวัตถุจากเมืองโบราณคูบัว เมืองสมัยทวารวดีที่เจริญรุ่งเรืองราวพุทธศตวรรษที่ 13–16 อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ไม่กี่กิโลเมตร นักโบราณคดีขุดพบประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นจำนวนมากที่นั่น แล้วนำมาจัดแสดงรวมกันไว้ในพิพิธภัณฑ์
- ประติมากรรมปูนปั้นและดินเผา — รูปเทวดา ยักษ์ สัตว์ และลายประดับสถูป ที่เคยตกแต่งโบราณสถานคูบัว ฝีมือช่างทวารวดีที่ละเอียดน่าทึ่ง
- พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะขอมแบบบายน — ประติมากรรมเด่นที่เป็นที่กล่าวถึงมาก หนึ่งในชิ้นที่พบในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
- เศียรพระพุทธรูปและชิ้นส่วนพระโพธิสัตว์ — บอกเล่าพัฒนาการศิลปะตั้งแต่ทวารวดีต่อเนื่องมาถึงสมัยหลัง
- เครื่องมือหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ — ลำดับเรื่องราวของพื้นที่ราชบุรีตั้งแต่ยุคหินขึ้นมา
ดูให้คุ้ม
ป้ายบรรยายมีทั้งไทยและอังกฤษ แต่บางจุดตัวเล็ก ถ้าสนใจจริงลองถ่ายรูปป้ายไว้อ่านทีหลัง หรือถามเจ้าหน้าที่ได้ เขายินดีเล่าเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องคูบัวที่มีรายละเอียดเยอะ
ไม่ใช่แค่ของเก่า — ห้องชาติพันธุ์และวิถีราชบุรี
อีกส่วนที่ทำให้พิพิธภัณฑ์นี้ต่างจากที่อื่นคือห้องที่เล่าเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ของราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีคนหลายเชื้อสายอยู่รวมกัน ทั้งลาวโซ่ง (ไทยทรงดำ) กะเหรี่ยง และไท-ยวน จัดแสดงเครื่องแต่งกาย เครื่องมือทำมาหากิน และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
มีมุมเล่าเรื่องเครื่องปั้นดินเผาและโอ่งมังกรที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองด้วย รวมถึงเรื่องธรณีวิทยาและศิลปะพื้นบ้าน ทำให้เดินจบรอบแล้วเห็นภาพรวมว่าราชบุรีเป็นเมืองที่มีรากลึกและหลากหลายแค่ไหน
ห้องประวัติศาสตร์–โบราณคดี
ไล่เรื่องตั้งแต่ยุคหิน ทวารวดีคูบัว มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ชั้นเดียวจบ
ห้องชาติพันธุ์
ลาวโซ่ง กะเหรี่ยง ไท-ยวน เครื่องแต่งกายและวิถีชีวิตจริง
มุมโอ่ง–ศิลปะพื้นบ้าน
เรื่องโอ่งมังกรและงานหัตถกรรมที่ทำให้ราชบุรีเป็นที่จดจำ
เวลาเปิด ค่าเข้า และการเดินทาง
- เวลาเปิด — วันพุธถึงอาทิตย์ 09.00–16.00 น. ปิดวันจันทร์–อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ (เช็กเพจพิพิธภัณฑ์ก่อนไปวันหยุดยาว)
- ค่าเข้า — คนไทยประมาณ 20 บาท ต่างชาติประมาณ 100 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุสามเณรเข้าฟรี
- ที่ตั้ง — ถนนวรเดช ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี ริมแม่น้ำแม่กลอง ใกล้หอนาฬิกา
- ที่จอดรถ — จอดได้บริเวณริมถนนใกล้ ๆ หรือลานหอนาฬิกา เดินไม่ไกล
- ใช้เวลาเดิน — ราว 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงกำลังดี ถ้าอ่านป้ายละเอียดก็เผื่อมากกว่านั้น
บอกตรง ๆ
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ไม่ได้หวือหวาเหมือนพิพิธภัณฑ์ใหญ่ในกรุงเทพ ใครที่ไม่อินประวัติศาสตร์อาจรู้สึกว่าเดินจบเร็ว แต่ถ้าชอบเรื่องเมืองเก่ากับโบราณคดี คุ้มค่าเข้าหลักสิบมาก และห้องชาติพันธุ์ก็หาดูที่อื่นไม่ค่อยได้
จัดทริปครึ่งวันย่านเมืองเก่าราชบุรี
ข้อดีของพิพิธภัณฑ์คืออยู่ในจุดที่เดินต่อได้สบาย ทั้งหอนาฬิกา ตลาดเก่า และคาเฟ่ในโรงเจเก่าอยู่ในระยะเดิน วางครึ่งวันเช้าได้ลงตัว
เดินเที่ยวเมืองเก่าริมแม่กลอง
ถ้ามีเวลาเต็มวันและสนใจที่มาของโบราณวัตถุที่เพิ่งดูในพิพิธภัณฑ์ ลองขับรถต่อไปเมืองโบราณคูบัวอีกไม่กี่กิโลเมตร จะได้เห็นโบราณสถานทวารวดีของจริงเป็นการปิดทริปที่เชื่อมโยงกัน
วางแผนเที่ยวราชบุรีทั้งเมืองเก่าและสวนผึ้งแบบเต็มอิ่ม
ดูคู่มือเที่ยวราชบุรี →