Baan Luang Rajamaitri Historic Inn — นอนในบ้านไม้ 150 ปี กลางชุมชนริมน้ำจันทบูร
ลองนึกภาพการนอนในบ้านไม้สักอายุกว่าร้อยปี ตื่นเช้ามากินข้าวต้มริมแม่น้ำจันทบุรี แล้วเดินออกประตูก็เจอถนนไม้ของชุมชนริมน้ำจันทบูรพอดี — Baan Luang Rajamaitri Historic Inn (บ้านหลวงราชไมตรี ฮิสตอริค อินน์) ไม่ใช่โรงแรมทั่วไป แต่เป็นบ้านเก่าของ "หลวงราชไมตรี" ที่ชุมชนช่วยกันบูรณะให้กลายเป็นอินน์ พิพิธภัณฑ์ และวิสาหกิจชุมชนในคราวเดียว · อาคารสไตล์ ชิโน-ยูโรเปียน พื้นและเสาไม้สักดั้งเดิม 12 ห้องตกแต่งเล่าเรื่องชีวิตของหลวงราชไมตรีคนละแบบ · เคยได้รับการยกย่องจาก UNESCO ปี 2015 ในฐานะโมเดลอนุรักษ์เมืองเก่าโดยชุมชน · ห้องเริ่มประมาณ ฿1,500/คืน คะแนนรีวิวจริงเฉลี่ยราว 8.9 จากนักเดินทางหลายร้อยคน
ภาพรวม — Baan Luang Rajamaitri เหมาะกับใคร — ถ้าให้สรุปสั้นที่สุด ที่นี่คือที่พักสำหรับคนที่อยาก "นอนอยู่ในเรื่องราว" มากกว่าจะนอนในห้องโรงแรมเฉยๆ · มันไม่ใช่รีสอร์ทริมทะเลและไม่ใช่บูทีคโฮเทลใหม่เอี่ยม แต่เป็นบ้านไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 150 ปีที่เคยเป็นบ้านของหลวงราชไมตรี (พ.ศ. 2419–2499) ขุนนางและนักธุรกิจชาวจันทบุรีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนนำต้นยางพาราต้นแรกเข้ามาปลูกในภาคตะวันออกของไทย · เมื่อบ้านหลังนี้ทรุดโทรมและเสี่ยงจะถูกรื้อ คนในชุมชนริมน้ำจันทบูรกว่า 300 คนจึงรวมเงินกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ซื้อบ้านมาบูรณะ แล้วเปิดเป็นอินน์เพื่อให้รายได้หมุนกลับมาดูแลย่านเก่าต่อไป · เพราะแบบนี้เองที่ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ในปี 2015 ว่าเป็นโมเดลอนุรักษ์เมืองเก่าโดยชุมชนที่น่าสนใจ · เสียงจากรีวิวจริงสะท้อนตรงกันว่าคนที่เหมาะกับที่นี่คือคู่รักที่ชอบบรรยากาศย้อนยุค นักเดินทางที่สนใจประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูรแบบเดินถึงทุกจุด · ในทางกลับกัน ถ้าคุณมากับเด็กเล็ก มาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือต้องการสระว่ายน้ำกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบโรงแรมใหญ่ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะเสน่ห์ของมันอยู่ที่ความเก่าแก่และความเป็นบ้าน ไม่ใช่ความหรูหราสมัยใหม่
ทำเลและการเดินทาง — นี่คือจุดแข็งที่ไม่มีที่พักไหนในจันทบุรีลอกเลียนได้ เพราะ Baan Luang Rajamaitri ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 252 ถนนสุขาภิบาล ตำบลวัดใหม่ กลางชุมชนริมน้ำจันทบูร พอดี · ชุมชนริมน้ำจันทบูรคือย่านบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำจันทบุรีที่ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เต็มไปด้วยตึกแถวไม้โบราณ ร้านขนมเก่าแก่ คาเฟ่ ร้านของฝาก และวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังมีชีวิต · เดินออกจากประตูอินน์ก็อยู่บนถนนสายนี้เลย จะเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็เจอร้านอาหารและจุดถ่ายรูปทันที · เดินข้ามสะพานนิรมลไปอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในไทย) ได้ในไม่กี่นาที และเดินถึงตลาดพลอย ศาลหลักเมือง และศาลเจ้าเก่าๆ ได้สบาย · เรื่องการเดินทางมาถึง: จากกรุงเทพฯ ขับรถมาเองราว 3 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง หรือนั่งรถตู้/รถทัวร์มาลงที่สถานีขนส่งจันทบุรีแล้วต่อรถเข้าเมืองอีกไม่ไกล · ข้อสังเกตสำคัญที่ต้องบอกตรงๆ คือ ถนนในชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นถนนแคบและบางช่วงเป็นทางเดินเท้า รถเข้าไปจอดหน้าอินน์ได้ลำบาก คนที่ขับรถมาเองควรสอบถามทางอินน์เรื่องจุดจอดรถล่วงหน้า เพราะส่วนใหญ่ต้องจอดนอกย่านแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าไป
"เหมือนได้นอนในพิพิธภัณฑ์จริงๆ ตื่นเช้ามากินข้าวริมแม่น้ำ มองเรือกับน้ำไหลผ่านไปช้าๆ เดินออกประตูก็อยู่กลางชุมชนริมน้ำจันทบูรเลย พนักงานใจดีมาก เล่าเรื่องบ้านให้ฟังเหมือนญาติ"
อาคารและงานบูรณะ — เสน่ห์ของที่นี่เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าประตู · ตัวบ้านเป็นสถาปัตยกรรม ชิโน-ยูโรเปียน ที่ผสมผสานความเป็นจีนและยุโรปเข้าด้วยกันตามแบบบ้านขุนนางการค้าสมัยก่อน · จุดที่หลายรีวิวพูดถึงคือ พื้นไม้สักและเสาไม้ดั้งเดิมที่ยังเก็บรักษาไว้ รวมถึงงานแกะสลักไม้บนราวระเบียงที่ละเอียดสวยงาม · เดินขึ้นบันไดไม้แล้วได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่นเบาๆ เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้จากโรงแรมใหม่ · ที่สำคัญคือ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ที่พัก แต่ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ไปด้วย มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ภาพถ่ายเก่า และเล่าเรื่องชีวิตของหลวงราชไมตรีกับประวัติชุมชนริมน้ำจันทบูรไว้ตามมุมต่างๆ · เพราะตัวบ้านเป็นของเก่าที่มีคุณค่า ทางอินน์จึงมี ธรรมเนียมให้ถอดรองเท้าก่อนขึ้นบ้านและเดินเท้าเปล่าบนพื้นไม้ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยรักษาพื้นไม้เก่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ล่วงหน้าสำหรับคนที่ไม่ชิน · อีกเรื่องที่รีวิวเตือนกันบ่อยคือ บันไดค่อนข้างชันและประตูบางบานเตี้ย ตามแบบบ้านโบราณ คนที่เข่าไม่ดีหรือสูงมากต้องระวังหัวและก้าวขาให้ดี
ประเภทห้องและการตกแต่ง — Baan Luang Rajamaitri มีห้องพักประมาณ 12 ห้อง (บางแหล่งระบุ 10–12 ห้อง) และจุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือ แต่ละห้องตกแต่งไม่ซ้ำกัน และตั้งชื่อตามเรื่องราวชีวิตของหลวงราชไมตรีหรือเอกลักษณ์ของเมืองจันท์ · ตัวอย่างห้องที่มี เช่น Chan Lifestyle Room (วิวเห็นยอดโบสถ์), Rubber Tree Room และ Rubber Seed Room (เล่าเรื่องยางพาราที่หลวงราชไมตรีนำเข้ามา), Red and Green Gems Room (เล่าเรื่องพลอยจันทบุรี), Herbal Forest Room, Mother's Kitchen Room, Mor Tord Port Room ไปจนถึง The Masters Room ที่เป็นห้องใหญ่และหรูที่สุด · บางห้องเป็นเตียงปกติ บางห้องเป็นที่นอนแบบฟูกวางพื้นตามสไตล์ย้อนยุค ควรดูรูปและรายละเอียดให้ดีก่อนจองถ้าคุณมีความชอบเฉพาะ · ทุกห้องติดแอร์และมีของจำเป็นครบ ทั้ง ทีวีจอแบน ตู้เย็น มุมนั่งเล่น น้ำดื่มฟรี โต๊ะ และห้องน้ำในตัวพร้อมฝักบัวและของใช้ · รีวิวจำนวนมากให้คะแนนความสะอาดสูงมาก หลายคนใช้คำว่าห้อง "สะอาดไร้ที่ติ" และชมว่าของตกแต่งกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลา · ข้อสังเกตที่ตรงไปตรงมาคือ บางห้องมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด เพราะเป็นการแบ่งพื้นที่จากบ้านเก่าที่ผังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นโรงแรม คนที่ต้องการห้องกว้างๆ ควรเลือกห้องระดับบนอย่าง The Masters Room หรือสอบถามขนาดห้องก่อนจอง
สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ริมน้ำ — ต้องเข้าใจก่อนว่าที่นี่เป็นอินน์ในบ้านเก่า ไม่ใช่รีสอร์ท จึง ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปา และนั่นเป็นเรื่องปกติของที่พักประเภทนี้ · สิ่งที่ได้แทนคือบรรยากาศที่ของจริงทุกตารางเมตร · ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ พื้นที่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านหลังบ้าน ที่มีระเบียงและมุมนั่งเล่นให้ออกไปรับลม มองเรือและสายน้ำไหลผ่านช้าๆ โดยเฉพาะตอนเช้าและตอนเย็นที่แสงสวย · มีพื้นที่ส่วนกลางแบบบ้านให้นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกัน และมีโซนจัดแสดงของเก่าให้เดินชมเหมือนพิพิธภัณฑ์เล็กๆ · มี Wi-Fi ฟรี และพนักงานที่พร้อมเล่าเรื่องบ้านกับแนะนำที่เที่ยวในชุมชนให้ · เพราะตัวอินน์อยู่กลางชุมชนริมน้ำจันทบูร สิ่งอำนวยความสะดวกที่แท้จริงของมันจึงเป็น "ย่าน" ทั้งย่าน — ร้านขนมโบราณ คาเฟ่ ร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านของฝากที่อยู่แค่ก้าวออกประตู ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกในตัวมากมายก็อยู่ได้สบาย
อาหารและอาหารเช้า — จุดที่ได้คำชมแทบทุกรีวิวคือ อาหารเช้าริมแม่น้ำ · ส่วนใหญ่เสิร์ฟช่วงเช้าราว 8.00–10.00 น. เป็นเมนูแบบบ้านๆ ที่มีของท้องถิ่นปนสากล นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนบรรยายว่า "อาหารเช้าอร่อยและได้นั่งมองแม่น้ำไปด้วย ทำให้เริ่มต้นวันได้สวยงาม" · เสน่ห์ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรือบุฟเฟ่ต์ใหญ่โต แต่อยู่ที่ความเป็นกันเองและบรรยากาศริมน้ำ · สำหรับมื้ออื่นๆ ทำเลช่วยได้เต็มที่ เพราะเดินออกประตูก็เจอร้านในชุมชนริมน้ำจันทบูรเต็มไปหมด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ หมูชะมวง ขนมไทยโบราณ และคาเฟ่เก๋ๆ · หลายคนจึงเลือกออกไปกินข้างนอกตามร้านดังของชุมชน ซึ่งก็เป็นวิธีเที่ยวจันทบุรีที่ลงตัวที่สุด · ข้อควรรู้คือที่นี่ไม่ได้เป็นห้องอาหารเปิดทั้งวัน เน้นอาหารเช้าเป็นหลัก ถ้าอยากกินมื้ออื่นในย่านควรดูเวลาปิดร้านของชุมชนไว้ด้วย เพราะหลายร้านปิดค่อนข้างเร็ว
บริการ — เรื่องบริการเป็นอีกจุดที่ได้คำชมสม่ำเสมอมาก · เพราะที่นี่ดำเนินงานโดยคนในชุมชนและทีมงานที่ผูกพันกับบ้านหลังนี้ การต้อนรับจึงออกมาในแบบอบอุ่นเหมือนไปพักบ้านญาติมากกว่าเช็คอินโรงแรม · รีวิวจริงหลายคนเล่าว่าพนักงาน ใจดี ใส่ใจ และเต็มใจเล่าเรื่องประวัติบ้านกับชุมชนให้ฟัง · มีรีวิวต่างชาติเล่าด้วยว่าเมื่อตัวเองประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยระหว่างทริป พนักงานช่วยเหลือหลายอย่างจนประทับใจ · การที่ทีมงานช่วยแนะนำร้านอาหาร จุดถ่ายรูป และเส้นทางเดินเที่ยวในชุมชน ทำให้แขกหลายคนรู้สึกว่าได้สัมผัสจันทบุรีแบบคนใน · เพื่อความเป็นธรรม ต้องบอกว่าเพราะเป็นที่พักเล็กที่บริหารแบบครอบครัว การบริการบางอย่างจึงไม่ได้เป็นมาตรฐานแบบโรงแรมเชน เช่น ไม่มีพนักงานยกกระเป๋าตลอดเวลา หรือบางช่วงต้องรอนิดหน่อย แต่โดยรวมความจริงใจของทีมงานคือสิ่งที่แขกพูดถึงมากที่สุด
เสียงจากรีวิวจริง (ทั้งชมและติ) — รวบรวมจาก Trip.com, Booking.com, Agoda และ TripAdvisor แล้วภาพที่ได้สอดคล้องกันชัดเจน · ฝั่งคำชม: บรรยากาศบ้านไม้เก่าที่เหมือนนอนในพิพิธภัณฑ์, ทำเลกลางชุมชนริมน้ำจันทบูรที่เดินถึงทุกอย่าง, อาหารเช้าริมแม่น้ำที่อร่อยและวิวสวย, ความสะอาดของห้องที่ได้คะแนนสูงมาก (TripAdvisor ให้ความสะอาดถึงราว 4.9/5), และพนักงานที่ใจดีจริงใจ · บน TripAdvisor ที่นี่ได้คะแนนราว 4.7/5 และเป็น อันดับ 1 ในกลุ่มเกสต์เฮาส์/อินน์ของจันทบุรี ส่วนแพลตฟอร์มจองอย่าง Kayak/HotelsCombined แสดงคะแนนเฉลี่ยราว 8.8–8.9 จากรีวิวหลายร้อยรายการ และคู่รักให้คะแนนทำเลสูงถึงราว 9.6 · ฝั่งข้อสังเกต: เรื่องที่ถูกพูดถึงบ่อยสุดคือ บันไดชันและประตูเตี้ย ตามแบบบ้านโบราณ คนเข่าไม่ดีหรือผู้สูงอายุต้องระวัง, บางห้องขนาดกะทัดรัด, ธรรมเนียมถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าที่บางคนไม่ชิน, และมีบางรีวิวบอกว่าได้ยินเสียงสุนัขในย่านช่วงเช้ามืดบ้าง · ข้อติเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นธรรมชาติของการพักในบ้านเก่ากลางชุมชน มากกว่าจะเป็นข้อบกพร่องของที่พักเอง
"ห้องสะอาดมากและตกแต่งสวยเหมือนย้อนยุค พนักงานน่ารักช่วยเหลือดีมาก · ติดอย่างเดียวคือบันไดชันไปหน่อย ใครเข่าไม่ดีต้องระวัง และห้องที่เราพักค่อนข้างเล็ก แต่บรรยากาศโดยรวมคุ้มเกินราคา"
เทียบราคาและความคุ้มค่า — ราคาห้องของ Baan Luang Rajamaitri เริ่มประมาณ ฿1,500/คืน ในห้องเล็ก และขยับขึ้นไปได้ถึงราว ฿3,000–4,000+ สำหรับห้องใหญ่หรือห้องระดับบนอย่าง The Masters Room ขึ้นกับช่วงเวลาและความต้องการ · เมื่อเทียบกับโรงแรมในตัวเมืองจันทบุรีที่ราคาใกล้เคียงกัน สิ่งที่ Baan Luang Rajamaitri ให้ที่อื่นให้ไม่ได้คือ ประสบการณ์การนอนในบ้านประวัติศาสตร์อายุ 150 ปีกลางชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่งเป็นคุณค่าเชิงเรื่องราวและบรรยากาศ ไม่ใช่แค่ห้องนอน · ถ้าคุณวัดความคุ้มจากสระว่ายน้ำ ห้องกว้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ที่นี่อาจดูราคาสูงไปนิดเมื่อเทียบขนาดห้อง · แต่ถ้าคุณวัดความคุ้มจากทำเลที่เดินเที่ยวได้ทั้งย่าน ความเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม อาหารเช้าริมน้ำ และการได้สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่อนุรักษ์เมืองเก่าไปในตัว — เงินทุกบาทถือว่าได้กลับมาในแบบที่หาจากที่อื่นไม่ได้ · สำหรับคนรักประวัติศาสตร์และบรรยากาศ ถือว่าคุ้มมาก
ข้อควรรู้ก่อนจอง — มีหลายอย่างที่ช่วยให้การพักราบรื่นขึ้น · หนึ่ง เป็นบ้านเก่าที่มีบันไดชันและประตูเตี้ย ถ้าเดินทางกับผู้สูงอายุหรือคนเข่าไม่ดี ควรขอห้องชั้นล่างหรือสอบถามทางอินน์ก่อนจอง · สอง ที่นี่มีนโยบายเรื่องเด็กที่เข้มกว่าโรงแรมทั่วไป เพราะบ้านเต็มไปด้วยของเก่าและของสะสมที่เปราะบาง บางช่วงไม่รับเด็กเล็กเข้าพัก ควรสอบถามให้ชัดก่อนถ้ามากับเด็ก · สาม รถเข้าถึงหน้าอินน์ลำบากเพราะอยู่ในถนนชุมชนที่แคบ ควรถามจุดจอดรถล่วงหน้าและเตรียมลากกระเป๋าเดินเข้าไปบ้าง · สี่ ต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าบนพื้นไม้ เตรียมถุงเท้าหรือทำใจกับธรรมเนียมนี้ไว้ · ห้า ห้องมีจำนวนน้อยเพียงราว 12 ห้องและเป็นที่นิยมมาก ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลผลไม้จันทบุรี (ราวพฤษภาคม–มิถุนายน) เต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ · หก ถ้าอยากได้ห้องวิวแม่น้ำหรือวิวเห็นยอดโบสถ์ ให้ระบุตั้งแต่ตอนจอง เพราะแต่ละห้องวิวไม่เหมือนกัน
สรุป — จากเสียงรีวิวจริงทั้งหมด Baan Luang Rajamaitri Historic Inn คือที่พักที่เหมาะที่สุดสำหรับ คนที่อยากสัมผัสจันทบุรีในแบบลึกที่สุด ผ่านการนอนในบ้านไม้ประวัติศาสตร์กลางชุมชนริมน้ำจันทบูร · บ้านไม้สักอายุ 150 ปี งานบูรณะที่ได้รางวัล UNESCO ห้องที่เล่าเรื่องไม่ซ้ำกัน อาหารเช้าริมแม่น้ำ และพนักงานที่อบอุ่นเหมือนญาติ ทำให้มันเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากโรงแรมทั่วไป · ถ้าคุณมองหาสระว่ายน้ำ ห้องกว้างทันสมัย หรือมากับเด็กเล็กและกลุ่มใหญ่ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ และควรพิจารณาโรงแรมหรือรีสอร์ทในตัวเมืองหรือย่านหาดเจ้าหลาวแทน · แต่สำหรับคู่รัก นักเดินทางที่รักประวัติศาสตร์ และคนที่อยากเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูรแบบเต็มอิ่ม — Baan Luang Rajamaitri คือตัวเลือกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจนแทบไม่มีคู่แข่ง และเป็นเหตุผลที่มันครองใจนักเดินทางและครองอันดับต้นๆ ของจันทบุรีมาตลอด
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ บรรยากาศบ้านไม้เก่าเหมือนนอนในพิพิธภัณฑ์
- ✓ ทำเลกลางชุมชนริมน้ำจันทบูร เดินถึงทุกจุดสำคัญ
- ✓ อาหารเช้าริมแม่น้ำอร่อยและวิวสวย
- ✓ พนักงานใจดี อบอุ่น เล่าเรื่องบ้านและชุมชนให้ฟัง
- ! บันไดชันและประตูเตี้ยตามแบบบ้านโบราณ
- ! บางห้องขนาดค่อนข้างกะทัดรัด
- ! ไม่มีสระว่ายน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรีสอร์ท
- ✓ ห้องตกแต่งย้อนยุคไม่ซ้ำกัน เล่าเรื่องชีวิตหลวงราชไมตรี
- ✓ ความสะอาดได้คะแนนสูงมาก ห้องดูแลดี
- ✓ ได้สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์เมืองเก่าไปในตัว
- ✓ คู่รักให้คะแนนทำเลสูง เหมาะเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
- ! ต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าบนพื้นไม้
- ! รถเข้าถึงหน้าอินน์ลำบาก ถนนชุมชนแคบ
- ! ห้องมีน้อยและเต็มเร็วในช่วงวันหยุดยาว
- 💡ถ้าคุณเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเข่าไม่ดี — เป็นบ้านโบราณที่บันไดชันและประตูเตี้ย → ขอห้องชั้นล่างและสอบถามทางอินน์ก่อนจอง
- 💡ถ้าคุณมากับเด็กเล็กหรือกลุ่มใหญ่ — บ้านเต็มไปด้วยของเก่าเปราะบาง บางช่วงไม่รับเด็กเล็ก และห้องมีน้อย → สอบถามนโยบายและจำนวนห้องว่างก่อน หรือพิจารณาโรงแรมในเมืองที่กว้างกว่า
- 💡ถ้าคุณต้องการสระว่ายน้ำและห้องกว้างทันสมัย — ที่นี่เป็นอินน์ในบ้านเก่า ไม่มีสระและบางห้องกะทัดรัด → ถ้าเน้นสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ควรดูรีสอร์ทในเมืองหรือย่านหาดเจ้าหลาวแทน